ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม

[คอลัมน์ธรรมดา] โดย นารินทร์ ทองดี


ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดชนิดที่พูดเป็นภาษาปากได้ว่าร้อนตับแลบ ผมจึงตัดสินใจมุดลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หาทำเลเหมาะ ๆ เพื่ออ่านหนังสือรอให้ถึงเวลานัด แม้จะกระดากใจนิดหน่อยตรงที่เลือกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบคนเมืองทั่วไป แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ด้วยว่าร่มไม้กลางสวนสาธารณะที่แวดล้อมด้วยตึกสูงกรุกระจกนั้นไม่อาจทำให้ผมรู้สึกเย็นได้ ผมจึงหันหน้าเข้าหาเครื่องปรับอากาศ และเครื่องปรับอากาศสาธารณะที่ใกล้ที่สุดก็คือเครื่องปรับอากาศภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

อากาศภายในสถานีแม้จะไม่เย็นฉ่ำชื่นใจเหมือนภายในห้างสรรพสินค้า แต่ก็ช่วยให้ผมรู้สึกคลายร้อนได้บ้าง แต่ทั้งนี้ก็ต้องห้ามใจอย่าเอาใจใส่กับอาการเร่งรีบของผู้โดยสารคนอื่น ๆ เพราะบ่อยครั้งที่ผมรู้สึกว่าอาการเร่งรีบของคนอื่นนั้นทำให้ผมรู้สึกร้อน ความรู้สึกร้อนในที่นี้คือร้อนใจนะครับ รถไฟฟ้านี่เขาสร้างมาเพื่อตอบสนองต่อความเร่งรีบของคนเมือง มันเป็นไปได้ยากที่เราจะมาเอื่อยเฉื่อยในขณะที่คนอื่นเขาต่างกรูขึ้นกรูลง แต่ในวันนี้ผมเอื่อยเฉื่อยเรื่อยเปื่อยอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็เพื่อฆ่าเวลา ดังนั้นจึงพยายามไม่สนใจผู้คนรอบข้าง ทันทีที่เปิดหนังสือ โลกของผมก็อยู่ตรงนั้น

หนังสือที่ผมอ่านคือ เสเพลบอยชาวไร่ ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ บางห้วงผมอมยิ้มแล้วเหลือบไปมองตรงหัวบันไดเลื่อน ครุ่นคิดในใจว่า แจ้ง ใบตอง และสมัครพรรคพวกเสเพลบอยชาวไร่จะพากันมานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินบ้างหรือไม่

แล้วผมก็คิดต่อไปว่า ตลอดเวลาที่ไล่สายตาอ่านสำบัดสำนวนของนักเขียนชั้นครูในนิยายเรื่องนี้ มีสักตอนไหมที่ตัวละครบ่นว่าร้อน

ผมเชื่อด้วยตัวของผมเองว่านิยายคือหนึ่งในวิธีบันทึกสังคม ถ้าตัดความงามทางด้านวรรณศิลป์และคุณค่าทางศิลปะที่นิยายเรื่องนี้ให้ไว้แล้ว ก็จะเหลือสิ่งเดียวที่ผมสนใจก็คือนักเขียนท่านนี้ได้บันทึกอะไรไว้ และบังเอิญสิ่งที่ผมสนใจในตอนนี้ก็คือเรื่องโลกร้อน การอ่านเสเพลบอยชาวไร่จึงช่วยให้ผมได้ข้อมูลที่สำคัญคือ ในยุคของแจ้ง ใบตองนั้น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายท่ามกลางบ้านไร่ที่ยังมีป่าอุดมสมบูรณ์ แม้จะมีฝนแล้งบ้าง น้ำท่วมนาบ้าง แต่คำว่ามหันตภัยถล่มโลกอันเกิดจากฝีมือมนุษย์ก็ยังไม่มีใครพูดถึงให้รู้สึกหวาดวิตก

ที่จริงการที่จะเขียนเรื่องโลกร้อน ผมควรจะอ่านหนังสือ An Inconvenient Truth ของ อัล กอร์ หรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่ทำไงได้ล่ะครับ ผมก็เป็นชาวโลกคนหนึ่งที่ชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (เช่น ถ้าร้อนก็เปิดแอร์) ในเมื่อมีหนังสือเสเพลบอยชาวไร่อยู่ติดมือ ผมจึงอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อจะเขียนเรื่องโลกร้อน

ผมรอจนกระทั่งถึงเวลานัด ช่างภาพสาวสองนางรับอาสาจะมาถ่ายภาพงานสำคัญงานหนึ่งประกอบเรื่องให้ผมงานนี้เป็นงานที่ช่วยรณรงค์ให้เราตระหนักถึงภัยอันจะเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่กว่า ก้าว…รอ…ก้าว ฉบับนี้จะวางแผง (ออนไลน์) เรื่องราวและภาพบรรยากาศของงานก็คงจะเป็นแค่ควันหลง

ไม่เป็นไรครับ ควันหลงก็ควันหลง ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้ร่วมรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเรา ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่ามันเกิดขึ้นแล้วต่างหาก!

* * *

เรา (ผมและช่างภาพทั้งสอง) พร้อมหน้าพร้อมตากันที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในเวลาราว ๆ บ่ายสี่โมงของวันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมา ที่แห่งนี้คือสถานที่จัดงาน กระทรวงพลังงาน มติชน ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม ผมทราบข่าวงานนี้จากสื่อหนังสือพิมพ์ และตัดสินใจไปงานนี้ด้วยเหตุผลสองประการคือ ต้องการร่วมแสดงพลังดับโลกร้อนโดยการดู (นิทรรศการ) เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหานี้ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือต้องการซื้อหนังสือราคาถูกตามประสาหนอน

ผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์บอกว่า อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าโลกจะร้อนขึ้น ๑-๖ องศาเซลเซียส น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย และส่งผลให้น้ำทะเลเพิ่มระดับสูงขึ้น ๑๒-๑๕ เซนติเมตร อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้น้ำในท้องทะเลอุ่นขึ้น อากาศจะแปรปรวน ฤดูกาลผิดเพี้ยน สภาพแวดล้อมจะผิดไปจากที่เคยเป็น

ขณะอ่านข้อมูลต่าง ๆ ผมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงโลกลูกกลม ๆ ที่มีชั้นบรรยากาศปกคลุม เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงผ่านชั้นบรรยากาศสู่ผิวโลก พลังงานความร้อนจะสะท้อนกลับสู่ห้วงอวกาศ แต่บางส่วนจะถูกดูดซับไว้โดยกลุ่มก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีองค์ประกอบหลักก็คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (เกิดจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล) ก๊าซมีเทน (เกิดจากการปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์) และก๊าซอื่น ๆ หลายตัวแต่ผมจำไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์บอกว่ากลุ่มก๊าซเรือนกระจกนี่แหละที่ทำให้โลกร้อน

การบริโภคพลังงานฟอสซิลอย่างไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลุ่มก๊าซเรื่อนกระจก

ดังนั้น โลกร้อน จึงเกิดจากฝีมือมนุษย์

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผ.อ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ตอนนี้โลกของเราร้อนขึ้นแน่นอนเพราะก๊าซเรือนกระจก เราวัดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วมี ๒๗๐ หน่วยต่อ ๑ ล้านส่วน ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๘๐ หน่วยต่อ ๑ ล้านส่วน เกิดจากฝีมือมนุษย์แน่นอน โลกของเราร้อนขึ้นจริงๆ อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น มีอุณหภูมิสุดขั้ว หนาวสุด ๆ ร้อนสุด ๆ น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพราะความร้อนช่วยขยายพื้นที่ของมหาสมุทร แต่ทำให้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบ” (คมชัดลึกฉบับพิเศษ : มหันตภัยถล่มโลก น.๒๖)

* * *

ด้วยเวลาที่จำกัดเพราะทั้งผมและช่างภาพทั้งสองนางต่างก็มาจากคนละมุมเมือง เราจึงร่วมรับรู้การรณรงค์เรื่องโลกร้อนด้วยเวลาเพียงน้อยนิด แต่ด้วยความที่ต่างก็มีวิญญาณหนอนหนังสืออยู่ประจำใจ เวลาส่วนใหญ่ของเราจึงหมดไปกับการช็อปหนังสือที่สำนักพิมพ์มติชนนำมาลดราคาขายภายในงาน

เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปหาอะไรทานเป็นมื้อเย็นที่สวนลุมพินี ขณะเดินแกร่วอยู่ในสวน ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเรื่องป่าไม้ที่ทรงตรัสถึงเมื่อวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา ก่อนจะนึกถึงคอนเซ็ปต์ของ ก้าว…รอ…ก้าว ฉบับนี้ เราเลือกเขียนถึง สืบ นาคะเสถียร บุรุษผู้ที่อุทิศชีวิตให้กับป่าไม้ แล้วสุดท้ายผมก็นึกถามตัวเองในใจว่า ผมปลูกต้นไม้ต้นล่าสุดเมื่อไหร่?

ไอร้อนที่สะท้อนขึ้นมาจากพื้นซีเมนต์ทางเดิน ทำให้ผมรู้สึกอบอ้าวจนอึดอัด สวนลุมพินีตั้งอยู่ใจกลางเมืองซึ่งแวดล้อมด้วยถนนสายสำคัญทางธุรกิจอันมีตึกกรุกระจกสูงระฟ้า ผมไม่แน่ใจว่าปอดของกรุงเทพฯแห่งนี้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ผมเปิดขวดน้ำยกขึ้นจิบคลายร้อน แวบหนึ่งผมใจหาย แทบไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ผมกำลังใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่โลกกำลังร้อนขึ้นและเราต้องซื้อน้ำเปล่าดื่ม

ช่างภาพสาวสองนางเดินคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ผมคิดถึง แจ้ง ใบตอง และเพื่อน ๆ เสเพลบอยชาวไร่ ถ้าผมเจอเขา ผมจะตะโกนบอกเขาว่า

“พี่แจ้งรู้หรือไม่ว่าอีกไม่กี่ปีโลกของเราก็จะถูกน้ำท่วม”

ผมเชื่อว่าเขาจะต้องชวนผมกลับบ้านไร่ ·

เรื่อง : นารินทร์ ทองดี
ภาพ : หนุงหนิง, โอปอล์


[อ่าน คอลัมน์ธรรมดา ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๘]

Advertisements

2 Responses to ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    ยังคิดถึงเขาและผองเพื่อนทั้งกระบวนอยู่เหมือนกันครับ

    แจ้ง ใบตอง
    เฉ่ มะเขือพวง
    แสม ส้มมือ
    พริ้ง ฟักทอง
    ทิม กระทกรก
    หวาน บวบหอม
    ฯลฯ

    อย่ากลับไปเลยครับบ้านไร่
    เพราะตอนนี้มันร้อนมาก และผู้คนยิ่งแล้งน้ำใจมากกว่าแต่ก่อนแล้วล่ะ อยู่เมืองกรุงยังพอได้เดินตากแอร์เย็นๆ ในห้างสรรพสินค้า ในรถไฟใต้ดินอยู่บ้าง

    น้ำท่วมโลก?
    ช่างมันเถิดครับ ดีเสียอีก เห็นนักวิจัยบางท่านออกมาฟันธงว่า อีกสิบปีข้างหน้าจะเกิดสงครามแย่งน้ำกันกิน หากน้ำท่วมโลกจริง เราก็คงไม่ต้องกลัวว่าจะอดน้ำ(เค็ม)กันแล้วล่ะ

  2. แจง พูดว่า:

    งานแฟร์ ICC 51 รับลมหนาว
    ที่สาธุประดิษฐ์
    ปีนี้มีสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายมากมาย
    สินค้าอุปโภคบริโภคมากมาย
    วันที่ 5-6-7 ธันวาคม 2551

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: