เด็กเร่ร่อน

pinklogo.jpg DekAd : Black&Pink

เย็นวันหนึ่งในวันที่หัวใจไม่ปกติ แต่สังคมรอบข้างผมยังซ้ำซาก จำเจ และน่าเบื่อเหมือนเดิม
สถานที่ที่ผมนั่งอยู่ในเย็นวันนั้นคือบริเวณป้ายรถเมล์ใหญ่ใจกลางเมืองที่แน่นขนัดด้วยผู้คนมากมายทั้งที่เพิ่งเลิกงานพร้อมกลับบ้านและที่เพิ่งออกจากบ้านพร้อมที่จะตระเวนราตรี สายตาของผมจับจ้องไปที่เด็กคนหนึ่ง เธอเป็นเด็กหญิงวัยกำลังน่ารัก เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าสีขาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นดำ ด้วยวัยขนาดนี้ของเธอ สถานที่อยู่ที่เหมาะกับเธอในเวลานี้คืออยู่บ้านและนั่งทานข้าว ดูทีวีพร้อม ๆ กับครอบครัวที่อบอุ่น แต่ที่อบอุ่นเช่นนั้นไม่มีสำหรับเธอ

ผมพบเด็กคนนี้ทุกวัน และเธอก็เป็นความซ้ำซากอีกอย่างหนึ่งของสังคมที่น่าเบื่อ

“พี่จ๋า ขอตังค์ ๒๐ บาท หนูหิวข้าว” คือบทสนทนาแรกเริ่มระหว่างผมกับเธอเมื่อหลายเดือนก่อน ผมไม่พูดอะไรมากควักกระเป๋าตังค์สีดำแฟบ ๆ พร้อมหยิบแบงก์สีเขียวส่งให้เธอ เด็กน้อยประนมมือไหว้ พร้อมกับวิ่งลิงโลดหายวับเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ในใจผมคิด ‘แล้วเธอจะได้กินข้าวหรือเปล่านะ’ ผมนึกระแวงเป็นห่วงเธอจากพวกแก๊งมิจฉาชีพที่ทำนาบนหลังเด็กซึ่งมีอยู่เกลื่อนเมือง แต่คิดมากไปก็เท่านั้น และทุกวันต่อมาผมก็เจอเธอที่นี่ เวลานี้อยู่ทุกครั้งไป

ชีวิตของหนูน้อยผู้นี้ทำให้ผมนึกไปถึงโฆษณาสถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกทิ้งและเร่ร่อน ลองชมภาพโฆษณาดูก่อนนะครับ
yang6.jpg

ก็ไม่ขอบรรยายภาพแล้วกันครับ เพราะภาพโฆษณาชิ้นนี้นั้นได้สื่อความหมายทั้งหมดออกมาแล้ว ซึ่งค่อนข้างกระแทกความรู้สึก และ ‘แรง’ ใช้ได้ทีเดียวเลยครับ ซึ่ง HEAD LINE ที่ใช้ก็โดนมั่ก ๆ ครับ

“If you don’t help feed them, who will?”

นั่นสิครับ แล้วใครล่ะที่จะช่วย ถ้าไม่ใช่ Concordia Children’s Services ซึ่งก็คือสถานสงเคราะห์เด็กที่ว่าไว้นั่นแหละครับ

ในประเทศไทยของเราจำนวนเด็กเร่ร่อนมีมากมายนับไม่ถ้วน รวมถึงเด็กที่ถูกทิ้งหลังคลอดก็มีถึง ๒๐ – ๒๕ คนต่อวันเลยทีเดียวเชียวนะครับ

“จำนวนเด็กถูกทอดทิ้งตัวเลขมีแนวโน้มสูงขึ้น สาเหตุน่าจะมาจากเพราะวัยรุ่นสมัยนี้โตเร็ว เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์เด็กยุคนี้อาจจะใจกล้ามากกว่าเมื่อก่อน แต่ไม่อยากจะให้มองว่าผลพวงของเด็กถูกทอดทิ้งมาจากเด็กใจแตกเพียงอย่างเดียวแต่มันมีผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจและภาวะสังคมด้วย ที่สำคัญคนรู้กฎหมายมากขึ้น เขาจะไม่ฆ่าลูกที่เกิดมาแต่จะใช้วิธีทิ้งตามโรงพยาบาล ทิ้งตามสถานที่ต่าง ๆ หรืออุ้มมาที่หน้าสถานสงเคราะห์ ทำให้จำนวนเด็กที่ถูกทอดทิ้งเพิ่มมากขึ้น” คือคำพูดของ คุณนภา เศรษฐกร ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก

เด็กเร่ร่อน ปัญหาที่ดูคล้ายจะไกลตัวแต่แท้ที่จริงเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นใครในชุมชน ในสังคม ต่างก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ป้องกันการเร่รอนของเด็ก หรือจะกลายเป็นผู้ผลักดันผลักไสเด็กให้ออกมาสู่ถนนเพื่อเป็นเด็กเร่ร่อน หากช่วยเหลือพวกเขาได้แม้เพียงนิดก็แสดงน้ำใจหน่อยเถิดครับ ถือเสียว่าทำบุญก็แล้วกันเนอะ

ทีมงานที่ทำโฆษณาชิ้นนี้ครับ
AGENCY: Y&R Philippines, Makati
EXECUTIVE CREATIVE DIRECTOR: LEIGH REYES
ART DIRECTOR : TRISHA UY / SHENGUAN TAN
COPYWRITER : PATRICK LOW / LEIGH REYES
PHOTOGRAPHER : RAUL MONTIFAR
หมายเหตุ : –

คอลัมน์นี้มิใช่เป็นการยกตัวขึ้นเป็นกูรูทางด้านงานโฆษณาแต่อย่างใดของผู้เขียน (เพราะผู้เขียนยังคงอ่อนด้อยในหนทางสายนี้ยิ่งนัก ทั้งงานเขียนและงานโฆษณา) แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่มาจากการหลงใหลในงานแขนงนี้เท่านั้น และขออภัยล่วงหน้าหากผู้เขียนเกิดทะลึ่งไปเหยียบตาปลาใครเข้า อยากบอกว่า “ผมมิได้ตั้งใจคร้าบ-บ-บ”

แหล่งข้อมูล : –
http://www.kisanathai.com สำหรับรูปภาพของงานชิ้นนี้
http://www.mthai.com สำหรับรายละเอียดข้อมูลและบทสัมภาษณ์ของคุณนภา เศรษฐกร ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก
http://www.dsdw.go.th/service
http://www.dsdw.go.th/service สำหรับข้อมูลของสถานสงเคราะห์เด็ก

kaawss.jpg

Advertisements

7 ตอบกลับที่ เด็กเร่ร่อน

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    ผมอ่านคอลัมน์นี้แล้วเนียนในอารมณ์พิลึก–ใช้ภาษาได้ดีทีเดียวเชียวขอรับ

    เอ่อ คือ ผมขอถามท่านผู้เป็นเจ้าของกระทู้ หรือว่าท่านผู้ผ่านไปผ่านมาหน่อยนะครับว่า

    ไอ้ภาพเด็กรุมกินนมลูกหมูนี่ แรกเริ่มเดิมทีมันมาจากไหนกันแน่ครับ ใครเป็นคนคิดคนแรก และคิดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อันใด เพราะผมเคยเห็นภาพ และรูปปั้นแบบนี้หลายครั้งแล้ว

    ด้วยมิตรภาพครับ

  2. คิทชา พูดว่า:

    เป็น ปริ้นแอด ที่แรงดีทีเดียว ครับ

  3. เด็กเร่ร่อนเกิดมาจากหลายสาเหตุ

    ทั้งการล่อลวง ทั้งสมัครใจ ฯลฯ

    อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ หากจำนวนเด็กเหล่านี้มีมาก อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร

    ลำพังเด็กไม่เร่ร่อนแต่ไม่รักดี นั้นก็มากพอแล้ว

    นี่คือวาระของชาติที่ถูกละเลยไปอีกเรื่องหนึ่ง

    กระผมลองจินตนาการดูแล้ว ไม่น่าเกิน ๒๐ ปี แย่แน่ ๆ

    คำถาม- เราจำช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างไรดี นอกจากการเขียน?

    ด้วยมิตรภาพ

  4. ป้า พูดว่า:

    เห็นภาพแล้ว “แรง!&โดน!”
    ปัญหาเด็กเร่ร่อน มีทั่วโลก
    มันไม่ใช่ปัญหาเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งเสียแล้ว
    การร่วมมือกันระหว่างประเทศ น่าจะต้องเร่งทำกัน
    แต่ยังมีบางประเทศ คิดว่าได้แก้ปัญหาแล้วและแก้ปัญหาได้
    โดยออกกฆหมาย “ทำแท้งได้”
    ตรงนี้ ป้าไม่เห็นด้วยเลย
    เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ ว่า “แก้ปัญหาไม่ถูกจุด”
    อย่างงี้ ใครๆ ก็ต่างก็ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสำนึก ไม่ต้องหวาดกลัว
    เมื่ออยากคบใคร รู้สึก”ใคร่”ใคร ก็ไม่ต้องมีการยับยั้งง ชั่งใจ ใดๆ
    ในเมื่อสังคม ต่างประกาศว่า “ทำแท้งได้”

    ปัญหามันเรื้อรัง เพิ่มขึ้นตามความเจริญทางวัตถุแต่ต่ำด้อยทางวัฒนธรรม
    สิ่งสำคัญ คงต้องปลูกฝังกันตั้งแต่ “รากเหง้า”
    เริ่มตรงไหนล่ะ ท่าไม่ใช่ “ตัวเรา”

  5. ขอเสริมความเห็นของป้า

    เริ่มต้นจากเรานั้น คือ ครอบครัว ครับ

    มันต้องเริ่มทั้งครอบครัว…

    ด้วยมิตรภาพ

  6. nancy พูดว่า:

    คุณเป็นผู้ชายที่อ่อนไหวมากเท่าที่ฉันเคยอ่านบทความมา

  7. Everything is very open with a precise clarification of the issues.
    It was really informative. Your site is extremely helpful. Thanks for
    sharing!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: