วันผู้สูงอายุโลก

[เรื่องจากปก]



วันผู้สูงอายุโลก

“แก่” คำเดียวสั้น ๆ แต่มีความหมายแทงใจดำใครหลาย ๆ คน ทั้ง ๆ ที่ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ล้วนเป็นธรรมดาของสัตว์โลก ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ช้าก็เร็วต้องมาถึง (เว้นเสียแต่ตายก่อนวัยอันควร เลยไม่ทันได้แก่)

สาว(แก่)บางคนอาจร้องกรี๊ดทันทีที่เห็นอีกาแอบมาฝากรอยเท้าไว้บนใบหน้า หรือไม่ก็เห็นเรือนผมที่เคยดกดำเงางามมีสีขาวแทรกแซม หรือบางคนอาจมีปมด้อยตั้งแต่เด็กที่เกิดมาหน้าแก่

ทำไมคนถึงกลัวแก่กันนัก? ความแก่เป็นสิ่งเลวร้ายเช่นนั้นหรือ ?

เมื่อพูดถึงความแก่ หลาย ๆ คนคงนึกถึงภาพผิวหนังเหี่ยวย่นตกกระ เนื้อเหลวหย่อนยาน ผมหงอก ใส่ฟันปลอม หูตึง ดวงตาฝ้าฟาง ฯลฯ ผู้ชายบางคนอาจนึกเลยเถิดไปถึงเสียงปี๊บที่ดังแผ่วลงตามสังขารที่ร่วงโรย

ถ้า “ความแก่” ให้ภาพที่ไม่เจริญหูเจริญตาเช่นนี้ แล้วถ้าพูดถึง “คนแก่” ล่ะคุณนึกถึงอะไร?

รายการโทรทัศน์หลาย ๆ ช่องนำเสนอภาพชีวิตของคนวัยชราที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง ให้เผชิญความเปลี่ยวเหงาและความยากลำบากแต่เพียงลำพัง ซ้ำร้ายลูกบางคนทอดทิ้งเขาเหล่านั้นไว้ยังไม่พอ ยังนำหน่อเนื้อเชื้อไขไปฝากเลี้ยง และไม่เคยกลับมาดูดำดูดี ภาพชีวิตยายหลานที่หาเลี้ยงปากท้องพอประทังชีวิตไปวัน ๆ ในกระท่อมโกโรโกโสยังมีให้เห็นทั่วไป

คงไม่อาจชี้ชัดลงไปได้ว่าคนชราเหล่านั้นถูกทอดทิ้งด้วยสาเหตุอันใด เพราะปัญหาสังคมล้วนสลับซับซ้อน เกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ปัญหาทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบถึงปัญหาครอบครัว การที่พ่อแม่อยู่ในสภาวะปากกัดตีนถีบ ไม่มีเวลาอบรมเลี้ยงดูให้ความรักความเอาใจใส่ต่อบุตรหลาน อาจทำให้เด็กเหล่านี้มีภูมิคุ้มกันและภูมิต้านทานต่อปัญหาสังคมต่าง ๆ บกพร่อง เมื่อไม่มีความรักความผูกพันใกล้ชิด กอรปกับปัญหาศีลธรรมเสื่อมโทรม การทอดทิ้งผู้ให้กำเนิดย่อมเกิดขึ้นได้โดยง่าย

นอกจากปัญหาสังคมต่างๆ แล้ว ในอนาคตโครงสร้างทางด้านประชากรน่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนชราถูกทอดทิ้งมากขึ้น ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขทำให้มนุษย์มีอายุขัยโดยเฉลี่ยสูงขึ้น นั่นย่อมหมายถึงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันความสำเร็จในการคุมกำเนิดและวิถีชีวิตแบบเมืองทำให้อัตราการเกิดลดน้อยลง เด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมาย่อมมีภาระในการเลี้ยงดูคนวัยชราในสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าเดิม

มนุษย์เมื่อแก่ตัวลงเหมือนต้องกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แต่คำว่า “เด็ก” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เด็กตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งเล่นซุกซน แต่หมายถึงบุคคลที่ต้องการการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจไม่ต่างจากเด็ก

ด้วยสังขารที่ร่วงโรย อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของคนวัยชราจึงทำงานไม่มีประสิทธิภาพ โรคภัยเริ่มรุมเร้า อิริยาบถต่าง ๆ ทำได้อย่างยากลำบาก ต้องอาศัยบุตรหลานในการช่วยเหลือดูแล เช่น ป้อนข้าวป้อนน้ำ ช่วยพยุงขณะเดิน ฯลฯ ส่วนทางด้านจิตใจ เนื่องจากคนในวัยนี้ส่วนใหญ่มักอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปพบปะสมาคมและทำกิจกรรมนอกบ้าน จึงทำให้รู้สึกเปลี่ยวเหงา และต้องการความรักความเอาใจใส่จากบุตรหลานมากเป็นพิเศษ

พ่อแม่เลี้ยงลูกสิบคนได้ แต่ลูกสิบคนกลับเลี้ยงพ่อแม่ไม่ได้ เป็นอีกประโยคหนึ่งซึ่งสะท้อนถึงสภาพสังคมปัจจุบัน กว่าที่คนเราจะเติบโตขึ้นมาจนถึงวัยช่วยเหลือตัวเอง ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูเรามาเป็นระยะเวลาไม่ใช่น้อย บางคนสิบปียี่สิบปี บางคน (เรียนจบแล้วไม่ยอมทำงาน ขอเรียนต่อจนปริญญาบัตรเต็มฝาบ้าน) อาจถึงสามสิบสี่สิบปี ในขณะที่บั้นปลายชีวิตของพวกท่านจะอยู่หรือไปวันใดไม่มีใครรู้ เรากลับละเลยเพิกเฉย จนกระทั่งถึงวันที่พวกท่านจากไป จึงทำได้แต่ร้องไห้เสียใจ เพราะยังไม่ได้ทดแทนพระคุณ

สิ่งของยังต้องการการดูแลเอาใจใส่ เช่น รถยนต์ เราต่อประกันรถตรงเวลา เช็คลมยาง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผ้าเบรค เมื่อรถเสีย เราเอาเข้าอู่ซ่อม แล้วกับผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเรามาซึ่งมีทั้งชีวิตและวิญญาณ เราดูแลเอาใจใส่ท่านแค่ไหน? ถึงวันนี้คุณทำอะไรเพื่อท่านแล้วหรือยัง?

หนุงหนิง


[อ่าน เรื่องจากปก ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่๒๐]

Advertisements

4 Responses to วันผู้สูงอายุโลก

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    อ่ะ โอ๋ ตะละแม่กุสุมา-ท่านย่าติดจรวดขอรับ
    อ่านเรื่องจากปกของท่านแล้ว หลานสอให้รู้สึกซาบซึ้งเหลือประมาณ
    ราวกับท่านย่าถอดจิตวิญญาณของผู้สูงอายุออกมาเขียนก็ไม่ปาน
    ลูกหลานตาดำๆ พาลคิดถึงกวีบทนี้ขึ้นมาดื้อๆ

    ตีนงู งูไซร้หาก………..เห็นกัน
    นมไก่ ไก่สำคัญ……….ไก่รู้
    หมู่โจรต่อโจรหัน……….เห็นเล่ห์ กันนา
    เชิงปราชญ์ฉลาดเชิงผู้…….ปราชญ์รู้ เชิงกัน

    แฮ่ม..คนสาวแต่ปวดหลัง…แก่แท้!!

  2. EscRiBiTioNiSt® พูดว่า:

    ไม่แก่บ้างแล้วไป

  3. สวรรค์เสก พูดว่า:

    ไหน?
    ใครแก่?

    อ่ะ โด่ คุณมุกก้อ
    อย่ามาขู่กันซะให้ยาก
    ไม่มีทางซะล่ะที่ผมจะแก่
    เพราะหากผมแก่ คุณก็ต้องแก่ด้วย

    ลืมแล้วเหรอ เราอายุเท่ากันนะ!

  4. bluepigment พูดว่า:

    แต่ก่อนคิดว่าตัวเองไม่กลัวแก่ แต่พอจะเริ่มแก่แ้ล้วก็กลัวเหมือนกัน แต่พอผ่านจุดหนึ่งไปได้จะเริ่มยอมรับได้เอง

    ส่วนพ่อแม่นั้น ไม่ว่าจะผ่านไปเท่าไร ก็มักจะเห็นลูกตัวเองยังเป็นเด็กเสมอแหละ

    สำหรับการเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนทำ แต่อย่างว่า ของแบบนี้ก็อยู่ที่สามัญสำนึกเนาะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: