ก้าวฯที่ ๗.

มีนาคม 15, 2007

cover7.jpg

cover by : ยางมะตอยสีชมพู

Advertisements

ข่าววรรณกรรม

มีนาคม 15, 2007

การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2550ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หรือที่รู้จักกันทั่วๆ ไปว่า “รางวัลงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” นั้น ได้ประกาศผลออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีดังนี้

1.หนังสือสารคดี
รางวัลดีเด่น ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย โดย นิกร ทัสสโร
รางวัลชมเชย มี 2 รางวัล
1.เจาะใจการ์ตูน โดย ครูอ๊อด : ศักดา วิมลจันทร์ 2.ทศชาติชาดกกับจิตรกรรมฝาผนัง โดย นิดดา หงษ์วิวัฒน์

2.หนังสือนวนิยาย ไม่มีหนังสือเล่มใดสมควรได้รับรางวัลดีเด่น
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล
1.ผีเสื้อกับหิ่งห้อย โดย ประภัสสร เสวิกุล 2.โรงครู โดย มาโนช นิสรา 3.ลูกสาวฤษี โดย ปริทรรศ หุตางกูร

3.หนังสือกวีนิพนธ์
รางวัลดีเด่น ได้แก่ โคลงนิราศแม่เมาะ – นิราศแม่เมาะ 50 ปี โดย ก้องภพ รื่นศิริ
รางวัลชมเชย มี 1 รางวัล ได้แก่ บทกวีแห่งรักแท้ โดย ก้องภพ รื่นศิริ

4.หนังสือรวมเรื่องสั้น
รางวัลดีเด่น ได้แก่ พญาอินทรี โดย จรัญ ยั่งยืน
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล
1.จดหมายจากชายชราตาบอด โดย ประภัสสร เสวิกุล 2.คนเล็กหัวใจมหึมามหาสมุทร โดย ประชาคม ลุนาชัย 3.นาฏกรรมเมืองหรรษา โดย ชาติวุฒิ บุณยรักษ์

5.หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-5 ปี ไม่มีหนังสือเล่มใดได้รับรางวัลดีเด่น
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล
1.คุณแม่พุงโต โดย วิมล วงษ์วันทนีย์ – พริตชาร์ด 2.น้องโอกับลูกปัด โดย ระวี นิมมานะเกียรติ 3.โอม…เพี้ยง โดย เกวลิน กายทอง

6.หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6-11 ปี
1.หนังสือบันเทิงคดี ไม่มีหนังสือเล่มใดสมควรได้รับรางวัลดีเด่น
รางวัลชมเชย มี 1 รางวัล ได้แก่ ตัวเติมฝัน โดย หยาดฝน ธัญโชติกานต์
2.หนังสือสารคดี ไม่มีหนังสือเล่มใดสมควรได้รับรางวัล

7.หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12-18 ปี
1.หนังสือบันเทิงคดี ไม่มีหนังสือเล่มใดสมควรได้รับรางวัลดีเด่น
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล 1.คุณยายหวานซ่าส์ส์ส์ โดย ชมัยภร แสงกระจ่าง 2.พ่อนายกฯ สายไหม บ้านหนองฮี โดย สมคิด สิงสง 3.2589 เราเพียงผู้มาเยือน โดย เชตวัน เตือประโคน

8.หนังสือสารคดี
รางวัลดีเด่น ได้แก่ แนวทางสู่ความสุข บทเรียนแห่งชีวิตในโลกยุคใหม่ โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

9.หนังสือบทร้อยกรอง ไม่มีหนังสือเล่มใดสมควรได้รับรางวัลดีเด่น
รางวัลชมเชย มี 1 รางวัล ธรรมรักษา โดย สุวัฒน์ ไวจรรยา

10.หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ
รางวัลดีเด่น ได้แก่ ยายทองใบใจร้าย โดย เรืองศักดิ์ ดวงพลา
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล 1.ไพลินแห่งแม่น้ำแคว กาญจนบุรี โดย กองบรรณาธิการ E.Q.Plus ADVENTURE 2.มหากาพย์กู้แผ่นดิน บทที่ 1 องค์ดำแห่งหงสาวดี โดย อรุณทิวา วชิรพรพงศา 3.อภินิหารหลวิชัย – คาวี ภาค 1 โดย ชานุ ไชยะ

11.หนังสือสวยงาม
1.หนังสือสวยงามทั่วไป รางวัลดีเด่น ได้แก่ 100 ปี วังบางขุนพรหม โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล 1.ไม่ธรรมดา เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดย เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ 2.โสธรวรารามวรวิหาร นิมิตแห่งบุญ โดย ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ 3.เหรียญบนแผ่นดิน ร.5 โดย ชัชวาล วูวนิช

12.หนังสือสวยงามสำหรับเด็ก
รางวัลดีเด่น ได้แก่ พระสุธน – มโนห์รา โดย สุภลักษณ์ พูนสินบูรณะกุล และคณะ
รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล 1.ปราบช้างตกมัน โดย กาญจนา ฐานวิเศษ 2.โลมาผจญภัย โดย ภัทรวลี นิ่มนวล 3.สี่สหายตะลุยสวนสนุก โดย กฤษณะ กาญจนภา
สำหรับหนังสือที่ได้รับรางวัลแต่ละประเภท ผู้ได้รับรางวัลจะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันศุกร์ 30 มีนาคม 2550 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

kaawss.jpg


ก้าวฯที่ ๗.

มีนาคม 14, 2007

cover7.jpg

cover by : ยางมะตอยสีชมพู


ก้าวฯที่หก

มีนาคม 1, 2007

cover6.jpg

cover by : ยางมะตอยสีชมพู


ก้าวฯที่รัก

กุมภาพันธ์ 14, 2007

cover5.jpg

cover by : ยางมะตอยสีชมพู


เรื่องจากปก

กุมภาพันธ์ 14, 2007

คิดเห็นอย่างไรกับวันวาเลนไทน์?

– โจนาธาน

: ครั้นจะบอกว่าไม่มีความคิดเห็นอะไรก็คงไม่ได้ใช่ไหม… จริง ๆ แล้วมันมี เพียงแต่ผมพยายามจะมองว่ามันไม่มีเพราะไม่ได้ให้ความสนใจกับวันวันนี้มากกว่า–

ผมไม่อยากพูด ไม่อยากแสดงทรรศนะที่อาจไปเหยียบหรือกระตุ้นต่อมความรู้สึกใด ๆ ต่อคนที่เขาคิดและหลงยึดถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งความรัก เพียงเพราะผมคิดว่าวันทุกวันนั้นเราสามารถมีความรักได้ตลอดและมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเวลา เกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กับความเกลียดนั่นแหละ, ถึงผมไม่พูด ถึงผมไม่แสดงความคิดเห็น สังคมนี้ก็พูด แสดง และกระทำกันต่อเนื่องอยู่ทุกปีจนกลายเป็นว่าวันนี้เป็นเทศกาลหนึ่งประจำสังคม-ประจำชาติไทยไปโดยปริยายแล้ว

ผมไม่รู้และไม่เคยคิดอยากรู้หรอกว่าวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ทำไมต้องเป็นวันแห่งความรัก ผมรู้แค่เลา ๆ ว่า วันนี้เป็นวันที่นักบุญท่านหนึ่ง-ของศาสนาศาสนาหนึ่งได้ละสังขารจากโลกเส็งเคร็งบวม ๆ ใบนี้ไปเท่านั้น และนักบุญท่านนั้นก็ได้ใช้ความรักสั่งสอนอบรมสาธุชนตามคำสอนพระคัมภีร์, วันนี้จึงเป็นวันที่สาธุชนทำการน้อมรำลึกถึงการจากไปของท่าน- ผมรู้เพียงเท่านี้แหละ

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ คือวันหนึ่งของวันหนึ่งของเดือน ส่วนวันแห่งความรักของผมนั้นคือวันทุกวัน มีมากบ้าง-น้อยบ้าง หรือบางวันว่างเปล่าไม่มีเลยก็มี ซ้ำร้ายบางวันมีแต่ความเกลียดเผาไหม้ใจตัวเองก็บ่อยไป, ผมยังคงมอบความรักให้กับคนรอบข้างได้ไม่เต็มที่ ตราบใดที่ผมยังรัก ยังใส่ใจ และดูแลตัวเองได้ยังไม่ดีพอ •

 

– Black & Pink

: ความรัก คืออะไร ใครหลายคนเคยถามผม “ไม่รู้…” นั่นคือคำตอบที่ผมให้กับใครหลายคนนั้น ใช่ครับ ผมไม่รู้จะจำกัดนิยามความรักของตัวเองยังไง เพราะผมขี้เกียจอย่างมากถึงมากที่สุดที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้

ใครหลายคนอาจบอกว่า ความรักคือการให้…โดยไม่หวังผลตอบแทน ผมอยากจะถามกลับไปว่า “คุณแน่ใจ- ว่าจะไม่หวังผลตอบแทนเลย… แน่ใจอย่างนั้นใช่ไหม คุณแน่ใจจริง ๆ หรือ ชัวร์หรือเปล่า ไม่หวังอะไรตอบแทนจริงๆอะ…” เมื่อถามย้ำถึงความแน่ใจไปเรื่อย ๆ ก็ชักเริ่มออกลูกลังเล คือถ้าไม่หวังผลตอบแทนแล้วคุณจะจีบผู้หญิงเค้าทำแมวน้ำอะไรครับ โอเค…คุณอาจบอกว่า ความรักไม่ใช่มีเฉพาะแค่เรื่องหนุ่มสาว รักธรรมชาติ รักพ่อ รักแม่ รักน้ำ รักปลา รักซากุระ เอ๊ย…ไม่ช่ายยย คือไม่ว่าจะเป็นความรักเกี่ยวกับอะไร มันก็ต้องหวังผลตอบแทนกันทั้งนั้นแหละ เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าเราคือมนุษย์ไงครับ ใช่ครับ พวกมนุษย์ขี้เหม็นพวกนี้มีความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้งอยู่เสมอ ดังนั้นความคิดเห็นของผมอาจจะดูมองโลกในแง่ร้ายไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการมองโลกในแง่ดีจนเกินไปไม่ใช่หรือครับ

ดังนั้น หากจะให้ผมมองวันแห่งความรัก ผมก็ได้แต่มองแค่เป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้น แต่หน้าที่ของผมก็คือการที่จะต้องเอาใจเธอคนนั้นให้เป็นพิเศษ…ใช่ครับ ผมไม่สนใจ… แต่ในเมื่อเธอคนนั้นของผมสนใจ ผมก็ต้องทำ ผมเคยบอกเธอคนนั้นไปว่า วันวาเลนไทน์ผมจะไม่ซื้อของขวัญ ไม่ซื้อดอกไม้ ไม่มีอะไรให้เป็นพิเศษนะ โอเคไหม? คำตอบของเธอคือ โอเค…แต่น้ำตาของเธอมันไม่โอเคด้วยนี่สิ เอาอย่างไรดี…สุดท้าย ผมก็ต้องมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ซักชิ้น-สองชิ้นให้เธอทุกปี ๆ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย และเพื่อความรักที่ผมไม่รู้ว่าจะให้คำนิยามกับมันว่าคืออะไรอีกเช่นเคย

สุดท้าย…หากต้องการคำตอบจริง ๆ ผมก็มีคำตอบให้ครับ แต่คำตอบนั้นมันเป็นความรู้สึกของผมเท่านั้น “ความรัก คือความเป็นห่วง” นั้นคือคำตอบของผมที่พอนึกออกครับ •

  

– พงษ์ปรัชญา

: ผมเชื่อว่าความรักมันก่อเกิดและสูญหายไปได้ทุกวัน, ทุกนาที, ทุกวินาที
ผมไม่มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ว่าเหตุใดมนุษยชาติจึงกำหนดวันนี้เป็นวันแห่งความรัก
 ผมไม่เชื่อว่าวันแห่งความรักจะทำให้คนรักกันมากขึ้น
 ผมเชื่อว่ามนุษย์เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยในวันแห่งความรัก
 ผมเชื่อว่าตราบใดที่ผมยังรักมนุษย์ด้วยกัน นั่นจึงจะเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งมันเกิดขึ้นและมอดดับลงได้เช่นเดียวกัน
ผมไม่เชื่อว่าวันหนึ่งวันจะทำให้โลกกลายเป็นชมพูแทนที่สีน้ำเงินช้ำเลือดช้ำหนอง
ผมเชื่อว่าตราบใดที่มนุษย์ยังเปราะบางและหวั่นไหว สักวันก็จะมีวันแห่งการเกลียดชัง และวันแห่งการหิวโหย ฯลฯ
ทำไมต้องมีวันแห่งความรัก
และทำไมจะมีวันแห่งความรักไม่ได้
ผมยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้
แล้วคุณพอจะมีคำตอบให้กับผมบ้างไหม? •

 

– อัมโปะ

: ในเรื่องของความรักนั้นข้าพเจ้าตีความเป็นสองรูปแบบ
ในแบบแรก (รูปแรก) ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์อันดีที่มนุษญ์พึงมี-พึงปฏิบัติต่อธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ต้นไม้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง บ้าน ชุมชน และที่สุดคือโลกกลม ๆ ใบนี้

หากใครคิดไกลไปถึงจักรวาลก็ตามใจขอรับ แต่สำหรับข้าพเจ้าขอหยุดลงแค่โลกก็พอ

ในแบบที่สอง (รูปสอง) ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์อันดีที่มนุษย์พึงมีและพึงปฏิบัติต่อกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟน ลูก พ่อ แม่ ญาติ ขอทานข้างถนน ฯลฯ

ในความเห็นของข้าพเจ้า ความรักในแบบแรกนั้น ควรมองให้ไกล อย่างเช่นปัญหาสภาวะโลกร้อน หากมองใกล้ตัวจะพบว่าปัญหาที่เกิดอยู่ในสเกลที่ใหญ่เกินกว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องมารับผิดชอบ, ใหญ่เกินกว่าชุมชนใดชุมชนหนึ่งต้องมารับผิดชอบ, ใหญ่เกินกว่าประเทศใดประเทศหนึ่งต้องมารับผิดชอบ เราจึงได้ยินประโยคคำพูดที่น่าหดหู่อย่างเช่น “งดทิ้งขยะเพิ่มอีกชิ้นก็ไม่ได้ทำให้โลกดีขึ้นหรอก เราไม่ทิ้งคนอื่นก็ทิ้งอยู่ดี” หรือ “ปลูกต้นไม้แค่ต้นสองต้นก็ไม่ได้ทำให้โลกเย็นขึ้นหรอกโว้ยย ปลูกไม่ทันคนตัดอยู่ดี”

ส่วนความรักในแบบที่สองนั้น ควรมองให้ใกล้ ใส่ใจในรายละเอียด การปฏิบัติตนต่อเพื่อนมนุษย์คนอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นใครตั้งแต่คนรักไปถึงคนไม่รู้จัก ความสำคัญคือเอาใจเขามาใส่ใจเราก็เท่านั้นเองขอรับ, คารวะ •

 

– ทรงทอม

: สั้น ๆ ครับ วันแห่งความรักของคนอื่นอาจมีปีละหนึ่งวัน แต่วันแห่งความรักสำหรับผมมี ๓๖๕ วันต่อหนึ่งปี •

– กีรติ

: วันแห่งความรัก : วันที่สายลมมีกลิ่นหอม

ทุกปีในวันที่ชาวโลกเรียกว่าวันแห่งความรัก ๑๔ กุมภาพันธ์ ฉันไม่ค่อยได้รู้จักประวัติศาสตร์วันแห่งความรักว่าเป็นเช่นไรนัก ในความคิดของฉัน ความรักในวันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับเมื่อวันก่อน หรือวันที่จะผ่านเข้ามา

อย่างไรหรือที่เรียกว่าความรัก ความรักกำหนดอะไรได้ แม้ว่าจะมีวันแห่งความรักให้ระลึกถึงก็ตาม

ความรักหลายรูปแบบที่ฉันได้เรียนรู้ ฉันค้นพบความเคลื่อนไหวในนั้น เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันมีความสับสนในความรักที่ฉันได้รับและถ่ายทอดของคนในครอบครัว มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้จักคำว่า ครอบครัวนั้นไม่มีความจำเป็นสักเท่าใดนักที่จะอยู่กันอย่างพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ฉันอยู่เพียงลำพังโดยได้รับความรักจากคนไกล คนที่ฉันเรียกว่า พ่อ ฉันได้รับความรัก ความห่วงใยอย่างหนักหน่วงจากคนที่ฉันเรียกว่า แม่ ฉันได้รับความรักอย่างไม่เปิดเผยจากคนที่ฉันเรียกว่าพี่ชาย

มาถึงความรักแบบรักใคร่ใครสักคน ฉันค้นพบสิ่งใหม่ตลอดเวลา เมื่อวานฉันพบว่า คำว่ารักที่เกิดขึ้นมานั้น จะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการศึกษา ความรู้ และทัศนคติ วันนี้ฉันกลับค้นพบว่า ความรักที่ฉันเฝ้าหาจากใครสักคน คือการทุ่มเทและความซื่อสัตย์ หากรวมแนวความคิดของวันนี้และเมื่อวานได้ ฉันคิดว่า พรุ่งนี้ของฉันคงได้พบความรักที่ฉันมีแต่ความสุขสมหวัง

แต่ความรักเหมือนสายลม ผ่านพัดไม่อาจคงรูป ฉันหมดเวลาที่จะเสียไปกับการตั้งกฎเกณฑ์ รู้แต่เพียงว่า เมื่อถึงวันที่มีการระลึกถึงความรักขึ้นมา สายลมของฉันจะมีกลิ่นหอม นั่นคือกลิ่นความรักที่ฉันคิดฝันเอาเองตามช่วงอายุ

ปีนี้ กลิ่นความรักของฉันจะมีกลิ่นแป้งจี่ ขนมหอม ๆ ที่ทำให้ฉันอบอุ่นใจในความรักที่ผ่านมา •

แด่วันแห่งความรัก
กีรติ

 

– นารินทร์ ทองดี

ทัศนคติเกี่ยวกับวันแห่งความรัก
๑๐ ก่อน : ตื่นเต้นมากที่ได้รู้ว่าในโลกมนุษย์มีวันแบบนี้ด้วย
๕ ปีก่อน : นับวันนับคืนให้ถึงวันวาเลนไทน์ไวๆ
๓ ปีก่อน : เกลียดวันวาเลนไทน์ที่สุดในโลก!
ปีนี้ : แล้วไง?
ปีหน้า : แล้วไง?
๓ ปีข้างหน้า : มันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวโลก เราควรจะระลึกถึงนักบุญท่านหนึ่ง และควรจะรู้ว่าควรจะรักยังไง
๕ ปีข้างหน้า : ไม่ควรจะแสดงความรักแค่วันเดียวนะ เราควรจะรักทุกๆคนในทุกๆวัน
๑๐ ปีข้างหน้า : …. •

 

– ธุลีดิน

: ถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับวันวาเลนไทน์น่ะหรือขอรับ?

อ่า….ชื่อไพเราะขอรับ!
เป็นชื่อที่แค่ออกเสียงก็รู้แล้วว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความรัก
คิดว่าหากเกล้ากระผมมีลูกเป็นฝรั่งอยากจะตั้งชื่อมันว่าวาเลนไทน์นี่แหละขอรับ
แต่ปัญหาก็คือทำอย่างไรจะให้ลูกชายของเกล้ากระผมออกมาเป็นฝรั่งดังใจปรารถนา?
เพราะแถว ๆ คันนาที่เกล้ากระผมอาศัย หากพอจะหาก็เห็นจะมีแต่ฝรั่งขี้นกน่ะขอรับ

วันวาเลนไทน์พากษ์ไทยว่า ‘วันแห่งความรัก’ !
ดีขอรับ! ดี!
ในเมื่อเรามีวันอะไรต่อมิอะไรกันมาก็มากมาย
มีวันแห่งความรักสักวันไม่น่าจะรังเกียจรังงอน

รักอะไรก็ได้ รักพ่อ รักแม่ รักแฟน รักกิ๊ก รักน้องหมา รักท้องฟ้า รักสายลม
รักงานที่ทำ…ไปจนถึงรักโลก…รักจักรวาล…
ขอทำอะไร (แบบเน้น ๆ ) ให้สิ่งหรือคนที่เรารักสักวัน
หลังจากรักแบบงั้น ๆ มาตั้ง ๓๖๔ วัน

ส่วนจะรักกันดูดดื่มเพียงใด?
รักกันเป็นแค่ไหนอย่างไร?
รักกันจริงหรือไม่?

คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องตัวใครตัวมันแล้วล่ะขอรับพระคุณท่าน •

kaawss.jpg


ก้าวที่๔

กุมภาพันธ์ 1, 2007

cover4.jpg

 cover by : ยางมะตอยสีชมพู