ก้าวฯที่รัก

กุมภาพันธ์ 14, 2007

cover5.jpg

cover by : ยางมะตอยสีชมพู

Advertisements

เรื่องจากปก

กุมภาพันธ์ 14, 2007

คิดเห็นอย่างไรกับวันวาเลนไทน์?

– โจนาธาน

: ครั้นจะบอกว่าไม่มีความคิดเห็นอะไรก็คงไม่ได้ใช่ไหม… จริง ๆ แล้วมันมี เพียงแต่ผมพยายามจะมองว่ามันไม่มีเพราะไม่ได้ให้ความสนใจกับวันวันนี้มากกว่า–

ผมไม่อยากพูด ไม่อยากแสดงทรรศนะที่อาจไปเหยียบหรือกระตุ้นต่อมความรู้สึกใด ๆ ต่อคนที่เขาคิดและหลงยึดถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งความรัก เพียงเพราะผมคิดว่าวันทุกวันนั้นเราสามารถมีความรักได้ตลอดและมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเวลา เกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กับความเกลียดนั่นแหละ, ถึงผมไม่พูด ถึงผมไม่แสดงความคิดเห็น สังคมนี้ก็พูด แสดง และกระทำกันต่อเนื่องอยู่ทุกปีจนกลายเป็นว่าวันนี้เป็นเทศกาลหนึ่งประจำสังคม-ประจำชาติไทยไปโดยปริยายแล้ว

ผมไม่รู้และไม่เคยคิดอยากรู้หรอกว่าวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ทำไมต้องเป็นวันแห่งความรัก ผมรู้แค่เลา ๆ ว่า วันนี้เป็นวันที่นักบุญท่านหนึ่ง-ของศาสนาศาสนาหนึ่งได้ละสังขารจากโลกเส็งเคร็งบวม ๆ ใบนี้ไปเท่านั้น และนักบุญท่านนั้นก็ได้ใช้ความรักสั่งสอนอบรมสาธุชนตามคำสอนพระคัมภีร์, วันนี้จึงเป็นวันที่สาธุชนทำการน้อมรำลึกถึงการจากไปของท่าน- ผมรู้เพียงเท่านี้แหละ

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ คือวันหนึ่งของวันหนึ่งของเดือน ส่วนวันแห่งความรักของผมนั้นคือวันทุกวัน มีมากบ้าง-น้อยบ้าง หรือบางวันว่างเปล่าไม่มีเลยก็มี ซ้ำร้ายบางวันมีแต่ความเกลียดเผาไหม้ใจตัวเองก็บ่อยไป, ผมยังคงมอบความรักให้กับคนรอบข้างได้ไม่เต็มที่ ตราบใดที่ผมยังรัก ยังใส่ใจ และดูแลตัวเองได้ยังไม่ดีพอ •

 

– Black & Pink

: ความรัก คืออะไร ใครหลายคนเคยถามผม “ไม่รู้…” นั่นคือคำตอบที่ผมให้กับใครหลายคนนั้น ใช่ครับ ผมไม่รู้จะจำกัดนิยามความรักของตัวเองยังไง เพราะผมขี้เกียจอย่างมากถึงมากที่สุดที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้

ใครหลายคนอาจบอกว่า ความรักคือการให้…โดยไม่หวังผลตอบแทน ผมอยากจะถามกลับไปว่า “คุณแน่ใจ- ว่าจะไม่หวังผลตอบแทนเลย… แน่ใจอย่างนั้นใช่ไหม คุณแน่ใจจริง ๆ หรือ ชัวร์หรือเปล่า ไม่หวังอะไรตอบแทนจริงๆอะ…” เมื่อถามย้ำถึงความแน่ใจไปเรื่อย ๆ ก็ชักเริ่มออกลูกลังเล คือถ้าไม่หวังผลตอบแทนแล้วคุณจะจีบผู้หญิงเค้าทำแมวน้ำอะไรครับ โอเค…คุณอาจบอกว่า ความรักไม่ใช่มีเฉพาะแค่เรื่องหนุ่มสาว รักธรรมชาติ รักพ่อ รักแม่ รักน้ำ รักปลา รักซากุระ เอ๊ย…ไม่ช่ายยย คือไม่ว่าจะเป็นความรักเกี่ยวกับอะไร มันก็ต้องหวังผลตอบแทนกันทั้งนั้นแหละ เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าเราคือมนุษย์ไงครับ ใช่ครับ พวกมนุษย์ขี้เหม็นพวกนี้มีความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้งอยู่เสมอ ดังนั้นความคิดเห็นของผมอาจจะดูมองโลกในแง่ร้ายไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการมองโลกในแง่ดีจนเกินไปไม่ใช่หรือครับ

ดังนั้น หากจะให้ผมมองวันแห่งความรัก ผมก็ได้แต่มองแค่เป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้น แต่หน้าที่ของผมก็คือการที่จะต้องเอาใจเธอคนนั้นให้เป็นพิเศษ…ใช่ครับ ผมไม่สนใจ… แต่ในเมื่อเธอคนนั้นของผมสนใจ ผมก็ต้องทำ ผมเคยบอกเธอคนนั้นไปว่า วันวาเลนไทน์ผมจะไม่ซื้อของขวัญ ไม่ซื้อดอกไม้ ไม่มีอะไรให้เป็นพิเศษนะ โอเคไหม? คำตอบของเธอคือ โอเค…แต่น้ำตาของเธอมันไม่โอเคด้วยนี่สิ เอาอย่างไรดี…สุดท้าย ผมก็ต้องมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ซักชิ้น-สองชิ้นให้เธอทุกปี ๆ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย และเพื่อความรักที่ผมไม่รู้ว่าจะให้คำนิยามกับมันว่าคืออะไรอีกเช่นเคย

สุดท้าย…หากต้องการคำตอบจริง ๆ ผมก็มีคำตอบให้ครับ แต่คำตอบนั้นมันเป็นความรู้สึกของผมเท่านั้น “ความรัก คือความเป็นห่วง” นั้นคือคำตอบของผมที่พอนึกออกครับ •

  

– พงษ์ปรัชญา

: ผมเชื่อว่าความรักมันก่อเกิดและสูญหายไปได้ทุกวัน, ทุกนาที, ทุกวินาที
ผมไม่มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ว่าเหตุใดมนุษยชาติจึงกำหนดวันนี้เป็นวันแห่งความรัก
 ผมไม่เชื่อว่าวันแห่งความรักจะทำให้คนรักกันมากขึ้น
 ผมเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยในวันแห่งความรัก
 ผมเชื่อว่าตราบใดที่ผมยังรักมนุษย์ด้วยกัน นั่นจึงจะเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งมันเกิดขึ้นและมอดดับลงได้เช่นเดียวกัน
ผมไม่เชื่อว่าวันหนึ่งวันจะทำให้โลกกลายเป็นชมพูแทนที่สีน้ำเงินช้ำเลือดช้ำหนอง
ผมเชื่อว่าตราบใดที่มนุษย์ยังเปราะบางและหวั่นไหว สักวันก็จะมีวันแห่งการเกลียดชัง และวันแห่งการหิวโหย ฯลฯ
ทำไมต้องมีวันแห่งความรัก
และทำไมจะมีวันแห่งความรักไม่ได้
ผมยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้
แล้วคุณพอจะมีคำตอบให้กับผมบ้างไหม? •

 

– อัมโปะ

: ในเรื่องของความรักนั้นข้าพเจ้าตีความเป็นสองรูปแบบ
ในแบบแรก (รูปแรก) ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์อันดีที่มนุษญ์พึงมี-พึงปฏิบัติต่อธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง บ้าน ชุมชน และที่สุดคือโลกกลม ๆ ใบนี้

หากใครคิดไกลไปถึงจักรวาลก็ตามใจขอรับ แต่สำหรับข้าพเจ้าขอหยุดลงแค่โลกก็พอ

ในแบบที่สอง (รูปสอง) ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์อันดีที่มนุษย์พึงมีและพึงปฏิบัติต่อกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟน ลูก พ่อ แม่ ญาติ ขอทานข้างถนน ฯลฯ

ในความเห็นของข้าพเจ้า ความรักในแบบแรกนั้น ควรมองให้ไกล อย่างเช่นปัญหาสภาวะโลกร้อน หากมองใกล้ตัวจะพบว่าปัญหาที่เกิดอยู่ในสเกลที่ใหญ่เกินกว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องมารับผิดชอบ, ใหญ่เกินกว่าชุมชนใดชุมชนหนึ่งต้องมารับผิดชอบ, ใหญ่เกินกว่าประเทศใดประเทศหนึ่งต้องมารับผิดชอบ เราจึงได้ยินประโยคคำพูดที่น่าหดหู่อย่างเช่น “งดทิ้งขยะเพิ่มอีกชิ้นก็ไม่ได้ทำให้โลกดีขึ้นหรอก เราไม่ทิ้งคนอื่นก็ทิ้งอยู่ดี” หรือ “ปลูกต้นไม้แค่ต้นสองต้นก็ไม่ได้ทำให้โลกเย็นขึ้นหรอกโว้ยย ปลูกไม่ทันคนตัดอยู่ดี”

ส่วนความรักในแบบที่สองนั้น ควรมองให้ใกล้ ใส่ใจในรายละเอียด การปฏิบัติตนต่อเพื่อนมนุษย์คนอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นใครตั้งแต่คนรักไปถึงคนไม่รู้จัก ความสำคัญคือเอาใจเขามาใส่ใจเราก็เท่านั้นเองขอรับ, คารวะ •

 

– ทรงทอม

: สั้น ๆ ครับ วันแห่งความรักของคนอื่นอาจมีปีละหนึ่งวัน แต่วันแห่งความรักสำหรับผมมี ๓๖๕ วันต่อหนึ่งปี •

– กีรติ

: วันแห่งความรัก : วันที่สายลมมีกลิ่นหอม

ทุกปีในวันที่ชาวโลกเรียกว่าวันแห่งความรัก ๑๔ กุมภาพันธ์ ฉันไม่ค่อยได้รู้จักประวัติศาสตร์วันแห่งความรักว่าเป็นเช่นไรนัก ในความคิดของฉัน ความรักในวันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับเมื่อวันก่อน หรือวันที่จะผ่านเข้ามา

อย่างไรหรือที่เรียกว่าความรัก ความรักกำหนดอะไรได้ แม้ว่าจะมีวันแห่งความรักให้ระลึกถึงก็ตาม

ความรักหลายรูปแบบที่ฉันได้เรียนรู้ ฉันค้นพบความเคลื่อนไหวในนั้น เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันมีความสับสนในความรักที่ฉันได้รับและถ่ายทอดของคนในครอบครัว มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้จักคำว่า ครอบครัวนั้นไม่มีความจำเป็นสักเท่าใดนักที่จะอยู่กันอย่างพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ฉันอยู่เพียงลำพังโดยได้รับความรักจากคนไกล คนที่ฉันเรียกว่า พ่อ ฉันได้รับความรัก ความห่วงใยอย่างหนักหน่วงจากคนที่ฉันเรียกว่า แม่ ฉันได้รับความรักอย่างไม่เปิดเผยจากคนที่ฉันเรียกว่าพี่ชาย

มาถึงความรักแบบรักใคร่ใครสักคน ฉันค้นพบสิ่งใหม่ตลอดเวลา เมื่อวานฉันพบว่า คำว่ารักที่เกิดขึ้นมานั้น จะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการศึกษา ความรู้ และทัศนคติ วันนี้ฉันกลับค้นพบว่า ความรักที่ฉันเฝ้าหาจากใครสักคน คือการทุ่มเทและความซื่อสัตย์ หากรวมแนวความคิดของวันนี้และเมื่อวานได้ ฉันคิดว่า พรุ่งนี้ของฉันคงได้พบความรักที่ฉันมีแต่ความสุขสมหวัง

แต่ความรักเหมือนสายลม ผ่านพัดไม่อาจคงรูป ฉันหมดเวลาที่จะเสียไปกับการตั้งกฎเกณฑ์ รู้แต่เพียงว่า เมื่อถึงวันที่มีการระลึกถึงความรักขึ้นมา สายลมของฉันจะมีกลิ่นหอม นั่นคือกลิ่นความรักที่ฉันคิดฝันเอาเองตามช่วงอายุ

ปีนี้ กลิ่นความรักของฉันจะมีกลิ่นแป้งจี่ ขนมหอม ๆ ที่ทำให้ฉันอบอุ่นใจในความรักที่ผ่านมา •

แด่วันแห่งความรัก
กีรติ

 

– นารินทร์ ทองดี

ทัศนคติเกี่ยวกับวันแห่งความรัก
๑๐ ก่อน : ตื่นเต้นมากที่ได้รู้ว่าในโลกมนุษย์มีวันแบบนี้ด้วย
๕ ปีก่อน : นับวันนับคืนให้ถึงวันวาเลนไทน์ไวๆ
๓ ปีก่อน : เกลียดวันวาเลนไทน์ที่สุดในโลก!
ปีนี้ : แล้วไง?
ปีหน้า : แล้วไง?
๓ ปีข้างหน้า : มันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวโลก เราควรจะระลึกถึงนักบุญท่านหนึ่ง และควรจะรู้ว่าควรจะรักยังไง
๕ ปีข้างหน้า : ไม่ควรจะแสดงความรักแค่วันเดียวนะ เราควรจะรักทุกๆคนในทุกๆวัน
๑๐ ปีข้างหน้า : …. •

 

– ธุลีดิน

: ถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับวันวาเลนไทน์น่ะหรือขอรับ?

อ่า….ชื่อไพเราะขอรับ!
เป็นชื่อที่แค่ออกเสียงก็รู้แล้วว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความรัก
คิดว่าหากเกล้ากระผมมีลูกเป็นฝรั่งอยากจะตั้งชื่อมันว่าวาเลนไทน์นี่แหละขอรับ
แต่ปัญหาก็คือทำอย่างไรจะให้ลูกชายของเกล้ากระผมออกมาเป็นฝรั่งดังใจปรารถนา?
เพราะแถว ๆ คันนาที่เกล้ากระผมอาศัย หากพอจะหาก็เห็นจะมีแต่ฝรั่งขี้นกน่ะขอรับ

วันวาเลนไทน์พากษ์ไทยว่า ‘วันแห่งความรัก’ !
ดีขอรับ! ดี!
ในเมื่อเรามีวันอะไรต่อมิอะไรกันมาก็มากมาย
มีวันแห่งความรักสักวันไม่น่าจะรังเกียจรังงอน

รักอะไรก็ได้ รักพ่อ รักแม่ รักแฟน รักกิ๊ก รักน้องหมา รักท้องฟ้า รักสายลม
รักงานที่ทำ…ไปจนถึงรักโลก…รักจักรวาล…
ขอทำอะไร (แบบเน้น ๆ ) ให้สิ่งหรือคนที่เรารักสักวัน
หลังจากรักแบบงั้น ๆ มาตั้ง ๓๖๔ วัน

ส่วนจะรักกันดูดดื่มเพียงใด?
รักกันเป็นแค่ไหนอย่างไร?
รักกันจริงหรือไม่?

คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องตัวใครตัวมันแล้วล่ะขอรับพระคุณท่าน •

kaawss.jpg


คมคำ-คมความ

กุมภาพันธ์ 14, 2007

read3.gif

“อย่าทำงานโดยโจทย์ที่ว่า ต้องการให้คนอื่นยอมรับ”

‘วินทร์ เลียววาริณ’
จาก ‘คุยกับวินทร์’ http://www.winbookclub.com

kaawss.jpg


บทบรรณาธิการ

กุมภาพันธ์ 14, 2007

editortouch3.jpg

– ๑ –

เราเชื่อว่าความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดีหากเราเลือกที่จะรักเป็น, ความรักจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีหากเรารักไม่เป็น การรักไม่เป็นนั้นน่าเศร้าใจนักที่นำไปสู่ความสูญเสีย เป็นรักที่ทำลายความรักไปอย่างไม่ตั้งใจ

ความรักนั้นเกิดขึ้นได้ง่าย- ง่ายพอ ๆ กับความหลงที่บังเกิดขึ้นควบคู่กันโดยที่เราไม่เห็น หากเพียงเพราะว่าความหลงได้หลบซ่อนอยู่ในความรัก
 หลายคนมักปฏิเสธว่าไม่ได้หลง แต่เป็นเพราะรัก
 รักหรือหลง หรือ หลงหรือรัก
 คำว่าหลงมักเป็นคำตอบลำดับท้าย- เป็นคำตอบเมื่อความรักเสื่อมคลาย, เป็นคำตอบที่หลายคนรู้ว่าแท้จริงแล้วนั้นเป็นความหลง
 จะทำอย่างไรมิให้เกิดความหลงในระหว่างรัก?…
กับคำตอบของคำถามไม่ปรากฏให้เราเลือก เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่สามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึก- เป็นนามธรรม
 ความรักของพ่อและแม่ที่มีต่อลูกเป็นรักที่บริสุทธิ์จริงหรือ?…

ความรักระหว่างหนุ่มสาวแท้จริงแล้วเป็นความรักหรือความใคร่ต้องการทางเพศ?…
ความรักระหว่างเพื่อนเป็นรักที่ไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลงแฝงผลประโยชน์อยู่จริงหรือไม่?…
ความรักต่อประเทศชาติเป็นรักด้วยสำนึกในรากเหง้า หวงแหน และปกปักรักษาผืนแผ่นดินจริง ๆ ไหม?…
และอีกหลายความรักที่มีต่อกันนั้นแท้จริงแล้วต่างมีความหลงอยู่จริงใช่ไหม?…
แล้วรักที่แท้จริงคืออะไร, จะทำอย่างไรให้รักนั้นบริสุทธิ์ เป็นรักที่ไม่หวังสิ่งใดกลับคืนมาอย่างแท้จริง?…
นักบุญแสดงอะไรให้เราเห็นบ้างว่ารักที่แท้จริงนั้นควรประพฤติปฏิบัติอย่างไร?…
วันแห่งความรักแท้จริงแล้วระลึกในการกระทำใดของท่านนักบุญ?…

– ๒ –

เราสงสัยมานานนักแล้วว่าวันแห่งความรักนั้นหมายถึงอะไรกันแน่- ทำไมคนเราจึงต้องการความรัก, ทำไมสัตว์โลกจึงต้องการความรัก?…
 เพราะความรักเป็นสิ่งที่ดี- ดีเพราะว่า เมื่อมีความรักย่อมมีความสุขแห่งชีวิต แต่กับคนที่อ้างว่าทำไปทุกอย่างเพราะรักอาจไม่ใช่ผู้มีความสุขเสมอไป เพียงเพราะมีความหลงอยู่ในความรัก
 หากรักด้วยสติ- เราค่อนข้างเชื่อว่าความหลงในความรักนั้นจะไม่มี
 ไม่มีทั้งรัก โลภ โกรธ และหลงมากหรือยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
 ขอความรักเช่นนี้บังเกิดขึ้นกับเราทุกวันที่ไม่ใช่วันแห่งความรัก–

ด้วยมิตรภาพ
 กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

kaawss.jpg


วาเลนไทน์รึ?

กุมภาพันธ์ 14, 2007

pum.jpg ปากกาพาไป : นารินทร์ ทองดี

ถ้าถามว่าเขาหล่อไหม? ใคร ๆ ก็ตอบว่าไม่หล่อ ถามต่อว่าเขารวยไหม? ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาจน แต่ในวันนี้…แม้เขาจะไม่หล่อและยังจนเอามาก ๆ กระนั้นในมือของเขาก็ยังมีดอกกุหลาบสีแดง

ผู้หญิงผิวขาว ผมยาว และสวยที่สุดในโลก (ของเขาในขณะนี้) ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ไกลนัก เพียงเขาออกแรงเดินไม่กี่ก้าว เขาก็จะเข้าใกล้ตัวหล่อน ใกล้พอที่จะรวบรวมความกล้ายื่นดอกกุหลาบสีแดงให้หล่อน ชายหนุ่มใจสั่น มือสั่น ดอกกุหลาบก็พลอยสั่นไปด้วย

แล้วทั้งตัวและหัวใจของเขาก็สั่นหนักขึ้น เมื่อเขาเห็นอาเสี่ยพุงพลุ้ยคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถเมอซิเดสเบนซ์คันใหญ่ ในมือของอาเสี่ยถือดอกไม้ช่อโตราคาแพง ซึ่งเผลอ ๆ มันอาจจะแพงกว่าเงินเดือนของชายหนุ่มด้วยซ้ำไป

อาเสี่ยยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาวพร้อมกล่าว

“เย็นนี้ไปทานข้าวกับผมนะครับ”

หญิงสาวยิ้มสดใส “ขอคิดดูก่อนค่ะ”

ชายหนุ่มยืนดูสักพักก็ทำคอตก เขาถือดอกกุหลาบเดินจากไป

แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง พร้อม ๆ กับหอบดอกไม้ช่อโตมาด้วย

* * *

หญิงสาวผิวขาว ผมยาว และสวยที่สุดในโลกของเขาขณะนี้ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่ไกลนัก เพียงเขาออกแรงเดินไม่กี่ก้าว เขาก็จะเข้าใกล้หล่อน ใกล้พอที่จะรวบรวมความกล้ายื่นดอกไม้ช่อโตราคาแพงเท่าของอาเสี่ยคนนั้นให้หล่อน

ชายหนุ่มใจสั่น มือไม้สั่น ดอกไม้ช่อโตสวยสดนั้นก็พลอยสั่นไหวไปด้วย

แล้วทั้งตัวและหัวใจของชายหนุ่มก็สั่นหนักยิ่งขึ้นเมื่อเขาเห็นหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาว ในมือถือดอกไม้ช่อเล็ก ๆ แลดูน่ารัก หนุ่มรูปงามคนนั้นยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาวพลางกล่าว

“คืนนี้ไปดูหนังกับผมนะครับ”

หญิงสาวยิ้มร่าเริง “ขอคิดดูก่อนนะคะ”

ชายหนุ่ม (พระเอก) ของเราคอตกอีกครั้ง เขาถือดอกไม้ช่อโตเดินจากไปอย่างหงอย ๆ

* * *

ชายหนุ่มรู้จักหญิงสาวมานานแล้ว เขาแอบปิ๊งหล่อนตั้งแต่แรกเห็น และพยายามหาโอกาสบอกรักหล่อน จนกระทั่งถึงวันนี้…๑๔ กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ วันที่หนุ่มสาวทั่วโลกแสดงความรักต่อกันและกัน เขาเองก็เป็นคนหนุ่มคนหนึ่งของโลกเหมือนกันจึงคิดว่าการเลือกบอกรักใครสักคนในวันนี้เหมาะสมที่สุด

แต่เขาคิดผิด… คนที่เขาคิดจะบอกรักไม่เหมาะกับเขาเลยแม้แต่สักนิด

พระอินทร์จะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่ามนุษย์เดินดินอย่างเขาสะเออะปิ๊งเทพธิดาจำแลง?

สามชั่วโมงที่เขาครุ่นคิดอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็คิดได้ เขารู้สึกผิดอย่างไม่น่าให้อภัยที่บังอาจไปหลงรักผู้หญิงอย่างหล่อน… เขาจึงเตรียมดอกไม้ธูปเทียนเพื่อจะไปขอขมาหล่อน!

* * *

ชายหนุ่มปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาวอีกครั้ง ทันทีที่เห็นดอกไม้ธูปเทียน หญิงสาวผู้เปรียบดั่งเทพธิดาจำแลงก็ส่งยิ้มให้เขา จากนั้นก็กล่าวเสียงใส

“ตกลงค่ะ คืนนี้ฉันจะไปกับคุณ!”

ชายหนุ่มอ้าปากค้าง ใจสั่น มือไม้สั่น…

…จบ…

ดัดแปลงจากเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่ผมเคยอ่านในขายหัวเราะ และมหาสนุก เมื่อเกือบสิบปีก่อน ซึ่งวันวาเลนไทน์ปีนั้นตรงกับวันมาฆบูชาพอดิบพอดี เสียดายที่ผมจำชื่อผู้เขียนไม่ได้ แต่เชื่อว่าผู้เขียนเรื่องนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเขียนเรื่องสั้นของเขาแล้ว เพราะเรื่องสั้นเรื่องนี้ฝังอยู่ในหัวใจของผมมานานแสนานจนยากจะลบเลือน

ถึงวันวาเลนไทน์ทีไร เรื่องสั้นเรื่องนี้ก็มักจะผุดขึ้นในหัวของผม

ปีนี้ก็เช่นกัน •

kaawss.jpg


‘พระอัฏฐารส’ วัดสะพานหิน ความรักษ์ในเขตอรัญวาสี

กุมภาพันธ์ 14, 2007

keeree.jpg สืบศิลป์ : กีรติ

kee5.jpg

ในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีแม้ว่าในเป็นช่วงเวลาแห่งการเป็นราชธานี คือก่อนที่จะถูกผนวกเข้ากับพระนครศรีอยุธยานั้น มีช่วงระยะเวลาที่ไม่นานนัก ทว่ากลับสร้างความงดงามทางพุทธศิลป์ได้อย่างมีเอกลักษณ์และยังคงสืบทอดความงามเหล่านั้นมายังปัจจุบันได้อย่างน่าอัศจรรย์

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสมัยอาณาจักรสุโขทัยนั้นพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากส่งผลให้ศิลปกรรมต่าง ๆ มีความงดงามอย่างวิจิตรไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ อุโบสถ วิหาร และพระพุทธรูป นอกจากนี้ยังหมายรวมถึง งานออกแบบลวดลายประดับต่าง ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศาสนาก็มีความงดงามไม่แพ้กัน

หลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่แสดงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านั้นพบว่าส่วนมากจะอยู่ในตัวเมืองหรือเขตเมืองหลวง ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยหรือนอกเมืองอย่างอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเมืองลูกหลวงของสุโขทัยในเวลานั้น หลักฐานเหล่านั้นเผยให้เห็นถึงความลงตัวและความอ่อนช้อยและการสร้างตามคติความเชื่อที่ทางสุโขทัยรับมาจากประเทศศรีลังกาอันเป็นการแสดงความศรัทธาได้อย่างแจ่มชัด

และหนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจก็คือ เขตวัดป่า หรือเขตอรัญวาสี ‘วัดสะพานหิน’

วัดสะพานหินตั้งอยู่บนเนินเขาสูงประมาณ ๒๐๐ เมตรทางด้านทิศตะวันตกของกำแพงเมือง จังหวัดสุโขทัย ทางเดินจะปูด้วยหินชนวนโดยตลอดจนถึงบริเวณลานวัด ภายในวัดมีเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมขนาดไม่สูงมากนัก มีวิหารก่อด้วยอิฐ เสาก่อด้วยศิลาแลง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัย ซึ่งมีความสูงสง่าเช่นเดียวกับพระพุทธรูปในเขตเมืองอย่างที่วัดมหาธาตุด้วยเช่นกัน

พระพุทธรูปที่มีความสูงเช่นนี้มีชื่อเรียกว่า พระอัฏฐารส โดยที่อาณาจักรสุโขทัยนั้น ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์จากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ได้รับมาจากประเทศศรีลังกา กล่าวคือในประเทศศรีลังกาตั้งแต่ช่วงปลายสมัยอนุราธปุระ และในสมัยโปลนนาลุวะ นั้น มีความนิยมในการสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปยืนที่มีความสูงเช่นนี้ด้วย ตัวอย่างที่กล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบให้กับพระอัฏฐารสในสุโขทัย คือ พระอัฏฐารสในวิหารลังกาดิลก

