กระทง

พฤศจิกายน 15, 2007

[ก้าวฯกวี]


“กระทง”

– ๑ –
ในคราวนั้นพ่อฉันฟันต้นกล้วย
ส่วนหนึ่งด้วยจะแกงหยวกใส่ปลาย่าง
อีกบางส่วนหั่นแว่นเป็นวงวาง
ให้แม่พลางเย็บกระทงไว้ลงลอย
.
“หนูจะเอากระทงอันเล็กเล็ก”
เพราะสองมือของเด็กนั้นยังน้อย
เด็ดดอกไม้หน้าบ้านมานั่งคอย
กระทงเสร็จแล้วค่อยประดับประดา
.
“หนูจะใส่ดาวเรืองไว้ตรงนี้
แซมแพงพวยสวยดีดูเข้าท่า”
ธูปเทียนปักตรงกลางอย่างเคยมา
และตั้งตารอไปงาน ลอยกระทง
.
เสื้อแขนยาวหมวกไหมพรมกันลมหนาว
โคมพันแสงแข่งดาวลมพัดส่ง
สูงขึ้นสุดฟ้าฟากแล้วดับลง
หลายคนคงแหงนหน้า ดวงตาตะลึง
.
แม่จูงมือถึงตลิ่งน้ำปริ่มท่า
อธิฏฐานวาจาขณะหนึ่ง
หลับตาเห็น ชีวิตงามในคำนึง
จากนั้นจึงลงลอยค่อยเคลื่อนไป
.
– ๒ –
เพียงวัยวันพลันผ่านกาลหมุนเปลี่ยน
บัดนี้มีกระทงเทียนรูปแบบใหม่
จากกรุ่นหอมอบอวลของดอกไม้
กลายเป็นใช้ริบบิ้นแซมบนแท่นโฟม
.
กลีบกระทงจากใบตองเคยของแท้
บัดนี้แค่กระดาษพับประดับโฉม
จุดเทียนวอมลอยล่องก่องแสงโคม
ไปถั่งโถมล่มสลายในคงคา
.
ระลอกคลื่นคืนกระทงสู่ตลิ่ง
อธิฏฐานเป็นจริงหรือเปล่าค่า
มวลมนุษย์ต่างวาระและเวลา
จิตแท้แห่งปัญญากลับเลือนลับ!
.
คืนนี้เหน็บหัวใจไหมพระแม่
มาสู่ยุคผันแปรดังตกอับ
อธิฏฐานผู้ใดเกินจะนับ
เพื่อบรรเทาความย่อยยับแห่งชีวิต
.
และรายทางกระทงเทียมยังเรียงราย
ต่างรอคนซื้อขาย งานง่ายประดิษฐ์
นิยามยุคสะดวกนิยมคือนิมิต
ล้านดวงจิตหลงทิศเฉกกระทง!

กวิสรา
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๓]


“ผัสสะตา-ใจ”

พฤศจิกายน 1, 2007

[ก้าวฯกวี]


“ผัสสะตา-ใจ”

ต้นทางลมหนาวหยอกล้อ ไผ่เสียดเบียดกอ
ซอแว่วแผ่วดังกังวาน
.
ดนตรีบรรเลงโดยกาล จากดอกไม้บาน
จากหยาดน้ำค้างระริน
.
เรียวหญ้าค้อมกระซิบดิน ออดอ้อนถวิล
ปีกพิณแมลงปอคลอเสียง
.
ผีเสื้อกระหยับมาเคียง ดอกแดดรายเรียง
ระยับตามร่มแรระบาย
.
สายลมไหวเคลื่อนเอื้อนคล้าย ลำธารบางสาย
เอื่อยผ่านตรอกหินซอกน้อย
.
เมฆเคลื่อนขบวนทอดรอย ทอดเงาอ้อยสร้อย
เป็นบทเพลงเหงารำพึง
.
บนทางของใครคนหนึ่ง อาจแว่วเสียงซึง
จากชายชราพเนจร
.
ดนตรีแว่วอยู่ทุกตอน ยังก้องสะท้อน
ผัสสะ ตา-ใจ ในเราฯ
.

กวิสรา
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๒]


“ปลายทางของตลาดเช้า”

ตุลาคม 15, 2007

[ก้าวฯกวี]


“ปลายทางของตลาดเช้า”

๑.
สู่ถนนบางสายปลายทางเช้า เริ่มวันใหม่แบบเก่า ทุกท่วงท่า
น้ำตาลทราย ใบตอง มะพร้าว งา ไว้โรยหน้าขนมปาด บนถาดยาย
.
ข้าวต้มมัดไส้กล้วยและไส้ถั่ว ขนมครกหอมยั่วจากฝั่งซ้าย
ขนมชั้นสีสวยวางเรียงราย ขนมถ้วยแคะขายแทบไม่ทัน
.
หอมข้าวใหม่ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน กลอยนึ่งยังร้อนร้อนคลุกงานั่น
ขนมแตงในห่อวางใกล้กัน ตลาดเช้าแห่งนั้นฉันเคยไป
.
ลูกมะเดือยร้อยเป็นสร้อยซื้อห้อยคอ ขบเปลือกแข็งที่ห่อเมล็ดได้
ฝักบัวเขียวมีเม็ดเต่งอยู่ข้างใน ถือก้านบัวมัดใหญ่ไว้ในมือ
.
๒.
เหมือนเลยผ่านวันนั้นฉันเพิ่งเห็น วันนี้เร้นหายลับไปกับชื่อ
กาลเวลากับใครได้หารือ มากว้านซื้อรื้อกระจาดทิ้งโดยใด
.
แผงใหม่ตั้งวางท่า เชิญมาชม ขนมปังก้อนกลมผ่าสอดไส้
แฮมเบอร์เกอร์แถมซอสหยอดเอาใจ ลูกสาวฉัน – ลูกชายใคร ชี้แม่ดู
.
เค้กสวยสวยโรยลูกปัดเม็ดสีสี ฟ้า เขียว แดง เหลืองมี อยู่ในตู้
ประชันกับโดนัทอันรูรู แม่จ๋าหนูเอาอันนี้ ชี้นิ้วน้อย
.
ในกล่องแข็งใสใสข้างในเค้ก ทรงสามเหลี่ยมเล็กเล็กถือค่อยค่อย
แม่จ๋าแม่ระวังกลัวเป็นรอย ไม่สวยแล้วไม่อร่อย ลูกคอยติง
.
สู่ถนนบางสายปลายทางเก่า ชีวิตเช้าขวักไขว่เหมือนไล่วิ่ง
ข้างกล่องเขียน “กะทิสด” ปดหรือจริง คำนึงนิ่ง.. นึกถึงอดีตเช้า
.

กวิสรา
๘ ตุลาคม ๒๕๕๐
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวที่๒๑]


“วาระของลูก และวาระของแม่”

ตุลาคม 1, 2007

[ก้าวฯกวี]




“วาระของลูก และวาระของแม่”

วัยเยาว์เจ้าขี่จักรยาน ตุ๊กตาหน้าหวาน ของเล่นเจ้า
ขี่อวดแม่ให้รู้ว่าเก่งไม่เบา พอล้มเจ็บหัวเข่าเจ้างอแง
.
วิ่งมาหาพร้อมน้ำตาหยาดใสใส เสียงสะอื้นร่ำไห้ กอดเอวแม่
ให้แม่เป่าให้แม่จูบลูบดูแล และเหมือนแผลเจ้าหายได้ทันใจ
.
ข้าวทุกคำต้องย้ำให้แม่ป้อน ทั้งที่เจ้าจับช้อนกินเองได้
ก่อนนอนขอฟังนิทาน แม่เล่าไป เรื่องแม่ไก่กับลูกไก่กลายเป็นดาว
.
เจ้าถามแม่กี่คำถามเจ้ารู้ไหม ความสงสัยของเจ้ามากเกินกล่าว
โลกกว้างขึ้นทุกวันพันเรื่องราว ซึ่งเจ้าก็จะก้าวพ้นเยาว์วัย
.
ถึงเวลาเจ้าเดินออกจากบ้าน ลืมสิ้นจักรยานวันขี่ได้
ตุ๊กตาลืมว่าชื่ออะไร มีแต่ใจของเจ้าดวงเสรี
.
ณ บ้านเก่าที่เจ้าเติบโตมา แม่ชรานั่งอยู่บนเก้าอี้
ตาฝ้าฟางมองเห็นไม่ค่อยดี ดวงตาที่รอวันปิดเปลือกตา
.
ช่วงชีวิตของแม่มอบให้เจ้า ฟูมฟักเฝ้าตั้งแต่วัยไร้เดียงสา
ถนอมเจ้าด้วยรักมอบวิญญาณ์ รอพบว่า วาระหนึ่งซึ่งเงียบนัก
.
วาระที่เจ้าเลิกขี่จักรยาน เลิกอ้อนแม่เล่านิทาน นอนหนุนตัก
เลิกกอดแม่แล้วบอกแม่ว่ารัก แม่ตระหนัก วาระนั้นในชีวิต
.

กวิสรา แด่เยาว์วัยของลูกสาวผู้เป็นที่รัก

กวิสรา
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่๒๐]


“สืบศิลป์”

กันยายน 15, 2007

[ก้าวฯกวี]



“สืบศิลป์”

 

_____กราบครูศิลป์นบน้อม พีระศรี
กราบซึ่งคุณความดี ก่องฟ้า
ทุกหยาดเหงื่อกายพลี ครูมอบ สยามนา
ปราชญ์เอกศิลป์เสกหล้า เพริศแพร้ว หทัยสมัย
_
_____ศิลปะสร้างโลก เนรมิต
เลิศค่าความวิจิตร แจ่มจ้า
ชนใดบ่พึงพิศ ล้วนแผก อยู่นา
เป็นนกบ่เห็นฟ้า ย่อมสิ้น ค่าชนม์ฯ

กวิสรา
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่๑๙]


“จดหมายถึงท่านสืบผู้หลุดพ้น”

กันยายน 1, 2007

[ก้าวฯกวี]


“จดหมายถึงท่านสืบผู้หลุดพ้น”

    หลังเสียงปืนสั่งเสียครั้งสุดท้าย พร้อมความตายพรากท่านให้พ้นโศก
    เหลือไว้แต่เหล่ามวลมนุษย์โลก มองความวิปโยคขยายเมือง
    .
    แล้วป่าไม้ร่อยหรอก็ลับหาย สัตว์ป่าฝูงสุดท้ายล้วนซึมเซื่อง
    อยู่ในสวนสัตว์ใหญ่อันรุ่งเรือง ปัจจุบันฟุ้งเฟื่องศิวิไลซ์
    .
    ท่านเคยหวังให้เราอนุรักษ์ ผืนป่าย่อมปกปักสัตว์ใช่ไหม
    ให้สมบูรณ์กูลเกื้อเอื้อกันไป สมดุลไพรส่ำสัตว์สืบสายพันธุ์
    .
    “อนุรักษ์” วิถีใหม่รู้ไหมว่า ไม่ใช่สัตว์อยู่ป่าน่าขบขัน
    คือซื้อขายฉุดลากมากักกัน โอ..นี่คือสวรรค์ผู้เที่ยวชม!
    .
    อุทยานรายรอบด้วยรีสอร์ท ธุรกิจแตกยอดขึ้นขย่ม
    เบียดบังทัศนาอันภิรมย์ ป่าถูกล้อม ไม้ถูกล้ม เมื่อท่านตาย…
    .
    ท่านไม่น่าทิ้งไปท่านไม่น่า โลกนี้สิ้นคนกล้ามีจุดหมาย
    หรือท่านรู้…อนาคตการทำลาย ใดก็ตาม เราต้องพ่าย….ท่านนั้นรู้?
    .
    นี่ใช่ไหม ท่านจากไป เป็นอิสรภาพ ไม่ต้องคอยเอ่ออาบความหดหู่
    สังคมใหม่ “อนุรักษ์” ขังเพื่อดู เรากำลังเข้าสู่…อารยะ!!

กวิสรา
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๘]


“สันติภาพ คือนามที่สองของการละคร”

สิงหาคม 15, 2007

[ก้าวฯกวี]


“สันติภาพ คือนามที่สองของการละคร”

๑.
อาาา… “สันติภาพ” เจ้าจงมาอยู่ในกล่อง
ข้าจะผูกริบบิ้นเหลืองเหลือบทอง ก่อนโยนเจ้าลงปล่องภูเขาไฟ
.
“สันติภาพ” วิปลาส วิปริต เกิดมาพร้อมอภิสิทธ์อันยิ่งใหญ่
มวลมนุษย์ฟาดฟันกันบรรลัย เพื่อให้ได้ “สันติภาพ” มากราบกราน
.
หึ!..อย่าทำไร้เดียงสาขนาดนั้น สงครามลั่นแผดเปรี้ยงเสียงประหาร
ทุ่งดอกไม้ทั้งโลกต้องแหลกราน เพียงเพราะบ้าน “สันติภาพ” แค่หลังเดียว!
.
ทำลายล้างแล้วทำหน้าบริสุทธ์ ทั้งที่เจ้าชำรุดเป็นเศษเสี้ยว
แค่กากเดนเน่าเน่าอันซีดเซียว กลางทุ่งร้างเปล่าเปลี่ยวหลังสงคราม
.
ข้า.. พิพากษา “สันติภาพ” ด้วยเหยียดหยาม
ด้วยเบื่อฟัง “สันติภาพช่างงดงาม” มนุษย์ตายในนามเจ้ากี่คน?!
.
ไม่รู้ตัวอีกเหรอ “สันติภาพ” ชื่อของเจ้าเพียงฉาบฉากการปล้น
ใช้เอ่ยอ้างกลบเกลื่อนความวิกล ยามมนุษย์ยืนบนภูเขาไฟ
.
๒.
อย่า! อย่าแย่งจากมือข้ารู้หรือไม่
หากเราปล่อยสันติภาพหนีออกไป พรุ่งนี้โลกคงได้เห็นสงคราม!
.
“สงครามเพื่อสันติภาพ”
.

กวิสรา
๘ สิงหาคม ๒๕๕๐
http://kaveesara.bloggang.com


kaawss.jpg[อ่าน ก้าวฯกวี บทอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๗]