เรื่องจากปก – วันอาหารโลก

[เรื่องจากปก]


วันอาหารโลก

เมื่อถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี นอกจากลมหนาว ลานเบียร์และเด็กเชียร์(ให้เมา) จะโคจรผ่านมาพบคนเมืองขี้เหงาและขี้หนาวแล้ว คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเทศกาลกินเจ ทางเท้าหรือลานโล่งด้านหน้าของห้างร้านต่างๆกลับแปรสภาพพื้นที่การใช้งานเป็นร้านขายเบียร์หรือไม่ก็ขายอาหารเจ มองๆไปก็คล้ายกันไปหมด หมายถึงว่าสีมันเหลืองไปหมด ร้านก็เหลืองคนกินก็ใส่เสื้อเหลือง หากผู้ประกอบการที่ในสมองคิดแต่เรื่องกำไรขาดทุนรายใดสามารถคิดค้น “เบียร์เจ” ได้ละก็ คงเก็บสัดส่วนทางการตลาดในช่วงนี้ได้ไปอย่างงดงาม

นอกเหนือจากเรื่องของ “เบียร์” และ “เจ” แล้ว ในวันที่ ๑๖ ตุลาคมนี้ยังมีวาระสำคัญอย่างหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นวาระระดับโลกเลยทีเดียว นั่นคือเป็น “วันอาหารโลก” โดยในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ (เมื่อ ๖๒ ปีที่แล้ว) ได้มีการจัดตั้งองค์การอาหารและเกษตรขึ้นอย่างเป็นทางการที่เมืองควิเบกในประเทศแคนาดา โดยจัดเป็นสำนักงานชั่วคราว ก่อนที่จะย้ายมาตั้งสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลีในปี ค.ศ.๑๙๕๑ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกมากกว่า ๑๘๘ ประเทศ ส่วนประเทศไทยได้เป็นสมาชิกในลำดับที่ ๔๕ เอาละ พักเรื่องตัวเลขและปี ค.ศ.ไว้ก่อน

วันอาหารโลกมีไว้เพื่ออะไร? ทำไมต้องมี?

แรกเริ่มของการเกิดองค์การอาหารและเกษตรนี้ เดิมทีก็เพื่อเป็นการช่วยเหลือประเทศต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยเพราะสงครามทำให้ระบบการเกษตรถูกทำลาย อาหารขาดแคลนไปทุกพื้นที่ๆสงครามก้าวผ่าน คำกล่าวที่ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด อาหารก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับน้ำมันที่ใช้ขับเคลื่อนโลกให้หมุนรอบดวงอาทิตย์เช่นกัน เช่นนั้นแล้วการจัดให้มี “วันอาหารโลก” ขึ้นทุกปีก็เพื่อที่จะให้ประชากรโลกที่มีอันจะกินได้ตระหนักว่า ทุกๆปีทั่วทั้งโลกมีประชากรที่อยู่ในภาวะขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา (ส่วนประเทศไทยตายมากขึ้นทุกปีเพราะกินเหล้า..ขวดละ ๖๐ บาทเอง??)

ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติในปี ๒๕๔๗ ระบุว่าขณะนี้มีประชากรที่อยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร ๑,๐๐๐ ล้านคน (ประชากรโลกประมาณ๖,๕๐๐ล้านคน) ส่วนมากอยู่ในทวีปอัฟริกาและเอเชีย และในแต่ละวันมีเด็กทั่วโลกเกือบ ๕,๐๐๐ คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุการขาดน้ำสะอาด ส่วนเด็กบ้านเรากินน้ำหวานอัดลมเสียจนฟันหลอกันทั้งประเทศ

ดูเหมือนว่าประเทศเราเมืองเราจะไม่ค่อยประสบกับปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารมากนัก ออกจะหนักไปทางที่ว่าผลิตมากเกินไปไม่มีที่ขายที่ระบายออกจนต้องมีโครงการ ลองกองมังคุดช่วยชาติกู้ชาติกันเป็นระยะๆ ปัญหาที่พบเจอจึงมักจะเกี่ยวกับด้านโภชนาการ และนิสัยการกินการบริโภคเสียมากกว่า

หลายปีมานี้สิ่งที่ขายดีและติดหน้าโฆษณาทีวีอยู่เสมอคือเรื่องราวของ “อาหารเพื่อสุขภาพ” ตีคู่มากับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายนานา แม้แต่ไรขนใต้รักแร้ก็ยังไม่วายหยิบขึ้นมาเป็นจุดขายได้อีกสิเออ หากใครทำงานออฟฟิตในเมืองก็คงหนีไม่พ้นที่จะพบเจอบรรดาเพื่อร่วมงานที่ชอบเอา “อาหารเสริม” มาขายในที่ทำงาน

ทุกครั้งที่เจอแบบนี้ทำให้คิดได้สองอย่างคือ คนเรา(ที่อยู่ในเมือง)อ่อนแอขึ้น กับอีกอย่างคือ อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคุณค่าเพียงพอจนต้องมีการเสริม ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องอาหารเสริมเท่านั้น แม้แต่นมผงที่ใช้เลี้ยงดูเด็กก็เหมือนจะคล้ายสูตรปุ๋ยเข้าไปทุกที คนเป็นพ่อเป็นแม่แค่จะมีเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกก็แย่แล้ว นี่ยังต้องจำสูตรผงนมที่ใช้ผสมน้ำเลี้ยงลูกเข้าไปอีก

เรื่องกินของคนเมืองนี่ช่างดูวุ่นวายนักเชียว เหลียวมองกลับหลัง ผ่านสายตาไปยังผืนนาอันห่งไกลออกไป เด็กๆแถวนั้นก็โตมากันได้ก็เพราะนมจากเต้าของผู้เป็นแม่ โตหน่อยก็กล้วยบดผสมน้ำข้าวปากหม้อ ไม่ต้องจำสูตรเสริมเนื้อสมองให้วุ่นวาย ไม่ต้องขายเอ็มเวย์เวลาไปช่วยเพื่อนบ้านดำนา ข้าวสวย ปลาร้า ผักต้ม ก็เลี้ยงคนตั้งแต่หัวดำยังหัวขาวมาได้ หน่วยโอเมก้าจากปลาร้าไม่เคยนึกถึง รู้แต่ว่าอันนั้นแซบดีอันนี้แซบหลาย เพียงเท่านั้น

“ได้ยินว่าต่างประเทศมีการพัฒนาข้าวดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้สามารถสร้างธาตุเหล็กได้มากขึ้น เรามีข้าวพื้นบ้านดีๆหลากหลายมากมาย ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น”

พระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ระหว่างเสด็จชมงานนิทรรศการ
“มหกรรมเกษตรยั่งยืน:ฟื้นฟูวิถีชีวิตไท เพื่ออธิปไตยของชาติ”
วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ณ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
(ที่มาจากหนังสือ “สารคดี” ฉบับที่๒๗๑)

หากได้ลองตรองคิดตามพระราชดำรัสแล้ว ข้าพเจ้าให้นึกตามต่อไปว่า ไม่เพียงแต่เฉพาะพันธุ์ข้าวเท่านั้นที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม แม้แต่ความคิดของคนเราเดี้ยวนี้ ก็ถูกดัดแปลงแต่งเสริมเสียจนวุ่นวาย วุ่นวายจนลืมเลือนไปแล้วว่า อาหารดีๆ สิ่งดีๆที่ปู่ย่าตายายเราได้คิดค้นสร้างสรรค์ไว้ เพื่อเหมาะแก่การบริโภคตามกาลเวลาตามฤดูอยู่แล้ว

ในวาระ “วันอาหารโลก” เวียนมาครบรอบครั้งนี้ มิเพียงแต่ให้เราได้ตระหนักว่ายังมีคนที่หิวโหยและขาดแคลนอาหารอีกมากมายเท่านั้น วาระครั้งนี้สิ่งที่เราต้องฉุกคิดตระหนักเกี่ยวกับสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปทุกวันนี้ ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ยิ่งในภาวะปัจจุบันในบ้านเมืองเราขณะนี้แล้วละก็อาหารเสริมสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ อาหารที่ใช้เสริมเลี้ยงจิตใจให้ดีงามก็สำคัญและหาได้น้อยจนเรียกว่าขาดแคลนได้เลยทีเดียว

ท้ายสุดนี้ขอให้เพื่อนๆทุกท่านมีสุขภาพที่ดีจากการบริโภคสิ่งดีๆกันทุกคนครับ ด้วยมิตรภาพ

“โลกเต็มไปด้วยอันตราย มิใช่เพราะมีคนทำสิ่งชั่วร้าย แต่เพราะมีคนยืนดูเฉยๆ และมีการปล่อยให้มีการทำสิ่งชั่วร้ายขึ้น”

-อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

(…)


[อ่าน เรื่องจากปก ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวที่๒๑]

2 ตอบกลับที่ เรื่องจากปก – วันอาหารโลก

  1. ป้าโค พูดว่า:

    ไม่ว่าโลกแห่งเทคโนโลยีจะก้าวไกลถึงโลกที่สองคือดาวอังคารก็ตาม
    หลายสิ่ง หลายอย่าง พบว่า-สูงสุดคืนสู่สามัญ-

    ให้ตายเหอะ!
    อาหารเม็ดมันจะอร่อยกว่าแกงส้มชะอมทอดน้ำพริกผักริมรั้ว ไปได้ยังไง ฮึ!

  2. cotton พูดว่า:

    อาหารก็มีทั้งคุณและโทษ บางทีคนเราก็รู้ว่าทานแล้วเกิดโทษก็ยังทาน
    แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรกินทิ้งกินขว้าง เพราะยังมีคนส่วนหนึ่งในโลกนี้ที่ไม่มีแม้แต่จะกิน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: