ฐานพระพุทธรูป กับ ลายนักษัตร ความงามจากความเชื่อท้องถิ่น

ธันวาคม 1, 2007

[สืบศิลป์] โดย กีรติ


ฐานพระพุทธรูป กับ ลายนักษัตร ความงามจากความเชื่อท้องถิ่น

เมื่อกล่าวถึงความหลากหลายและความงดงามอย่างวิจิตรแล้ว คงหนีไม่พ้นศิลปะรัตนโกสินทร์ ดังเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้น พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองมาก มีการสร้างวัด และพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก และยังพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ปรากฏฐานพระพุทธรูปแบบพิเศษที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นั่นคือฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ลวดลายนักษัตร

ประกอบกับการสร้างรูปแบบที่มีความโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมาร่วมด้วย การสร้างฐานพระพุทธรูปในช่วงเวลาดังกล่าวจึงมีความหลากหลาย และมีอิสระมากยิ่งขึ้น กล่าวคือสามารถประดิษฐ์รูปแบบที่ไม่ใช่ขนบเดิมที่จะต้องสร้างเป็นฐานบัวเพียงอย่างเดียว หรือการประดับฐานด้วยภาพเล่าเรื่องตามพุทธประวัติ

โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องลวดลายนักษัตรจำนวน ๔ ฐาน ปัจจุบันเก็บรักษาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของวัดโชติทายการาม ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของคลองดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากคำบอกเล่าของพระผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า ฐานพระพุทธรูปชุดนี้ ได้จากการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาเมื่อแรกสร้างในปีพ.ศ.๒๕๐๗ จึงไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเดิมทีนั้นประดิษฐานอยู่ที่ใด หรือใครเป็นผู้สร้าง ซึ่งฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ เหล่านี้เหลือเฉพาะส่วนฐานเท่านั้น ส่วนองค์พระพุทธรูปสูญหายไปนานแล้ว

ฐานพระพุทธรูปลวดลายนักษัตรนี้ เป็นฐานพระพุทธรูปสำริด ลงรัก ปิดทอง ประกอบไปด้วยขายกสูง ๓ ขารองรับฐานผังครึ่งวงกลมสอบขึ้นเป็นชั้นสามเหลี่ยม

ด้านหน้าตัดตรง ด้านหลังวาดทรงเป็นเส้นโค้ง รองรับฐานบัวซึ่งเป็นส่วนประดิษฐานพระพุทธรูปอีกชั้นหนึ่ง

ในส่วนของการประดับลวดลายพบว่า ได้มีการแบ่งส่วนของลวดลายออกเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ โดยแถวล่างสุดทำเป็นช่องสี่เหลี่ยมยาวติดต่อกันตลอดทั้งฐาน ในแต่ละช่องเป็นลวดลายสัตว์ตามปี นักษัตร ถัดขึ้นไปอีกแถวเป็นลวดลายบุคคล โดยปรากฏทั้งรูปพุทธศาสนิกชนกำลังประนมมือ และรูปเหล่าพระสาวกจำนวนมาก นั่งสมาธิเป็นแถวซ้อนกันเต็มพื้นที่ประมาณ ๘-๑๐ แถว

การประดับส่วนฐานของพระพุทธรูปด้วยลายนักษัตรนี้ถือว่าพบไม่มากนัก โดยมากจะพบเพียงการประดับด้วยลายกระหนก ลายผ้าทิพย์ เป็นส่วนมาก จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งถึงความหมายและความสำคัญที่ปรากฏบนฐานพระพุทธรูปชุดนี้

จวน เครือวิชฌยาจารย์ ผู้ศึกษาเรื่องราวความเชื่อของคนในท้องถิ่นโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้กล่าวถึง ตำราเรื่องสิบสองนักษัตรว่า มีการบันทึกเรื่องราวความ เชื่อของโหราศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นแนวความคิดที่โดดเด่นของชาวมอญในจังหวัดราชบุรี และการประดับฐานพระพุทธรูปด้วยลวดลายตามความเชื่อเรื่องนักษัตรของชาวมอญนี้ สอดคล้องกับตำราภาษามอญที่พบ สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของการแสดงออก ความเชื่อ และแนวความคิดในงานศิลปกรรมได้

อีกแนวความคิดหนึ่งนั้นมีความเห็นว่า ลวดลายดังกล่าวเป็นความนิยมของชาวจีน ซึ่งมีบทบาทสูงในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากรายงานของ ประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์ ได้ทำการวิเคราะห์ถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของการนำรูปสัตว์ ในสิบสองนักษัตรมาทำเป็นตราประทับ บ้างทำเป็นสัญลักษณ์ประจำกระทรวง ตราประจำเมืองต่าง ๆ ซึ่งจีนเองเป็นต้นกำเนิดของการตั้งปีสิบสองนักษัตร

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของแนวความคิดแรกสะท้อนความเชื่อมโยงของกลุ่มชนชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดราชบุรีมากกว่า ซึ่งชาวมอญนั้นมีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในศาสนาพุทธ การนำแนวความคิด ความเชื่อ หรือคติบางประการ เป็นองค์ประกอบในงานศิลปกรรมจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้สูง

แม้ว่าปัจจุบันฐานพระพุทธรูปในกลุ่มนี้ดูจะหมดความนิยมในการสร้างลงไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งยืนยันความเชื่อ และคติโบราณที่เกี่ยวข้องกับนักษัตรได้เป็นอย่างดี ·

เอกสารอ่านประกอบ

  • จวน เครือวิชฌยาจารย์. วิถีชีวิตชาวมอญ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ๒๕๓๗.
  • ประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์. “เมือง ๑๒ นักษัตร” ศิลปากร. ปีที่๓๖, ฉบับที่ ๑ (มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖) : หน้า ๕๙-๗๗.
  • พีรนันท์ นันทขว้าง. รูปแบบฐานพระพุทธรูป สมัยอยุธยา-รัตนโกสินทร์ตอนต้น. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๑.
  • สงวน รอดบุญ. พุทธศิลป์รัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์รุ่งวัฒนา, ๒๕๒๖.
  • สุภัทรดิศ ดิศกุล, หม่อมเจ้า. ศิลปะในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๖.
  • จากหนังสือพิมพ์ ธรรมลีลา ฉบับที่ ๗๕ ก.พ. ๕๐
    โดย นฤมล สารากรบริรักษ์

    [อ่าน สืบศิลป์ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ ก้าวฯที่ ๒๔]

    Advertisements

    ใบเสมาโบราณของไทย

    พฤศจิกายน 15, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    ใบเสมาโบราณของไทย

    แต่ครั้งโบราณกาล เสมามีความสำคัญต่อพุทธสถานอย่างยิ่ง การที่จะเรียกว่าวัดนั้นเป็นวัดได้ จะต้องมีหลักแบ่งเขตชัดเจนสำหรับการทำพิธีกรรมทางศาสนา และหลักที่ปักเพื่อแบ่งเขตที่ว่านี้ มีชื่อเรียกว่า “ใบเสมา”

    เสมา หรือที่มีนักวิชาการบางท่านเรียกว่า “สีมา”ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์ หมายถึง เขตกำหนดความพร้อมเพรียงของสงฆ์ หรือเขตชุมนุมของสงฆ์ หรือเขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลายที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน

    เสมา แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ ๑. พัทธสีมา แปลว่า แดนที่ผูก ได้แก่เขตที่พระสงฆ์กำหนดขึ้นเอง ๒. อพัทธสีมา แปลว่า แดนที่ไม่ได้ผูก ได้แก่เขตที่ทางราชการกำหนดไว้ หรือเขตที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นเครื่องกำหนด และสงฆ์ถือเอาตามเขตที่กำหนดนั้น ไม่ได้ ทำหรือผูกขึ้นใหม่

    ความสำคัญของการมีเสมานี้ เนื่องจากพระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดให้พระภิกษุต้องทำ อุโบสถ ปวารณา และสังฆกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะการสวดปาฏิโมกข์ ซึ่งต้องสวดพร้อมกันเดือนละ ๒ ครั้ง จึงเกิดหลักแดนในการที่สงฆ์จะร่วมกันกระทำสังฆกรรม โดยมีหลักบ่งชี้คือใบเสมา

    Read the rest of this entry »


    นาคเบือน หางหงส์ที่แตกต่าง

    ตุลาคม 15, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    นาคเบือน หางหงส์ที่แตกต่าง

    เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า เครื่องลำยองในสถาปัตยกรรมไทย ในส่วนของพระราชวัง และพุทธสถานนั้นมีความสำคัญและงดงามมาก กล่าวคือ ยังเป็นการแสดงออกถึงรสนิยมและอิทธิพลเชิงช่างได้เป็นอย่างดี

    ตัวลำยอง คือส่วนขององค์ประกอบสำคัญของเครื่องลำยอง เราพบว่าเครื่องลำยองที่สร้างนั้น เปรียบเหมือนการนำตัวนาคทั้งตัวเป็นองค์ประกอบ ใช้เป็นเครื่องปิดเครื่องมุงหลังคาด้านสกัด โดยพาดอยู่บนหลังแป ทำหน้าที่เช่นเดียวกับปั้นลมในเรือนไทย และส่วนที่ทำให้ตัวลำยองมีชีวิตชีวานั้นคงหนีไม่พ้นส่วนที่เรียกว่า หางหงส์

    หางหงส์เป็นส่วนที่ติดอยู่ที่ปลายเครื่องลำยอง บ้างทำเป็นรูปทรงคล้ายหงส์แต่ที่พบส่วนมากมักทำเป็นรูปโครงของนาคสามเศียรซ้อนกัน หรืออาจจะเป็นหนึ่งเศียรก็มี

    นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสำคัญของตัวลำยองอยู่ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับหางหงส์ เราเรียกองค์ประกอบส่วนที่ว่านี้ว่า นาคเบือน

    Read the rest of this entry »


    ประทับนั่งที่แตกต่าง ในพระพุทธรูป

    ตุลาคม 1, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    ประทับนั่งที่แตกต่าง ในพระพุทธรูป

    แม้จะไม่เป็นที่คุ้นตามากนัก สำหรับพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท อีกทั้งในปัจจุบันพระพุทธรูปที่เราพบส่วนมากจะเป็นประทับนั่งขัดสมาธิ อาจเป็นการนั่งขัดสมาธิราบ หรือขัดสมาธิเพชรก็ตาม แต่ในความเป็นจริงนั้นพบว่า พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทนั้นปรากฏมาแล้วตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ภายใต้อารยธรรมทวารวดี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทนั้นเห็นจะมีความเด่นชัด และรุ่งเรืองที่สุดก็ว่าได้ ดังปรากฏพระพุทธรูปปางแสดงธรรมซึ่งปัจจุบันประดิษฐาน ณ บริเวณลานประทักษิณด้านทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งตามประวัติแล้วพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวได้ขุดค้นพบที่วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาททั้งสองลงบนฐานซึ่งทำเป็น กลีบบัวบานรองรับ (ภัทรอาสน์ หรือภัทราสนะ) พระหัตถ์ซ้ายของพระพุทธรูปวางหงายอยู่เหนือพระเพลาซ้าย พระหัตถ์ขวายกอยู่ในระดับพระอุระ หันฝ่าพระหัตถ์ออก ปลายพระอังคุฐ กับพระดรรชนี (คือ ปลายนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้) งอโค้งจดกันส่วนอีก 3 นิ้วพระหัตถ์กางออก นอกจากนี้ยังพบพระพุทธรูปที่มีลักษณะและขนาดที่ใกล้เคียงกันอีก รวมแล้ว ๕ องค์ด้วยกันคือ

    Read the rest of this entry »


    ๒๕ ศตวรรษ

    กันยายน 15, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    ๒๕ ศตวรรษ

    พระพุทธรูป คือ ประติมากรรมรูปพระพุทธองค์ที่ชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย กราบไหว้ บูชา นอกเหนือไปจากการประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรม จริยธรรม ที่ผ่านมาเราพบว่าพระพุทธรูปมีรูปแบบที่ต่างกัน ไปตามแต่ละประเทศ และแต่ละกาลเวลา แน่นอนว่าปัจจัยหลายประการส่งผลต่องานศิลปกรรมที่เรียกว่าพระพุทธรูปด้วย

    เช่นกันในศิลปะไทย ย่อมมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นไทยไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปดูพระพุทธรูปในอดีต จะมีรูปแบบในการสร้างที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงความงามแบบอุดมคติไว้ แต่เมื่อเข้าสู่รัชกาลที่ ๙ ศิลปะวิทยาการอย่างโลกตะวันตก มีบทบาทอย่างเต็มกำลังมากกว่าเดิม มีการแสดงออกในรูปแบบของความสมจริงตามหลักกายวิภาคชัดเจนขึ้น

    พระพุทธรูปปางลีลา ที่พุทธมณฑลเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการผสมผสานการสร้างพระพุทธรูปตามขนบเดิม และวิทยาการของโลกตะวันตกได้เป็นอย่างดี พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อว่า “พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์”

    Read the rest of this entry »


    อ่านทศชาติผ่านทศชาติผ่านปูนปั้น ที่ผนังวิหารวัดไลย์

    กันยายน 1, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    อ่านทศชาติผ่านทศชาติผ่านปูนปั้น ที่ผนังวิหารวัดไลย์

    วัดเก่าที่มีอายุยาวนานและยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างดีอีกวัดหนึ่งนั่นคือ วัดไลย์ ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

    วัดไลย์ เป็นหนึ่งในวัดโบราณนักวิชาการได้จัดให้วัดนี้อยู่ใน ศิลปะอู่ทองกลุ่มเมืองสุพรรณบุรี มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ภายในมีวิหารซึ่งเป็นวิหารทรงยาว แบ่งเป็นสองตอน ตอนหน้ามีมุขโถง ตัววิหารไม่มีหน้าต่าง แต่ทำ เป็นช่องลม

    ศิลปกรรมต่าง ๆ ภายในวัดล้วนทรงคุณค่าต่อการศึกษาอย่างมาก ในที่นี้จะขอเสนองานประดับผนังวิหารตอนหน้า ซึ่งเป็นประติมากรรมปูนปั้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยปรากฏ เรื่องของทศชาติชาดกร่วมกับพระพุทธรูปปางแสดงธรรม

    Read the rest of this entry »


    นาคสะดุ้ง ลีลานาคในพุทธศาสนา

    สิงหาคม 15, 2007

    [สืบศิลป์] โดย กีรติ


    นาคสะดุ้ง ลีลานาคในพุทธศาสนา

    องค์ประกอบของสถาปัตยกรรมไทย ที่จัดได้ว่ามีการประดับตกแต่งให้มีความวิจิตรงดงามตามสมัยนิยมอยู่เสมอนั้น คงหนีไม่พ้นชุดเครื่องลำยองเป็นแน่

    เครื่องลำยอง คือ องค์ประกอบรวม ชุดหนึ่งที่ใช้ประดับปิดท้ายขอบหลังคาด้านสกัดของอาคาร คือในส่วนของหน้าบัน นับว่า เป็นส่วนที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งในเรื่อง ของรูปแบบและประวัติความเป็นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ทำให้ชุดเครื่องลำยองดูมีชีวิต ชีวามากขึ้นนั้นคือ ตัวลำยอง

    Read the rest of this entry »