ดนตรี

[เรื่องจากปก]


ดนตรี

คุณเคยสักครั้งไหมที่ฟังเพลงอกหักตอนรักคุดแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว? เสียงเพลงมีอิทธิพลต่อจิตใจเราเช่นนั้นเชียวหรือ? ถ้าเช่นนั้นการที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เพลงๆ หนึ่งในช่วงไม่นานมานี้ว่าทำให้คนที่อกหักฟังแล้วอยากฆ่าตัวตายก็ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริง

ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าดนตรีถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคใดสมัยใด ผู้รู้บางท่านกล่าวว่าดนตรีเกิดขึ้นมาพร้อมกับกำเนิดโลกโดยมีธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์เสียงดนตรี เช่น เสียงใบไม้ไหว เสียงใบไผ่ต้องลม เสียงธารน้ำไหลริน เสียงน้ำกระทบโตรกหิน เสียงสายฝนพรำ เสียงนกร้อง เสียงจักจั่นขยับปีก ฯลฯ เสียงเหล่านี้ล้วนเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติที่ไพเราะงดงาม

ส่วนมนุษย์เองรู้จักดนตรีมาตั้งแต่ยุคใดสมัยใดไม่มีประวัติศาสตร์บันทึกไว้แน่ชัด อาจเริ่มตั้งแต่สมัยมนุษย์คู่แรกถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกก็เป็นได้ เมื่อมนุษย์รู้จักการเปล่งเสียงผ่านทางลำคอเพื่อสื่อภาษา ต่อมาพวกเขาอาจเรียนรู้ในการสร้างคำ ผสมคำ จนเกิด “ภาษา” และพัฒนาการเรื่อยมาจนกระทั่งรู้จักการเปล่งเสียงสูงต่ำหนักเบาเพื่อขับร้อง

นอกจากมนุษย์จะรู้จักการใช้เสียงเพื่อขับร้องแล้ว มนุษย์ยังรู้จักใช้อวัยวะหลายส่วนของร่างกายสร้างเสียงเป็นจังหวะดนตรี เช่น การดีดนิ้ว ผิวปาก ปรบมือ กระทืบเท้า ใช้มือตบไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อให้เกิดเสียง เป็นต้น ส่วนเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นในระยะเริ่มแรกก็อาจเป็นได้ทั้งใบไม้ ปล้องไม้ไผ่ หรือหญ้าที่มีลำต้นเป็นรูกลวง จากนั้นจึงค่อยพัฒนามาเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสลับซับซ้อนอย่างเช่นปัจจุบัน

มนุษย์มีปฏิกริยาตอบสนองต่อเสียงเพลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา คุณแม่หลายคนจึงเปิดเพลงให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยหวังจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เมื่อเด็กลืมตาดูโลก แม่ก็ใช้เสียงเพลงเนิบช้าเห่กล่อมให้ลูกเคลิ้มหลับ (ซึ่งหลายครั้งแม่เผลอหลับก่อนลูก) สำหรับเด็กที่โตพอยืนเดินได้แล้ว เมื่อได้ยินเสียงเพลงเด็กมักโยกตัวไปมาตามจังหวะดนตรี หรือตบมือเปาะแปะเป็นจังหวะบ้างไม่เป็นจังหวะบ้าง สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าดนตรีเปรียบเสมือนกุญแจดอกหนึ่งที่สามารถไขเข้าไปในจิตใจมนุษย์ได้อย่างง่ายโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์

ดนตรีถือเป็นศิลปะอีกแขนงซึ่งสัมผัสรสทางโสตประสาท ดนตรีสามารถก่อให้เกิดอารมณ์เศร้าสร้อย หดหู่ สนุก คึกคัก ฮึกเหิม มั่นใจ อิ่มเอมใจ และอีกหลายอารมณ์ความรู้สึกแก่ผู้ได้ฟัง ดนตรีจึงมิได้ทำเพียงแค่หน้าที่สร้างความเพลิดเพลินให้แก่มนุษย์เท่านั้น เราสามารถใช้เสียงดนตรีเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ปลอบขวัญ สร้างกำลังใจ ปลุกใจ กล่อมเกลาจิตใจ บันทึกเรื่องราว และสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (เช่น เพลงชาติ เพลงโรงเรียน เพลงสถาบัน)

ดนตรีในแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งนี้เพราะดนตรีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีความหมายมากกว่า “เสียง” “จังหวะ” และ “ทำนอง” ในดนตรีมีชีวิตของผู้คน เพลงแต่ละบทบันทึกเรื่องราว วิถีชีวิต ประเพณี ความคิดความเชื่อของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ในยุคนั้นๆ

ปัจจุบันมนุษย์สามารถพัฒนาเครื่องดนตรีและแนวดนตรีได้หลากหลาย แต่ขณะเดียวกันเรากลับทอดทิ้งเสียงดนตรีธรรมชาติซึ่งนับวันกำลังแผ่วเสียงลงเรื่อยๆ หากวันใดธรรมชาติหยุดขับขาน ธารน้ำหยุดไหลริน ไม่มีเสียงนกร้อง ใบไม้ร้างไร้ใบแกว่งกวัด เมื่อนั้นโลกคงไร้ซึ่งชีวิต

ลองหลับตาลงช้าๆ เงี่ยหูฟังดูสิว่าธรรมชาติกำลังร้องเพลงอะไรให้เราฟัง!

หนุงหนิง


[อ่าน เรื่องจากปก ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๒]

2 ตอบกลับที่ ดนตรี

  1. cotton พูดว่า:

    ตอนแรกๆก็คิดว่า เพลงไม่ได้ทำให้คนคิดจะตายได้หรอก แต่พอคิดในทำนองกลับกัน เวลาเราฟังเพลงบางเพลงแล้วเรายังรู้สึกมีกำลังใจ หรือรู้สึกสนุก เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้คิดได้ว่า ถ้าเราฟังบางเพลงก็ทำให้รู้สึกเศร้าได้เช่นกัน

    เสียงต่างๆในโลกใบนี้จริงๆก็คิดว่าสามารถสอดประสานกันจนเป็นเสียงดนตรีได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: