ชะตาขาด

กุมภาพันธ์ 1, 2007

“อนาคต- ถ้ามันถูกกำหนดมา เราสามารถฝืนมันได้หรือไม่, ได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับอะไร ถ้าเกิดมันถูกกำหนดไว้ตายตัวอย่างนั้นแล้ว การดิ้นรนเพื่ออยู่รอดนั้นคงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ในการฝืนชะตาชีวิต”

ชะตาขาด โดย สิงห์ ลา

chisu.jpg 

– 1 –

ที่บ้านผมเลี้ยงหมาชิสุอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อ จัมโบ้ มันเป็นหมาที่ขี้เล่นและซุกซนตามประสาหมาธรรมดาทั่ว ๆ ไป เวลาเจอผมมันจะออกอาการดีใจ ตัวสั่น ๆ หางกระดิกรัว ๆ ท่าทางลุกลนอย่างออกนอกหน้าหมาอย่างมัน

ราว ๆ กลางปีที่แล้วมันซึมเศร้า เหงาหงอย นอนซมอยู่ในมุมมืดของบ้านจนน่าเป็นห่วงอาการไม่สบายของมัน เพราะตั้งแต่เลี้ยงมา มันไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน

พาหมาไปหาหมอหมา เพื่อตรวจอาการที่คลินิกสัตว์แถว ๆ บ้าน หมอให้น้ำเกลือและเจาะเลือดไปตรวจ วันต่อมาก็พบว่า มันเป็นพยาธิในเลือด และตับไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้มันมีโอกาสอยู่รอดได้เพียงไม่กี่เดือน

หมอบอกให้ทำใจ…

พาจัมโบ้กลับบ้านหลังจากเสียค่ารักษาซึ่งแพงกว่าตอนที่ผมไปหาหมอตอนเป็นหวัดกว่าสามเท่าตัวกับคำพูดของหมอที่พกติดตัวมากับใบเสร็จค่ารักษาว่า “ถ้าจะยื้อชีวิตมัน ต้องพามันมาฉีดยา และพามาหาหมอทุก ๆ สัปดาห์”

เรื่องทั้งหมดนี้ผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้วผมจึงไม่อยากจะจำมันเท่าไร

แต่บางเรื่องที่ไหลเข้าหูผมเมื่อเช้า ทำให้ผมต้องขุดความทรงจำนี้ขึ้นมาทบทวนอย่างไม่สบายใจอีกครั้ง

ชั่วขณะหนึ่งผมตั้งคำถามกับตัวเอง…เรื่อง ความเชื่อ กับ ความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต

– 2 –

เมื่อเช้านี้ผมได้ทราบมาว่า น้องที่รู้จักคนหนึ่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเพราะว่าถูกพระทักว่า “ชะตาขาด”

ด้วยความเชื่อและกลัวว่าตัวเองจะชะตาขาดจริง ๆ อย่างที่พระกล่าวไว้ จึงทำให้วันทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไร ได้แต่ครุ่นคิดทบทวนและหมกมุ่นเกี่ยวกับความตายของตัวเอง สูญเสียความสุขในการใช้ชีวิตไปโดยปริยาย

ความสุขหมดไปด้วยคำพูดของใครคนนั้นที่เราเชื่อและคิดว่าเป็นผู้รู้, ผู้รอบรู้, เจ้าชีวิต, ผู้สร้างวิถีความเชื่อ, สัญลักษณ์แห่งความคาดเดา, ผู้บอกใบ้อนาคต, ผู้กุมชะตาชีวิตของมนุษย์โลก, ผู้ที่สามารถเชื่อมต่อกับสิ่งเร้นลับได้ สามารถบอกและกำหนดชะตาชีวิตใครสักคนในอนาคตได้, ปราชญ์, พระ และ ฯลฯ

ในความเชื่อที่ต่างกันระหว่าง แพทย์ กับ พระ ทำให้ผมเกิดความคิดอย่างที่เป็นมุมมองของตัวเองว่า…ชีวิตใครเป็นผู้กำหนดกันแน่? หลายครั้งที่ผมอ่านข่าวเจอคนที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งแต่กลับมาชีวิตยืนยาวอยูบนโลกนี้ได้หลายปีมากกว่าที่แพทย์กำหนดชะตาไว้ หลายครั้งผมเห็นคนที่นั่งดูดวงริมทาง โหรศาสตร์บอกเรื่องราวอนาคตที่กำหนดชะตาชีวิตของเรา เหมือนว่ามันได้ถูกกำหนดไว้แล้วจากเบื้องบน

อนาคต- ถ้ามันถูกกำหนดมา เราสามารถฝืนมันได้หรือไม่, ได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับอะไร ถ้าเกิดมันถูกกำหนดไว้ตายตัวอย่างนั้นแล้ว การดิ้นรนเพื่ออยู่รอดนั้นคงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ในการฝืนชะตาชีวิต

และถ้าเรื่องชะตาขาดของน้องคนที่ผมรู้จักเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว (ซึ่งยังไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นใคร-ชื่ออะไร-ผู้ชาย, ผู้หญิง-อายุเท่าไหร่-ส่วนสูง-น้ำหนัก-ชอบกินอะไรเป็นพิเศษ…) คงเป็นการเปล่าประโยชน์ที่จะคิดจะทำอะไรต่อไปในชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด สุดท้ายทำได้ดีที่สุดก็เพียงหายใจไปวัน ๆ เพื่อรอความตาย

ทั้ง ๆ ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอความตายกันอยู่แล้ว โดยที่เราไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันจะมาถึงเมื่อใด…

ผมคาดว่า ถ้าน้องจะหาวิธีหลุดพ้นจากอาการไม่สบายใจเหล่านั้น ก็อาจจะต้องไปต่อชะตาที่วัด หรือไม่ก็กับพระองค์นั้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าบิลค่าต่อชะตา, ซื้อบุญกุศล, การทำบุญถวายสังฆทาน หรือว่าจะด้วยวิธีใด ๆ ก็แล้วแต่ที่จะถูกแนะนำมา จะแพงกว่าค่ารักษาพยาบาลเจ้าจัมโบ้ของผมหรือเปล่า

เพื่อนำชะตาที่ขาดไปแล้วมาต่อติดให้ดีดังเดิม เพื่อยื้อชีวิตให้ยืนยาวขึ้นกว่าเดิม แต่คำตอบสุดท้ายก็ยังคงเป็นอย่างเดิมว่า…ถึงยังไงทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี

ถ้าคนที่มาทักว่าชะตาขาดไม่ใช่พระ…จะมีใครสักคนเชื่อหมดใจอย่างนั้นบ้างหรือเปล่า ผมไม่รู้ เพราะผมยังไม่เคยตกอยู่ในห้วงนั้น

บางทีถ้าผมถูกทักอย่างนั้นจริง ๆ ผมอาจจะย้อนถามกลับไปว่า ทำไม? เพราะอะไร?

– 3 –

จัมโบ้ยังวิ่งเล่นในบ้านอย่างสนุกสนาน ตัวอ้วนกว่าเดิมจนคล้ายหมู กว่าหกเดือนที่มันยังไม่ยอมตายไปตามใบสั่งแพทย์สักที จนทำให้ผมเริ่มวิตกกังวลว่าเมื่อไรมันจะตายไปสักที หรือว่ามันเป็นชีวิตหมา ๆ ที่เป็นอมตะอยู่เหนือโชคชะตาทั้งมวล หรือว่าบางทีมันได้ไปแอบต่อดวงชะตาไปแล้วโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวผม!

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันไม่สบายหลายวัน เอาแต่นอนหลบอยู่ตรงมุมบ้าน ผมคิดว่าอาจจะต้องเสียมันไปอย่างที่หมอสั่งไว้แล้วจึงพามันไปตรวจดูอาการ วันต่อมาไปรับมันกลับมา มันร่าเริงแจ่มใสและซุกซนเหมือนเดิม

หมอบอกว่ามันไม่ได้เป็นอะไร แข็งแรงเป็นปกติ เพียงแต่ที่มันซึม ๆ ไปคือ ขี้แห้งติดก้น-จุกตูดหมา พันกับขนมันเท่านั้นเอง

จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังทนอึด ทรหดอดทนไม่ยอมตาย บางทีผมโมโหมันที่ขี้เยี่ยวเรี่ยราดในบ้าน ผมรีบเดินไปหน้าบ้าน จุดธูปเทียนแล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ในธาตุอากาศที่ว่างเปล่าผมภาวนาให้มันตายไปให้พ้น ๆ สักที

ผมทำใจไม่ได้จริง ๆ ครับ…สาธุ! •

kaawss.jpg
picture : bowdogs.tripot.com

Advertisements