อ่านทศชาติผ่านทศชาติผ่านปูนปั้น ที่ผนังวิหารวัดไลย์

[สืบศิลป์] โดย กีรติ


อ่านทศชาติผ่านทศชาติผ่านปูนปั้น ที่ผนังวิหารวัดไลย์

วัดเก่าที่มีอายุยาวนานและยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างดีอีกวัดหนึ่งนั่นคือ วัดไลย์ ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

วัดไลย์ เป็นหนึ่งในวัดโบราณนักวิชาการได้จัดให้วัดนี้อยู่ใน ศิลปะอู่ทองกลุ่มเมืองสุพรรณบุรี มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ภายในมีวิหารซึ่งเป็นวิหารทรงยาว แบ่งเป็นสองตอน ตอนหน้ามีมุขโถง ตัววิหารไม่มีหน้าต่าง แต่ทำ เป็นช่องลม

ศิลปกรรมต่าง ๆ ภายในวัดล้วนทรงคุณค่าต่อการศึกษาอย่างมาก ในที่นี้จะขอเสนองานประดับผนังวิหารตอนหน้า ซึ่งเป็นประติมากรรมปูนปั้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยปรากฏ เรื่องของทศชาติชาดกร่วมกับพระพุทธรูปปางแสดงธรรม

ทศชาติชาดก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตชาติของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ในสิบพระชาติสุดท้าย ซึ่งทรงบำเพ็ญเพียรบารมีสิบประการอันได้แก่

    ๑. เตมียชาดก บำเพ็ญเนกขัมมบารมี
    ๒. ชนกชาดก บำเพ็ญวิริยบารมี
    ๓. สุวรรณสามชาดก บำเพ็ญเมตตาบารมี
    ๔. เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี
    ๕. มโหสถชาดก บำเพ็ญปัญญาบารมี
    ๖. ภูริทัตชาดก บำเพ็ญศีลบารมี
    ๗. จันทชาดก บำเพ็ญขันติบารมี
    ๘. นารทชาดก บำเพ็ญอุเบกขาบารมี
    ๙. วิทูรชาดก บำเพ็ญสัจจบารมี
    ๑๐. เวสสันดรชาดก บำเพ็ญทานบารมี

ในงานประติมากรรมปูนปั้นดังกล่าว จะคัดเลือกตอนสำคัญ ๆ ของชาดกมานำเสนอ เพื่อสามารถอธิบายได้ว่าเป็นพระชาติใด ตอนใด จึงมีความจำเป็นที่จะทำความเข้าใจ หรือมีความรู้ในเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทศชาตินั้น ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างประติมากรรมปูนปั้นชาดกบางพระชาติ ซึ่งสามารถแสดงเรื่องราวในตอนสำคัญนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน

‘เตมียชาดก’ แสดงในตอนที่พระองค์ทรงแสดงธรรมแก่พระราชบิดาและพระราชมารดา ภายหลังที่พระองค์ทรงออกผนวชแล้ว หลังจากที่แสร้งทำเป็นคนใบ้ หูหนวก และง่อยเปลี้ยมา ๑๖ ปี เพราะไม่อยากเป็นพระราชาครองเมืองต่อจากพระเจ้ากาสิกราช พระราชบิดา จนกระทั่งพราหมณ์อำมาตย์กราบทูลว่าพระเตมีย์เป็นผู้มีบุญมาเกิด แต่กลับเป็นใบ้ง่อยเปลี้ย เหตุนี้จะทำให้เป็นกาลกิณี บ้านเมืองเดือดร้อน พระเจ้ากาสิกราชจึงทรงสั่งให้สารถีนำพระเตมีย์ไปฝัง แต่สุดท้ายพระเตมีย์ก็แสดงตนให้สารถีรู้ว่ามิได้ทรงเป็นอย่างที่เห็น และประสงค์จะออกบวช ทำให้สุนันทสารถียินดียิ่งนัก จึงได้ไปกราบทูลให้พระเจ้ากาสิกราช และพระมเหสี ให้ทรงทราบ ซึ่งทั้งสองก็เกิดความปีติโสมนัส และเมื่อได้ฟังธรรมจากพระเตมีย์แล้ว ก็เกิดความเลื่อมใสในที่สุดจึงออกบวชตามด้วย

ในภาพมีการแสดงให้ทราบถึงรูปของพระเตมีย์ โดยทำเป็นภาพของบุคคลอยู่ในท่านั่งภายในฐานสี่เหลี่ยม ซึ่งเข้าใจ ว่าเป็นราชรถที่สารถีผู้นั่งพนมมืออยู่เบื้องล่าง ช่วยเหลือให้ ออกบวช ด้านข้างมีภาพบุคคลคือพระบิดา และพระมารดานั่งฟังการแสดงธรรม โดยมีการแสดงรูปฉัตรเป็นฉากหลัง อันหมายถึงฐานันดรของชั้นกษัตริย์นั่นเอง

‘ชนกชาดก’ แสดงในตอนที่พระมหาชนกทรงได้รับการทูลเชิญให้ขึ้น ครองเมืองมิถิลา ซึ่งพระราชบิดาของพระองค์เคยครองมาก่อนจะถูกแย่งชิงราชสมบัติ ด้านหน้ามีราชรถซึ่งใช้เสี่ยงทายผู้มีบุญญาธิการ ซึ่งก่อนหน้านั้นพระองค์ทรงว่ายน้ำมาตลอด ๗ วัน ๗ คืนภายหลังเรือแตก ด้วยความเพียรพยายามของพระองค์ ทำให้นางมณีเมขลาอุ้มพระมหาชนกไป ส่งยังเมืองมิถิลา

ในปัจจุบัน เรื่องพระมหาชนกมักจะนำเสนอในตอนที่กำลังบำเพ็ญเพียรวิริยบารมี ว่ายข้ามมหาสมุทร จึงทำให้การศึกษาภาพโบราณที่นิยม ในตอนการเสี่ยงราชรถ มีความเข้าใจ คลาดเคลื่อนไปได้ ดังนั้นจึงเป็นข้อดี ของการศึกษาชาดกซึ่งมีประโยชน์ในการตีความหมายในศิลปกรรมต่อไป

‘สุวรรณสามชาดก’ แสดงในตอนที่สุวรรณสามดูแลปรนนิบัติบิดามารดาซึ่งเป็นดาบสตาบอด ในภาพมีรูปกวางซึ่งเป็นสัตว์ที่พระเจ้ากบิลยักขราช พระราชาแห่งกรุงพาราณสี เป็นผู้ยิง แต่แล้วทรงยิงธนูอาบยาพิษพลาดไปถูกสุวรรณสามจนตาย ความที่สุวรรณสามเป็นผู้ที่ประพฤติดีตลอดมา มีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดาอย่างยิ่ง ทำให้บิดามารดา ของสุวรรณสาม รวมทั้งเทพธิดาที่รักษาป่าเขาในที่นั้น เกิดความอาลัยรักและพากันตั้งสัตยาธิษฐาน ขอให้พิษธนูจางหายไป และขออานุภาพแห่งบุญที่สุวรรณสามได้เลี้ยงดูบิดา มารดาตลอดมา จงดลบันดาลให้สุวรรณสามฟื้น สุวรรณสามจึงฟื้นขึ้นมาอีกทั้งดวงตาของบิดามารดาของสุวรรณสามก็กลับแลเห็นเหมือนเดิม

สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในประติมากรรมปูนปั้นเรื่องนี้คือ รูปกวาง ถือว่าเป็นจุดสำคัญของเรื่อง สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าภาพดังกล่าว กำลังนำเสนอเรื่องราวของสุวรรณสามชาดก ทั้งนี้บริบทก็แสดงออกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ภาพดาบสใน อาศรม และทิวป่าอันแสดงสถานที่ชัดเจน กล่าวได้ว่าเป็นตอนที่แสดงภาพได้ดีมากที่สุด นอกจากเนื้อเรื่องจะเป็นที่รู้จักมากแล้ว ภาพยังสะท้อนความหมายในตัวเองอีกด้วย

จากที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการร้อยเรียงเรื่องราวชาดกลงในประติมากรรมปูนปั้น นับว่าเป็นอัจฉริยภาพของครูช่างโบราณที่สามารถคัดเลือกตอนสำคัญที่แสดงให้ทราบว่าเป็นชาดกเรื่องใดได้ครบถ้วนและมีความหมายลึกซึ้ง ด้วยมุ่งหมายให้เป็นตำราภาพประดิษฐานไว้อย่างมั่นคงที่ผนังวิหาร เพื่อให้ความรู้แก่เหล่าพุทธศาสนิกชนสืบไป

    -เอกสารอ่านประกอบ-

  • ประยูร อุลุชาฎะ. “ลายปูนปั้นวัดไลย์” ผนังด้านนอกพระวิหาร วัดไลย์ จ. ลพบุรี, สารคดี ปีที่ ๑๐, ฉบับที่ ๑๑๖ (ต.ค. ๒๕๓๗) : หน้า ๗๘
  • ประภัสสร โพธิ์ศรีทอง.ประติมาณวิทยา และรูปแบบศิลปะในภาพปูนปั้นประดับวิหารวัดไลย์ สารนิพนธ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๒.
  • สมชาย นิลอาธิ. “วัดไลย์ ลพบุรี.” ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ ๕, ฉบับที่ ๑๐ (ส.ค. ๒๕๒๗) : หน้า ๘๖-๙๓.

.

ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ ธรรมลีลา ฉบับที่ ๗๐ กันยายน ๒๕๔๙.


[อ่าน สืบศิลป์ ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๘]

Advertisements

One Response to อ่านทศชาติผ่านทศชาติผ่านปูนปั้น ที่ผนังวิหารวัดไลย์

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    อา…ได้ฉากย่อมาสามชาติแล้ว อีกเจ็ดชาตินั่นล่ะ

    จัดมาอีกพลันเจียวนะแม่นางเลอขิ่น

    จะติดตามด้วยความหื่นในหฤทัยพลัน!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: