นาคเบือน หางหงส์ที่แตกต่าง

[สืบศิลป์] โดย กีรติ


นาคเบือน หางหงส์ที่แตกต่าง

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า เครื่องลำยองในสถาปัตยกรรมไทย ในส่วนของพระราชวัง และพุทธสถานนั้นมีความสำคัญและงดงามมาก กล่าวคือ ยังเป็นการแสดงออกถึงรสนิยมและอิทธิพลเชิงช่างได้เป็นอย่างดี

ตัวลำยอง คือส่วนขององค์ประกอบสำคัญของเครื่องลำยอง เราพบว่าเครื่องลำยองที่สร้างนั้น เปรียบเหมือนการนำตัวนาคทั้งตัวเป็นองค์ประกอบ ใช้เป็นเครื่องปิดเครื่องมุงหลังคาด้านสกัด โดยพาดอยู่บนหลังแป ทำหน้าที่เช่นเดียวกับปั้นลมในเรือนไทย และส่วนที่ทำให้ตัวลำยองมีชีวิตชีวานั้นคงหนีไม่พ้นส่วนที่เรียกว่า หางหงส์

หางหงส์เป็นส่วนที่ติดอยู่ที่ปลายเครื่องลำยอง บ้างทำเป็นรูปทรงคล้ายหงส์แต่ที่พบส่วนมากมักทำเป็นรูปโครงของนาคสามเศียรซ้อนกัน หรืออาจจะเป็นหนึ่งเศียรก็มี

นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสำคัญของตัวลำยองอยู่ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับหางหงส์ เราเรียกองค์ประกอบส่วนที่ว่านี้ว่า นาคเบือน

นาคเบือนคือองค์ประกอบสำคัญหนึ่งในเครื่องลำยองของพระราชวังและสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนา มีลักษณะเป็นแผ่นแบนเช่นเดียวกับหางหงส์ ทำเป็นเศียรนาคซ้อนติดกันเป็นแผง หันหน้า ออกทางด้านหน้าของมุข ซึ่งหางหงส์เดิมจะหันหน้าออกไปทางด้านข้าง การหันหน้าในลักษณะเช่นนี้ คืออาการที่เรียกว่า “เบือน” เป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันว่า “นาคเบือน”

นาคเบือนเป็นหางหงส์ที่ดูมีชีวิตชีวากว่ารูปแบบของหางหงส์ทั่วไปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันทั้งหมด นาคเบือนนี้จะทำเป็นรูปโครงของเศียรนาค บ้างทำเป็นเศียรนาคที่ดูสมจริงก็มี โดยจัดองค์ประกอบของเครื่องลำยองให้ต่างออกไปจากเดิม ซึ่งเดิมจะจัดให้เศียรนาคหันหน้าไปทางด้านข้าง สำหรับนาคเบือนนี้กลับบิดรูปหน้าให้หันมาทางด้านหน้ามุข การแสดงออกในลักษณะเช่นนี้ดูแปลกตาและยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า ช่างมีสุนทรียภาพในการออกแบบที่จะสะท้อนว่า ‘นาคนั้นมีชีวิต’ ซึ่งเราได้นำเสนอไปแล้วในเรื่องของนาคสะดุ้งที่ขนดนาคมีจังหวะคดโค้งคล้ายลำตัวของนาคกำลังเลี้อย

ตัวอย่างของนาคเบือนที่สำคัญได้แก่ นาคเบือนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง นาคเบือนที่พระอุโบสถพุทธรัตนสถาน สวนศิวาลัยในพระบรมมหาราชวัง และนาคเบือนที่พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า-ปัจจุบันเหลือแต่อุโบสถที่ได้รับการบูรณะแล้ว) ซึ่งตั้งอยู่ภายในวิทยาลัยนาฏศิลป์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังพบนาคเบือนเป็นองค์ประกอบของซุ้มประตูทางเข้าของวัดมหาพฤฒาราม กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งต่างจากนาคเบือนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และที่พระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส กล่าวคือ ที่ซุ้มประตูนี้ สร้างนาคเบือนที่ดูสมจริง คือนอกจากจะมีรูปทรงอย่างนาคแล้ว ยังตกแต่งด้วยปูนปั้นให้ดูมีชีวิตขึ้นอีก

การที่พระราชวังและพุทธสถานมีส่วนเกี่ยวข้องกับนาคนี้ยังคงปรากฏเรื่อยมาจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยที่นาคนั้นยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ทั้งนี้เกิดจากความเชื่อ ความศรัทธาที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องในสถาบันกษัตริย์และพุทธศาสนา เฉกเช่นนาคเบือที่ยังคงปรากฏในเครื่องลำยองของพระราชวังและพุทธสถาน แม้ว่าจะไม่พบมากนักแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านาคเบือนจะไม่เป็นที่รู้จักเลย ทั้งนี้ยังสร้างความน่าสนใจ ความสำคัญของหางหงส์ให้มากกว่ารูปแบบทั่วไปอีกด้วย ·

    เอกสารอ่านประกอบโชติ กัลยาณมิตร. พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เกี่ยวเนื่อง. กรุงเทพฯ : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ๒๕๑๘.สมภพ ภิรมย์. ช่อฟ้า นาคเบือน ตุง. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๕.

    สมใจ นิ่มเล็ก. เครื่องบนและงานประดับของสถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๓๙.

    สันติ เล็กสุขุม. ลีลาไทย.กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๖.

(จากหนังสือ ‘ธรรมลีลา’ ฉบับที่ ๘๓, ต.ค. ๕๐ โดย นฤมล สารากรบริรักษ์)


[อ่าน สืบศิลป์ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวที่๒๑]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: