ราคาของความตาย

ตุลาคม 1, 2007

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


ราคาของความตาย

วันนั้นผมบังเอิญเจอะกับเขาตรงหน้าร้านสะดวกซื้อปากซอย ดูท่าทางของเขาเศร้าสร้อยและเจ็บปวด หากว่าผมตาไม่ฝาด ผมคิดว่าผมเห็นนัยน์ตาของเขาชื้นฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา

“นั่นคุณกำลังร้องไห้” ผมถามเขา

“หรือคุณคิดว่าผมกำลังหัวเราะ” เขาตอบ

เขายังคงรักษาลีลาและวาจาได้น่าประทับใจทุกครั้งที่เราสนทนากัน

Read the rest of this entry »


ควันมรณะ

กันยายน 15, 2007

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


ควันมรณะ

มันเป็นปกติวิสัยหากว่าเวลาเย็นย่ำวันไหน บรรยายกาศดูสดชื่น มีสายลมเย็นโชยแผ่วมาเป็นระลอก เวลาเย็นย่ำนั้นผมเป็นต้องออกมารับลมนอกบ้าน หากจะมีอะไรเป็นพิเศษขึ้นมาหน่อย ผมก็จะมีเบียร์กระป๋องติดมือไว้สำหรับอะไรที่เป็นพิเศษ ก็เหมือนอย่างที่คุณเคยรับทราบไปแล้วนั่นแหละ วันนี้ก็คล้ายกัน จะแตกต่างนิดหน่อยก็ตรงที่วันนี้ เป็นวันที่บรรยากาศสดชื่น มีสายลมเย็นโชยมาเป็นระยะ แต่ไม่ใช่โอกาสพิเศษ นอกบ้านจึงมีเพียงผม สายลมโชย และบรรยากาศสดใส วันนี้ผมเลิกงานและกลับถึงบ้านเร็วกว่าปกติ ทำให้ผมมีโอกาสอาบน้ำ ประแป้ง และในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะจมมิจมแหล่คาค้างอยู่ตรงมุมตึกสูงนู้น ผมก็ออกมานั่งรับลมและชิมรสบรรยากาศสดใส ที่นาน ๆ ครั้งผมจะรู้สึกถึงมันได้อย่างแท้จริง

Read the rest of this entry »


ผม และ เขา และชีวิตข้างถนนของเรา

กันยายน 1, 2007

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


ผม และ เขา และชีวิตข้างถนนของเรา

เนิ่นนานหลายวันแล้วที่เขาหายหน้าหายตาไป ผมยังคงต้องใช้ชีวิตของผมต่อไปตามวัฏจักรที่ไม่รู้แน่ว่าใครหน้าไหนเป็นคนออกแบบ แต่ดูเหมือนว่ามีคนอีกนับจำนวนไม่ถ้วนที่พร้อมจะเดินเข้าสู่วังวนนี้อย่างหน้าชื่นอกตรม วัฏจักรที่ว่านี้มีคนให้คำนิยามว่าเป็นวัฏจักรของ ‘มนุษย์เงินเดือน’ และโดยเฉพาะ ‘มนุษย์เงินเดือน’ ในเมืองหลวงอย่างผม ชีวิตในมหานครที่ต้องเร่งรีบเวลามีคุณค่าทุกนาที ทุกวินาที ผมจึงต้องทำกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตด้วยความร้อนรน แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ดวงตะวันยังไม่ทันได้ฉายแสง รีบชำระล้างร่างกาย รีบเดินออกจากซอยเพื่อไปยืนรอรถประจำทาง เพื่อไปพบกับคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมบ้าคลั่งจนบางครั้งผมเกิดอาการคลื่นเหียน วิงเวียน แต่ผมก็ไม่สามารถอาเจียนเอาสิ่งใดออกจากกระเพาะอาหารได้ เพราะอาหารมื้อแรกของผมอยู่ที่สำนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกาแฟเข้ม ๆ สักแก้วกับแซนด์วิชสักชิ้น

จากนั้นผมก็เริ่มงานที่จำเจและซ้ำซากจนน่าเบื่อหน่าย พักกลางวันด้วยอาหารตามร้านอาหารตามสั่ง ตบท้ายด้วยบุหรี่สองมวน ก่อนเข้าเริ่มงานในช่วงบ่าย ช่วงที่อะไร ๆ ก็ยังคงเหมือนเดิมจำเจน่าเบื่อหน่าย ผมอาจจะแอบงีบหลับไปสักครึ่งชั่วโมงถ้าหากโอกาสอำนวย

เวลาในวันหนึ่งดำเนินต่อไปมิได้หยุดหย่อน ยิ่งเวลาใกล้เลิกงานคืบคลานใกล้เข้ามาผมจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ขึ้นมาบ้าง แต่ก็แสนเบื่อหน่ายหากจะต้องออกไปเผชิญกับคลื่นมนุษย์อีกคำรบ มื้อเย็นก็คงเป็นอะไรง่าย ๆ ซื้อเอาจากข้างทาง เดินหิ้วเข้าบ้าน จะพิเศษสักหน่อยหากวันไหนครึ้มอกครึ้มใจก็จะมีกระป๋องเบียร์หิ้วติดมือมาสักสองสามกระป๋อง ผมไม่ค่อยมีเพื่อน หรือถึงมีผมก็คงไม่คิดอยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนเหมือนกัน–

หากแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษวันหนึ่ง ผมหิ้วเบียร์กระป๋องติดมือมาสองกระป๋อง หมายใจว่าหากอาบน้ำอาบท่าให้พอสดชื่นแล้วจะออกมานั่งดื่มเบียร์เงียบ ๆ คนเดียวตรงเฉลียงหน้าบ้าน และหากโชคดีผมคงได้เขาเป็นเพื่อนคุย

“เฮ้! คุณ ทำไมมานั่งซดเบียร์อยู่อย่างเดียวอย่างนี้”

Read the rest of this entry »


ชีวิตข้างถนน

สิงหาคม 1, 2007

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


ชีวิตข้างถนน

มันเป็นอาการตกประหม่าในครานั้นที่เราได้สนทนากัน หากไปเล่าให้ใครฟังจะมีใครบ้างที่จะเชื่อว่าผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับหมา แม้กระทั่งผมเองก็ยังแอบคิดไม่ได้ว่ามันเป็นภาพหลอนหลังฝนตก แต่ความจริงก็ย่อมเป็นความจริงแม้ว่ามันจะยากเกินทำใจยอมรับได้

ค่ำวันนั้นหลังจากไฟฟ้าในละแวกบ้านดับลงและปล่อยให้ความมืดโรยตัวลงมาปกคลุมอย่างหนาแน่น ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือหมาไทยพันทางกำลังตะโกนเรียกผมอยู่หน้าประตูรั้ว ผมใช้เวลาตั้งสติอยู่นานกว่าจะมั่นใจว่าเสียงที่ผมได้ยินเป็นเสียงหมาที่กำลังร้องเรียกผมอยู่ และกว่าจะหลุดปากตอบรับกลับไปก็ต้องใช้เวลาอีกกว่าสิบนาที โสตประสาทยังคงแว่วเสียง ‘เฮ้ย…เฮ้ย’ ออกจากปากยื่นยาวของสุนัขพันทางขนเกรียนจนติดหนัง คำถามจากเขายังคงกรอกเข้าโสตประสาท “เฮ้…คุณไม่ได้ยินเสียงเรียกจากผมบ้างเลยเหรอ…ผมถามคุณว่าไฟจะดับไปอีกนานแค่ไหน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งผมตอบออกไปว่า ผมไม่รู้ เพียงเท่านั้นการสนทนา (ผมเลือกใช้คำว่าสนทนาแทนการใช้คำว่าต่อปากต่อคำ) ก็เกิดขึ้น

Read the rest of this entry »


เกริ่นนำ

กรกฎาคม 15, 2007

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


เกริ่นนำ

สวัสดีนักอ่านที่รักทุกท่าน

สมัยที่เรายังเป็นเด็ก ปู่ย่าตายายของเราเคยเล่านิทานให้ได้ฟังกัน และนิทานที่ผมชื่นชอบมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องที่สัตว์สามารถพูดภาษาคนได้ ไม่ว่าจะเป็นเสือ ช้าง ลิง กระรอก หนู แมว ฯลฯ พวกสัตว์นานาชนิดสามารถสนทนาโต้ตอบกับคนด้วยภาษาของคน มันน่าตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมครับ ผมเคยสงสัยและถามปู่ย่าตายายของผมว่า สัตว์พวกนั้นมันสามารถพูดภาษาคนได้จริงๆหรือ หรือว่านั่นเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก ปู่ย่าตายายของผมยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งหมดที่ท่านเหล่ามานั้นเป็นเรื่องจริง ผมจึงแย้งว่าแล้วเหตุใดผมจึงไม่สามารถสนทนากับสัตว์ได้ ท่านให้คำตอบแก่ผมว่าในยุคสมัยนี้สัตว์ไม่สามารถสนทนากับคนได้แล้ว เพราะคนได้รุกล้ำอาณาเขตของสัตว์มากเกินไปและยังทำร้าย ทำลายชีวิตสัตว์ด้วยวิธีการอันป่าเถื่อนและรุนแรง เวลาผ่านผันไปนับวันเป็นเดือน นับเดือนเป็นปี คนยังคงก่อความเดือดร้อนต่อชีวิตสัตว์มิได้หยุดหย่อน เหล่าสัตว์ทั้งหลายจึงประกาศปฏิญญาร่วมกันในหมู่ส่ำสัตว์ว่า นับจากเวลานี้ไปจนถึงวันดับสิ้นของโลกและแกแลกซี คนจะไม่มีวันได้ยินสัตว์พูดภาษาคนอีกต่อไป เป็นอันว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนกับสัตว์จึงมีอันยุติลงไปพร้อมกันเมื่อปฏิญญาของสัตว์ถูกป่าวประกาศออกไป

Read the rest of this entry »