บันทึกการเดินทาง

ธันวาคม 15, 2007

[บทบรรณาธิการ]


บันทึกการเดินทาง

กลางดึกวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ใต้หลังคาฟ้าดารดาษดาว ไออุ่นมิตรภาพแผ่คลุมทั่วบริเวณบ้านพักบนเขาป่าสวนกระยาง จังหวัดพิษณุโลก หนุ่มสาวบ้านหนอนสนทนากลุ่มหนึ่งคุยกันอย่างออกรสหลังน้ำเปลี่ยนนิสัยไหลผ่านลำคอ

“ชื่อก้าวรอก้าวดีไหม ก้าวรอก้าวนะ ไม่ใช่ ฯลฯ” ชายหนุ่มมาดเข้มเสนอขึ้นมากลางวง ท่ามกลางเสียงตอบรับฮือฮา

“ดีๆ มีความหมายดีด้วย ก้าว ตัวแรกหมายถึง หนอนหน้าเก่าที่เดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกันก็รอ ก้าว ตัวที่สองซึ่งหมายถึง หนอนหน้าใหม่เพื่อเดินไปพร้อมกัน”

“มีอีกความหมายหนึ่ง เมื่อเราก้าวไปได้สักพัก ก็ต้องมีการหยุดคิด หยุดพัก ก่อนจะก้าวเดินต่อไป” เสียงใครคนหนึ่งเสริม

“ก้าวรอก้าว ยังมีเสียงพ้องกับ ฯลฯ ซึ่งหมายถึง อื่นๆ อีกมากมาย ตรงกับแนววาไรตี้หลากหลายของนิตยสารเราพอดี ” อีกคนร่วมระดมความคิด

ก้าวหนึ่ง…ก้าวสอง…ลองย่ำ
เตาะแตะก้นตำคะมำหงาย
แต่หาได้เดินเดียวดาย
มีเพื่อนรอบกาย…ประคอง

นับจากวันนั้นโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบ หนุ่มสาวกลุ่มเดิมช่วยกันนับรอยเท้าที่ฝากรอยไว้เบื้องหลัง

“…ยี่สิบ ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสอง ยี่สิบสาม ยี่สิบสี่…”

การเดินเพียงลำพังกับการร่วมเดินไปกับคนหมู่มากย่อมก่อให้เกิดความรู้สึกต่างกัน หลายคนอาจเคยรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างบนเส้นทางสายอักษร การมีเพื่อนร่วมทางทำให้ถนนสายนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก ที่สำคัญก้าวย่างของคนๆ หนึ่งอาจช่วยปลุกกระตุ้นให้อีกหลายคนก้าวเดิน

แม้ระยะก้าว จังหวะก้าว และกำลังขาของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่เมื่อตัดสินใจเดินกอดคอไปพร้อมกันแล้ว ย่อมต้องชะลอหรือเร่งฝีเท้าให้ได้จังหวะประสานสอดคล้องกัน

บนเส้นทางหลายคนอาจเดินสะดุดล้มมีรอยแผลฟกช้ำไว้เป็นบทเรียน บางคนรู้สึกท้อแท้แยกตัวดุ่มเดินไปโดยลำพัง ขณะที่บางคนเหนื่อยล้าหมดแรง ขอนั่งพักบนศาลาริมทาง ก่อนแข็งใจก้าวเดินต่อไป

ก้าวแรก…ก่อนเริ่มนั้นยากนัก
ก้าวต่อไปจึงตระหนักยากยิ่งกว่า
ยิ่งเดิน…แรงอ่อนผ่อนล้า
…หรือว่าถึงคราหยุดพัก…

ก่อนเริ่มก้าวไม่มีใครเคยตั้งคำถามว่าจะเดินกันไปถึงจุดไหนและถึงเมื่อไร ในห้วงคำนึงมีเพียงก้าวปัจจุบันที่ตั้งใจจะ ยก – ย่าง – เหยียบ ให้ทันตามจังหวะเวลา ใครก้าวตามไม่ทันก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับสหายที่ยืนรอตรงจุดนัดพบ ก่อนเริ่มก้าวใหม่ไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม จุดหมายปลายทางของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปในรายละเอียด เมื่อเดินมาถึงระยะทางหนึ่งต่างย่อมต้องการเวลาหยุดพักและคิดทบทวนก่อนก้าวเดินต่อไป บางคนอาจค้นพบเส้นทางสายใหม่ที่ใช่สำหรับตัวเอง ขณะที่บางคนอาจเดินต่อบนเส้นทางสายเดิม

แต่ใครจะรู้ เส้นทางเหล่านั้นอาจทอดบรรจบกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง วันใดวันหนึ่ง และเมื่อถึงเวลานั้นหนุ่มสาวนักเดินทางจะร่วมกอดคอกันเดินอีกครั้ง ●

หนุงหนิง


[สารบัญ ฉบับส่งท้าย]


บทบรรณาธิการ ๒๔

ธันวาคม 1, 2007

[บทบรรณาธิการ]


ใต้ร่มเงาไม้-ใต้เงาความคิด
บทบรรณาธิการ

ก้าวฯในหลืบมองของข้าพเจ้า

วันเวลากว่าสามร้อยหกสิบห้าวันหาได้น้อย
เป็นวันเวลาที่เราพบกันทุกวัน
ช่วงไหนเวลาใดใครคนหนึ่งขาดหายไป
หัวใจเป็นต้องร้องเรียกหาออกมาเป็นภาษาอักษร
ไม่ว่าจะเป็นด้วยบทกลอน บทความ คำทักถามหา หรือเรื่องสั้น
เมื่อสหายเยี่ยมหน้ามาด้วยงานเขียนก็หายใจโล่งอก
รู้ว่าที่หายไปนั้นใช่เป็นด้วยเจ็บป่วย หรือโลกร้ายคุกคาม
หากแต่เป็นด้วยเก็บนิ้วเก็บตัวเขียนอักษร

หลายสิ่งหลายอย่างหาได้ถูกสร้างโดยจิตเจตนา
กลับก่อตัวขึ้นมาด้วยวันเวลาที่เพิ่มขึ้น

ชั่วขณะลมหายใจนี้ เพียงได้ดำรงชีวิตอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์
ห่างไกลจากรัก โลภ โกรธ หลง ของผู้คน
ข้าพเจ้านับว่าพบความพอใจอย่างเพียงพอแล้ว

ก้าวฯสำหรับข้าพเจ้าหาได้เป็นสิ่งใด!
เป็นสามร้อยหกสิบห้าวันที่ผ่านมา
ก้าวฯเกิดมานานแล้ว!
เกิดพร้อมการเขียน-อ่านร่วมกันของชาวหนอน

เพียงครั้งนี้เราเฟ้นมองหาลู่ทางที่จะช่วยกันพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้น
ปรับจังหวะก้าวไปสู่ถนนนักเขียนให้หนักแน่นขึ้น ชัดเจนขึ้น!

เราต้องการใครสักคนหรือหลายคนที่มีสายตาคมกล้า
เพียงพอที่จะคัดแยกก้อนกรวดออกจากกองข้าวสารของเรา
ไม่เช่นนั้นเรายังคงหุงต้มก้อนกรวดโดยไม่รู้ตัวไปอีกเนิ่นนาน

เส้นทางจากถนนอักษรอินเตอร์เน็ตไปสู่ถนนอักษรบนเยื่อกระดาษนั้น
ต้องการผู้มีประสบการณ์ผ่านถนนอักษรแห่งเยื่อกระดาษชี้แนะ
เพื่อปรับจังหวะก้าวเดิน เปลี่ยนฝีเท้าให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่แตกต่าง

สำหรับเหล่าหนอนนักหัดเขียนที่เอาฝันลม ๆ แล้ง ๆ
มาหล่อเลี้ยงลมหายใจ เขาก็มีความสุขของเขาไป
เพราะการได้ฝันก็นับเป็นความสุขสมหวังแล้ว
แต่สำหรับหนอนนักหัดเขียนที่เอาจริงเอาจังต่อการมุ่งมั่น
ที่จะเลี้ยงลมหายใจด้วยตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ
หวังสำแดงตัวตนในผู้คนประจักษ์ในบรรณพิภพ

นั่นไม่ใช่ความฝัน!
แต่เป็นชีวิต!
เป็นลมหายใจ!

เป็นลมหายใจที่บางครั้งเราต้องยอมแลกด้วยอะไรต่อมิอะไรมากมาย
ยอมทุ่มเทจนสุดแรงกายใจ
แม้ถึงวันที่เราก้าวเดินไปบนเส้นทางที่เราหมายมั่น
เรายังคงทุ่มเทสร้างงาน

เพราะนั่นคือชีวิต! คือลมหายใจ!

ไม่ต้องรอวันนั้น!
วันนั้นเป็นเช่นไร?
วันนี้ก็ต้องเป็นเช่นนั้น!

เราเขียนอย่างไม่หยุด
เราพัฒนาแก้ไขปรับปรุงอย่างไม่ยอมยั้ง

การก้มมองตัวเองย่อมไม่อาจมองได้อย่างถ้วนทั่วแจ่มชัด
จะเป็นการดีหากเรามีกัลยาณมิตรแห่งการขีดเขียน
เป็นกระจกเงาสะท้อนไปบนเส้นทางที่ก้าวเดิน

นั่นคือก้าวฯ!

ก้าวฯในหลืบมองของข้าพเจ้า
ก้าวฯที่หาใช่กลุ่ม หาใช่นิตยสาร

แต่เป็นการแลกเปลี่ยนคำแนะนำกัน
ปรึกษากันของผองเพื่อนนักหัดเขียนที่มั่นหมาย
เดินบนเส้นทางอักษรแห่งเยื่อกระดาษอย่างเอาจริงเอาจัง

ก้าวฯไม่มีตัวตนสำหรับข้าพเจ้า
จะมีก้าวฯ หรือไม่มีก้าวฯ ข้าพเจ้าก็ยังอยู่กับเหล่าท่าน
ยังเกาะบ่า เกาะไหล่ร่วมเดินทางไปกับสหาย
ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ด้วยความหวังที่สักวันจะยื่นมือสัมผัสแสดงความยินดี
เมื่อสหายก้าวขึ้นสู่ถนนนักเขียนที่ตั้งใจ

สหายที่เคารพรัก

เราพบกันแล้ว! มีกันและกันอยู่แล้ว!

ด้วยจุดหมายปลายทางนั้นยิ่งใหญ่นัก
ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะยอมให้รอยฟกช้ำที่ปลายนิ้วเท้า
มาทำร้ายความรู้สึกสนุกในการเดินทาง…ของเรา

ด้วยรักและคารวะ


[อ่าน บทบรรณาธิการ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ ก้าวฯที่ ๒๔]


ใต้ร่มเงาไม้-ใต้เงาความคิด ๒๓

พฤศจิกายน 15, 2007

[ใต้ต้นเงาไม้-ใต้เงาความคิด]


ลอยกระทงปีนั้น

[]

ตูม!

เสียงพลุทำลายโสตประสาทในยามหัวค่ำคืนนี้ เขาสะดุ้งตื่นจากการหลับไหล หลับไหลจากความเหนื่อยและเพลียจากการขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั้งวัน

ตูม!

เสียงพลุยังดังอย่างต่อเนื่อง เขาลุกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่าง ชะเง้อชะแง้มองออกไปยังเบื้องนอก เสียงเพลง กระทงหลงทาง ของ ไชยา มิตรชัย ดังแว่วมาจากบ้านข้างเคียง

“ไม่ไปลอยกระทงหรือ?” เพื่อนบ้านร้องตะโกนถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ

เขาปิดหน้าต่าง เดินกลับไปยังเตียงนอน มือขวาก่ายหน้าผาก มือซ้ายวางแนบหน้าอก สองสายตาจับจ้องมองหลังคาสังกะสีที่บางจุดบางหย่อมมีสนิมกัดกินเนื้อใน

ตูม!

เสียงพลุยังคงดังต่อเนื่อง เขาคิดในใจว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดดังเสียที–เมื่อไหร่ที่มันหยุดเมื่อนั้นหมาหลายตัวเมื่อได้ยินเสียงพลุจะเลิกตกใจและไม่เตลิดวิ่งหนีออกจากบ้าน

 

[]

สองปีกว่าแล้วที่แป้งหายไปจากบ้าน แป้งเป็นหมาเพศเมียพันธุ์ไทยบางแก้ว เพื่อนข้างบ้านบอกว่าเห็นแป้งครั้งสุดท้ายวิ่งเตลิดหนีอะไรสักอย่างหลังเสียงพลุดังกระหน่ำ

วันนั้นเป็นวันลอยกระทง วัดใกล้บ้านซึ่งอยู่ติดริมคลองจัดงานวันลอยกระทง ปีนั้นเป็นปีที่พิเศษอย่างหนึ่งคือมีการจุดพลุไฟให้คนในชุมชนได้ชมเป็นขวัญตา เป็นพลุไฟที่เกิดจากความศรัทธาของคนในชุมชนด้วยการลงขันซื้อพลุ หักค่าใช้จ่ายบางส่วนแล้วทำบุญเข้าวัด

ก่อนหน้านั้นทางวัดได้ทำการประชาสัมพันธ์ มีการเรียกทำบุญจากผู้มีจิตศรัทธา เขารู้ล่วงหน้าก่อนงานเพียงไม่กี่วัน เมื่อรู้แล้วก็ตั้งใจว่าวันงานนั้นจะรีบกลับมาบ้าน มาล่ามโซ่คล้องคอแป้งไว้ เพื่อไม่ให้แป้งต้องตกใจและวิ่งเตลิดหนีกับเสียงพลุที่จะเกิดขึ้น

เพื่อนบ้านละแวกนั้นที่เลี้ยงหมาเมื่อเจอหน้าเขาต่างบอกให้ล่ามโซ่หมาให้ดี–หมากับเสียงพลุไม่ถูกกัน มันจะตกใจและจะเตลิดวิ่งหนีไปเรื่อย เมื่อมันหายตกใจแล้วมันจะหาทางกลับบ้านไม่ได้

เขาหัวเราะกับเสียงเตือนนั้น แต่ก็ต้องจริงจังขึ้นเมื่อเพื่อนบ้านสำทับว่าหมาสุดที่รักของเขาเคยหายไปแล้วก่อนหน้านี้ และไม่ใช่เพียงแต่เพื่อนบ้านคนนั้น เพื่อนบ้านอีกหลายคนก็เคยประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้เช่นกัน

เขารับปากกับเพื่อนบ้านว่าเขาจะผูกมัดแป้งเอาไว้ อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากจะสูญเสียหมาที่รักของเขาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

แล้ววันลอยกระทงวันปีนั้นก็มาถึง…

เขามารับรู้จากเพื่อนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเอาเมื่อหัวค่ำนั้นเองว่าวันนั้นเป็นวันลอยกระทง แวบความรู้สึกแรกเขาไม่รู้สึกยี่หระต่อเทศกาลวันนี้มากนัก ในชีวิตของเขามีการลอยกระทงเพียงแค่สองครั้ง…

ครั้งแรกเมื่อสมัยเรียนชั้นประถม ครั้งนั้นครูให้นักเรียนทำกระทงด้วยใบตองจากบ้านมาส่ง มีการประกวดกระทงของนักเรียน กระทงของเขาไม่ได้รางวัลอะไร เมื่อเลิกเรียนครูก็นำนักเรียนไปลอยกระทงที่ท่าน้ำของวัดที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น มันเป็นการลอยกระทงที่แปลกเพราะลอยกันตั้งแต่หัววัน ครูบอกด้วยว่าถ้าใครอยากจะไปลอยกับทางบ้านก็ให้ไปลอยอีกเที่ยวหนึ่ง การลอยเมื่อตอนหัววันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน… ส่วนการลอยในครั้งที่สองเป็นการลอยในช่วงที่น้ำท่วมหนัก ครั้งนั้นเขาไม่ต้องท่อร่างไปลอยที่ศาลาริมน้ำของวัด–เขาลอยที่บันได้หน้าบ้านของเขาเอง

วันลอยกระทงสำหรับเขาจึงมีเพียงความรู้สึกเพียงเท่านี้ ฉะนั้นเมื่อวันลอยกระทงเวียนมาถึงเขาจึงไม่คิดถึงสิ่งใดไปมากกว่าความรันทดใจแทนที่จะเป็นวันแห่งความสนุกสนานเพลิดเพลิน

เขาจึงหลงลืมสิ่งที่เพื่อนบ้านผู้รักหมา-มีหมาอันเป็นที่รักตักเตือนล่วงหน้าเสียสนิทใจ

วันลอยกระทงปีนั้นเขากลับเข้าบ้านเมื่อเกือบล่วงวันใหม่ เขาจอดรถหน้าบ้านที่ไม่มีแป้งคอยต้อนรับเหมือนเช่นทุกวัน

“แป้ง แป้งแกอยู่ไหน…แป้ง”

เงียบ! ไม่มีเสียงตอบรับ

“ฉันซื้อข้าวมันไก่มาฝาก แป้ง! แกอยู่ไหน?”

เขาเปิดประตูบ้านเข้าไปพบกับความว่างเปล่า… พลันคิดถึงคำเตือนของเพื่อนบ้าน

เมื่อสายก่อนออกไปขับรถ เขาไม่ได้ล่ามโซ่แป้งเอาไว้ ด้วยหวังว่าวันนั้นจะกลับบ้านแต่หัววัน ก่อนที่งานลอยกระทงที่วัดจะเริ่มขึ้น… ก่อนที่พลุจะเริ่มจุด…

“แป้ง!!”

[]

ตูม!

เขานอนเอามือขวาก่ายหน้าผาก มือซ้ายวางแนบหน้าอก สองสายตาจ้องมองหลังคาสังกะสีที่บางจุดบางหย่อมมีสนิมกัดกินเนื้อใน

ตูม!

เสียงพลุยังคงดังต่อเนื่อง เขาคิดในใจว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดดังเสียที เมื่อไหร่ที่มันหยุดเมื่อนั้นหมาหลายตัวเมื่อได้ยินเสียงพลุจะเลิกตกใจ และไม่เตลิดวิ่งหนีออกจากบ้าน

“ป่านนี้แกจะเป็นอย่างบ้างหนอแป้ง?”

เขาหลับตา น้ำตาไหลซึมออกมาจากสองดวง ·

ด้วยมิตรภาพ.
๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

เผยแพร่ครั้งแรก www.winbookclub.com

[อ่าน บทบรรณาธิการ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๓]


บทบรรณาธิการ เล่ม ๒๑

ตุลาคม 15, 2007

[บทบรรณาธิการ]


ใต้ต้นเงาไม้-ใต้เงาความคิด

หากนับจากวันนี้ที่ก้าวรอก้าวฉบับที่ ๒๑ ปรากฏโฉม ก็เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวัน วันที่ ๑๗ จะเป็นวันแรกของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๑๒ เวียนมาบรรจบอีกคำรบวาระ

เหมือนเวลาเล่นตลก เหมือนเวลาผ่านไปเร็วอย่างโกหกตอแหล เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งในห้วงยามหนึ่งเรามักก่นว่า วันเวลาผ่านไปไวเหมือนตอแหล

แต่ในความเป็นจริงเวลาไม่เคยตอแหล มีเพียงคนเท่านั้นที่สามารถกระทำการเช่นนั้นได้ เราไม่เคยเห็นสัตว์กระทำการเช่นนี้กับพวกพ้อง-หรือว่ามี?

เราไม่รู้ เพียงเพราะเราพยายามยกระดับความแตกต่างด้วยความพยายามที่กระทำให้ประเสริฐกว่า

หรือจะมี? แต่เราไม่รู้ เพราะเราไม่ใช่สัตว์ประเภทนั้น ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ เราคุยภาษาของสัตว์ไม่ได้ เหตุนี้เราจึงไม่สามารถชี้ชัดลงคำตอบได้ว่า สัตว์ไม่มีอาการตอแหล

มนุษย์ (คน) มีพัฒนาการทางสมองสับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ทั้งที่คนก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับสัตว์ คนมีภาษา มีเครื่องมือในการสื่อสาร หนึ่งในเครื่องมืออันหลากหลายและเก่าแก่คือหนังสือ

เป็นการรวบรวมบันทึกทั้งเรื่องราวรากเหง้า ความรู้ และความบันเทิง หนังสือจึงมีความหลากหลาย แบ่งแยกออกได้หลายประเภท

ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ อีกทั้งยังแบ่งซอยย่อยแยกจำแนกตามประเภทของกลุ่มผู้อ่านไปตามแต่ละวัย

หนังสือจึงมีความหลากหลาย ในความหลากหลายเมื่อรวมตัวย่อมมีสีสัน มีความหรรษา จึงเป็นมหกรรม

มหกรรมเช่นนี้มีระยะเวลาเพียง ๑๒ วัน หากนับเต็มวันตั้งแต่วันที่ ๑๗-๒๘ ตุลาคม ศกนี้

และเรา ขอความรื่นรมย์จงบังเกิดแด่ผู้รักการอ่านทุกท่าน

มิได้ตอแหลเหมือนเช่นคำพูดและการกระทำของผู้หนึ่งผู้ใด

เช่นกัน-เช่นเดียวกับวันเวลา และหนังสือ

|| || || ||

ด้วยมิตรภาพ
ต.ค. ๕๐


[อ่าน บทบรรณาธิการ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวที่๒๑]


บทบรรณาธิการ เล่ม ๑๙

กันยายน 15, 2007

[บทบรรณาธิการ]


คุณมนต์ทิวา ชัยพิพัฒนานันท์ บรรณาธิการ Ad and Art Magazine เขียนบทบรรณาธิการฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ ขอร่ำลาแฟนานุแฟนที่ติดตามมาโดยตลอด พร้อมกับการหาทางออกเพื่อการดำรงอยู่ของนิตยสารฉบับนี้

Ad and Art ผลิตขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ ความคิด ความเห็น ความเป็นไป และข้อมูลเกี่ยวกับงานโฆษณา งานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนบันทึกประสบการณ์และผลงานของผู้สร้างสรรค์งานทั้งสองแขนง โดยฉบับสุดท้ายที่วางแผงให้รายละเอียดการจัดพิมพ์ไว้บนปกว่า ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

Read the rest of this entry »


บทบรรณาธิการ เล่ม ๑๘

กันยายน 1, 2007

[บทบรรณาธิการ]


การเดินทางในแต่ละย่างก้าวของ ก้าว…รอ…ก้าว ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความคิด

เป็นพลังแห่งความคิดของละอ่อนแห่งวรรณกรรม ที่รวมตัวกันขึ้นมาจากเว็บบอร์ดของนักเขียนระดับประเทศ โดยมีความรักและความชอบในการอ่านและการเขียนเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ก่อนที่จะก้าวแต่ละครั้ง เราจึง “คิด” ด้วยพลังทั้งหมดที่เรามี

บางก้าว เราแสดงออกเหมือนเด็กที่กำลังตื่นเต้นกับโลกอันน่ารื่นรมย์

บางก้าว เราพูดและคุยเหมือนคนที่ผ่านโลกมานานจนดูคล้ายคนรุ่นลุงป้าน้าอา

หากแต่ทุก ๆ ก้าว เราต่างไม่เคยลืมว่าเราคือเด็ก เป็นเด็กที่กำลังสนุกกับการเรียนรู้ และเขียนถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและชอบ และพร้อมน้อมรับทุกคำติ-ชมจากท่านผู้อ่าน ด้วยว่าถึงแม้เราจะคิดอย่างถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนที่จะก้าว แต่บนถนนทุกเส้นทางประดามีในโลกนี้ย่อมมีบ้างที่เราจะต้องพบทางโค้ง ทางแยก หรือแม้กระทั่งทางตัน เราจึงยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นที่ท่านผู้อ่านมีให้เรา

Read the rest of this entry »


บทบรรณาธิการ เล่ม ๑๗

สิงหาคม 15, 2007

[บทบรรณาธิการ]


มีเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความคึกคักแก่อารมณ์อยู่หลายประการในช่วงนี้ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฯ วันที่ ๑๖ สิงหาคม คือวันครบรอบการจากไปเป็นปีที่ ๓๐ ของราชาเพลงร็อค เอลวิส เพรสลีย์ รวมถึงความคึกคักของวรรณกรรมเยาวชนก้องโลกอย่าง แฮรี่ พ็อตเตอร์ เล่ม ๗ ความกึกก้องราวกับพลุปะทุฟ้าของพ็อกเก็ตบุ๊ก ทักษิณ Where are you? ของหมวดเจี๊ยบ-ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต

และความคึกคักอย่างเงียบ ๆ ของบทกวี ๘ เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปีนี้

ฯลฯ

ทุกเหตุการณ์ที่กล่าวมา ล้วนมีความเหมือนที่แตกต่าง

Read the rest of this entry »