สำหรับพระอัฏฐารสที่วัดสะพานหินเป็นพระพุทธรูปปางประทานอภัยสร้างตามคติของลังกาที่ว่า พระพุทธเจ้ามีความสูงเท่ากับ ๑๘ ศอก โดยสร้างเป็นพระพุทธรูปยกพระหัตถ์ข้างใดข้างหนึ่งขึ้น หันฝ่าพระหัตถ์ออก ปลายนิ้วพระหัตถ์ตั้งขึ้นเรียกว่าการแสดงปางประทานอภัย

จากที่กล่าวมาข้างต้นพระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัยจึงใช่ ไม่เพียงแต่รับอิทธิพลในด้านความงดงามจากลังกาในช่วงต้นเท่านั้นแต่ยังได้รับเอาคติความเชื่อมาด้วย ทำให้เกิดการผสมผสานทางความคิดและเอกลักษณ์ความงามอย่างพระพุทธรูปหมวดใหญ่สุโขทัย เกิดเป็นพระอัฏฐารสที่เป็นแบบเฉพาะให้ได้ศึกษากันมาจนถึงปัจจุบัน •

kaawss.jpg


ข้างกองไฟ

กุมภาพันธ์ 14, 2007

jonathan.jpg ฟากฟ้า..ทะเลฝัน : โจนาธาน

“ใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นหากเขามองเห็นสัจธรรมของชีวิต… ความกลัวมันก็เคียงคู่อยู่กับสัตว์โลกทุกชนิดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะแปรเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นความกล้าหาญได้ยังไงก็เท่านั้น–” ชายเฒ่าว่าพลางควานหายาเส้นกับใบจากจากถุงพลาสติกสีขาวขุ่นออกมามวนแล้วขยับกายเข้าใกล้กองไฟ, กลิ่นยาเส้นหอมฉุนละล่องไปตามแรงลมเอื่อย

jo5.jpg

ค่ำคืนที่ลมทะเลพัดโบกอย่างแผ่วเบาพัดเอาความหนาวเหน็บสัมผัสกาย… ฉันนั่งอยู่ข้างกองไฟ สายตาจ้องมองเปลวเพลิงสี่ส้มเหลืองที่ล้อเล่นลมอย่างอ้อยอิ่ง, ข้างกายมีสมุดบันทึกกับดินสอไส้ทู่ปราศจากการเหลาลับให้แหลมคม– ไม่ต่างอะไรไปจากก้อนสมองในหัวของฉันในห้วงยามนี้ที่มีแต่ความนิ่งงัน

เด็กชายตัวน้อยเดินผ่านกองไฟไปพร้อมกับเหลียวหลังกลับมามองฉันเสียสองสามครั้ง…

ชายเฒ่าเดินผ่านมาแล้วหยุดทักถามฉันว่า- ทำไมไม่เข้าไปในรวงรังของตน, ฉันว่าข้างในนั้นมันอุ่นเกินไป มิอาจทำให้ฉันสัมผัสกับความทารุณบางอย่างได้

ชายเฒ่าหัวเราะในลำคอแล้วระบายลมหายใจยาว, ทิ้งร่างลงนั่งข้างกายฉัน สายตาจับต้องไปยังฟ้าสีครามเข้มที่มีแสงไฟจากเรือหาปลากะพริบตรงเส้นขอบน้ำ

“ชีวิตนี้เธอกลัวอะไรบ้างไหม?…” ชายเฒ่าเอ่ยขึ้น

“ไม่- หมายถึงผมไม่เคยคิดว่าจะต้องกลัวอะไร”

“แต่จริง ๆ แล้วเธอก็มีความกลัวอยู่ทุกขณะใช่มั้ยล่ะ” ชายเฒ่าเอ่ยฝนขณะสายตายังคงจับจ้องเบื้องน้ำกว้าง “ใจของเธอ, ความคิดของเธอ นั่นละที่ทำให้เธอกลัวทุกสิ่งทุกอย่างได้– กลัวได้กระทั่งใจของเธอเอง”
ฉันเงียบและนิ่งงัน คอยฟังชายเฒ่าว่าจะเอ่ยสิ่งใดต่อไป

“เธอยังคงกลัวตัวเอง… ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับตัวเราเองหรอก…”

“ตาพูดเหมือนนักเขียนคนหนึ่งที่ฉันเคยอ่านงานของเขา” ฉันว่าพร้อมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดหน้าที่ว่างค้างไว้

“ใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นหากเขามองเห็นสัจธรรมของชีวิต… ความกลัวมันก็เคียงคู่อยู่กับสัตว์โลกทุกชนิดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะแปรเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นความกล้าหาญได้ยังไงก็เท่านั้น–” ชายเฒ่าว่าพลางควานหายาเส้นกับใบจากจากถุงพลาสติกสีขาวขุ่นออกมามวนแล้วขยับกายเข้าใกล้กองไฟ, กลิ่นยาเส้นหอมฉุนละล่องไปตามแรงลมเอื่อย

“สักมวนไหมล่ะ” ชายเฒ่ามวนใบยาส่งให้ฉัน “ในความกลัวย่อมมีความกล้าแฝงอยู่นะพ่อหนุ่ม”

เด็กชายตัวน้อยเดินย้อนกลับมาพร้อมกับหญิงสาววัยกลางคน, เขาปราดเข้ามาชะโงกหน้าถาม
“พี่ชายนั่งเขียนอะไรอยู่รึ” เด็กน้อยมองหน้าฉันด้วยสีหน้าสงสัยเต็มประดา “ทำไมยังไม่กลับเข้าบ้าน, ลมมันเย็นนา”

ฉันอยากตอบเขาด้วยประโยคเดียวกับที่มอบให้ชายเฒ่า แต่กลัวเด็กน้อยจะไม่เข้าใจกับเหตุผลในบางห้วงยามของชีวิต, ฉันจึงยิ้มพร้อมกับขยี้เส้นผมของเขาให้แทนคำตอบ

“แม่บอกว่าพี่ชายจะไปจากที่นี่จริงหรือ…”
ฉันอ้ำอึ้งกับคำถามนั้น, ยังไม่ทันตอบหญิงวัยกลางคนร้องเรียก เด็กน้อยจึงผละจากไป ทิ้งคำถามไว้ข้างกองไฟที่ใกล้มอดดับเต็มที

“ทำไมเธอจึงไม่ตอบเด็กน้อยนั่นไปเล่า, เห็นไหมฉันว่าแล้วว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับตัวเราหรอก เอาละ เห็นทีฉันต้องกลับสักทีละพ่อหนุ่ม–”

ชายเฒ่าลุกจากไป, เหลือฉันเพียงลำพังข้างกองไฟที่มอดลงไปทุกขณะ
 แต่เธอยังอยู่ใช่ไหม?…

ฉันรู้, ฉันได้ยินนะว่าเธอพูดอะไร เธอว่า- ที่ฉันไม่ตอบเด็กน้อยมิใช่ว่าฉันไม่มีคำตอบ เพียงแต่ฉันมีความกลัวเหมือนคำจากชายเฒ่าใช่ไหม?… ใช่- ฉันไม่เถียงเธอหรอกว่าฉันกลัว, กลัวว่าทุกสิ่งที่ฉันคิด ทุกสิ่งที่ฉันหวังและใฝ่ฝันจะไม่เป็นไปตามนั้น เป็นไปตามที่ได้วาดวางไว้

เธอหัวเราะ, ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เธอว่า- ก็ใครบ้างล่ะที่จะสมหวังไปเสียทุกเรื่องราว, ทุกห้วงขณะของชีวิต ไม่มี- ไม่มีหรอก… ไม่มีเลยสักคน มีแต่กลัวตัวเองเช่นฉันเท่านั้นแหละ…

กองไฟมอดดับ… ฉันไม่รู้สึกถึงความเย็นและความหนาวเหน็บ
ในความเหน็บหนาวยังคงมีความอุ่นได้, ในความกลัวย่อมมีความกล้าได้… เหมือนดังเช่นที่ฉันไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วฉันมีความกลัวอยู่ทุกขณะ

ทุกสรรพสิ่งย่อมมีสองด้านเสมอใช่ไหม แตกต่างที่ว่าจะมีด้านไหนมากกว่ากัน, เท่านั้นใช่ไหม?
เงียบงัน… ไม่มีเสียงตอบจากเธอ

ในความเงียบงันยังคงมีคำตอบให้กับฉันอย่างเงียบเชียบ, ในความเงียบจากเธอคือคำตอบที่มอบให้ฉัน
ใช่ไหมที่ฉันว่านั้นคือคำตอบของเธอ

เงียบ!… มีเพียงสายลมหวีดหวิวจากฟากฟ้าผสานกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นคำตอบ
ชายเฒ่าซึ่งนั่งอยู่นอกชานคงแลเห็นฉันซึ่งนั่งนิ่งงันอยู่ข้างกองไฟกระทั่งดับมอดลุกขึ้นแล้ววิ่งปราดเข้าหาฟองคลื่นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว, ชายเฒ่าคงได้เห็นฉันโยนตัวเองขึ้นบนอากาศตกลงสู่ผืนแผ่นน้ำอย่างสุขล้ำครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างที่มิเคยได้เห็นมานานตั้งแต่เธอจากไป

ฉันว่าฉันได้เห็นชายเฒ่าส่ายหน้าอย่างแช่มช้าพร้อมหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา, เธอล่ะ เธอเห็นฉันหรือไม่ •

ด้วยความรักที่มีต่อเธอ
โจนาธาน

kaawss.jpg