ผม และ เขา และชีวิตข้างถนนของเรา

[กัดกับหมา] โดย ยามักการ


ผม และ เขา และชีวิตข้างถนนของเรา

เนิ่นนานหลายวันแล้วที่เขาหายหน้าหายตาไป ผมยังคงต้องใช้ชีวิตของผมต่อไปตามวัฏจักรที่ไม่รู้แน่ว่าใครหน้าไหนเป็นคนออกแบบ แต่ดูเหมือนว่ามีคนอีกนับจำนวนไม่ถ้วนที่พร้อมจะเดินเข้าสู่วังวนนี้อย่างหน้าชื่นอกตรม วัฏจักรที่ว่านี้มีคนให้คำนิยามว่าเป็นวัฏจักรของ ‘มนุษย์เงินเดือน’ และโดยเฉพาะ ‘มนุษย์เงินเดือน’ ในเมืองหลวงอย่างผม ชีวิตในมหานครที่ต้องเร่งรีบเวลามีคุณค่าทุกนาที ทุกวินาที ผมจึงต้องทำกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตด้วยความร้อนรน แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ดวงตะวันยังไม่ทันได้ฉายแสง รีบชำระล้างร่างกาย รีบเดินออกจากซอยเพื่อไปยืนรอรถประจำทาง เพื่อไปพบกับคลื่นมนุษย์ที่ถาโถมบ้าคลั่งจนบางครั้งผมเกิดอาการคลื่นเหียน วิงเวียน แต่ผมก็ไม่สามารถอาเจียนเอาสิ่งใดออกจากกระเพาะอาหารได้ เพราะอาหารมื้อแรกของผมอยู่ที่สำนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกาแฟเข้ม ๆ สักแก้วกับแซนด์วิชสักชิ้น

จากนั้นผมก็เริ่มงานที่จำเจและซ้ำซากจนน่าเบื่อหน่าย พักกลางวันด้วยอาหารตามร้านอาหารตามสั่ง ตบท้ายด้วยบุหรี่สองมวน ก่อนเข้าเริ่มงานในช่วงบ่าย ช่วงที่อะไร ๆ ก็ยังคงเหมือนเดิมจำเจน่าเบื่อหน่าย ผมอาจจะแอบงีบหลับไปสักครึ่งชั่วโมงถ้าหากโอกาสอำนวย

เวลาในวันหนึ่งดำเนินต่อไปมิได้หยุดหย่อน ยิ่งเวลาใกล้เลิกงานคืบคลานใกล้เข้ามาผมจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ขึ้นมาบ้าง แต่ก็แสนเบื่อหน่ายหากจะต้องออกไปเผชิญกับคลื่นมนุษย์อีกคำรบ มื้อเย็นก็คงเป็นอะไรง่าย ๆ ซื้อเอาจากข้างทาง เดินหิ้วเข้าบ้าน จะพิเศษสักหน่อยหากวันไหนครึ้มอกครึ้มใจก็จะมีกระป๋องเบียร์หิ้วติดมือมาสักสองสามกระป๋อง ผมไม่ค่อยมีเพื่อน หรือถึงมีผมก็คงไม่คิดอยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนเหมือนกัน–

หากแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษวันหนึ่ง ผมหิ้วเบียร์กระป๋องติดมือมาสองกระป๋อง หมายใจว่าหากอาบน้ำอาบท่าให้พอสดชื่นแล้วจะออกมานั่งดื่มเบียร์เงียบ ๆ คนเดียวตรงเฉลียงหน้าบ้าน และหากโชคดีผมคงได้เขาเป็นเพื่อนคุย

“เฮ้! คุณ ทำไมมานั่งซดเบียร์อยู่อย่างเดียวอย่างนี้”

แล้วเขาปรากฏกายเมื่อตะวันลาลับฟ้าไปแล้ว ผมพยายามซ่อนอาการดีใจเล็ก ๆ ไว้ไม่ให้เขาเห็น แล้วร้องตอบไปว่า

“วันนี้เป็นวันพิเศษ”

“ฉลองด้วยการดื่มเบียร์” เขาถาม

ผมพยักหน้าตอบ “จะเข้ามาคุยกันในบ้านก่อนดีไหม จะได้ไม่ต้องแหกปากคุยกัน เดี๋ยวคนเขาจะคิดว่าผมเป็นบ้า”

“มันเป็นเรื่องของคุณ แต่คุณแน่ใจหรือว่าคุณสนใจขี้ปากชาวบ้าน” เขาพูดเหมือนมานั่งอยู่ในใจของผม

“ก็แล้วแต่คุณตกลงจะอยู่กันด้วยระยะห่างขนาดนี้ใช่ไหม” ผมถาม

“ผมมีความสุขดีแล้ว” เขาว่า

“ก็ตามใจคุณ” ผมยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ และถามเขาว่าเขาสนใจเบียร์ไหม

เขาส่ายหน้าปฏิเสธ “ตามสบายเถอะคุณ ผมไม่ชอบ”

“หลายวันมานี่คุณหายไปไหนมา” ผมเปิดหัวข้อสนทนาใหม่

“ก็ไปตามทางของหมา”

“แล้วตามทางของหมาอย่างคุณมันเป็นเช่นไรเล่า” ผมใคร่รู้

“มันก็ไม่เหมือนอย่างคนเช่นคุณ”

“แล้วอย่างคนเช่นผมมันเป็นอย่างไร” ดีกรีจากกระป๋องเบียร์ทำให้ผมชักมันปากอยากต่อปากต่อคำกับเขา

“คุณอยากรู้จริง ๆ ?”

ผมพยักหน้า

“งั้นเทเบียร์ใส่กะละมังที่ผมกินข้าวไปเมื่อวันนั้นให้ผมสักกระป๋องสิ”

“ไหนว่าไม่ชอบ”

“ก็อยากจะลองสักหน่อย อยากรู้มันทำให้คุณปากดี หรือคุณปากดีอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด” เขาให้เหตุผล

“แล้วคุณจะรู้” ผมจัดการตามที่เขาขอและนะไปวางให้เขาที่หน้าบ้าน

“รสชาติแปลก ๆ นะคุณ”

“ลองไปเรื่อย ๆ แล้วคุณจะชอบ แล้วตกลงคุณหายไปไหนมา” ผมยังอยากรู้

“ก็บอกแล้วไงว่าไปตามทางของหมา หมาจรจัดไม่มีเจ้าของอย่างผมไงคุณ”

“มันเป็นยังไงเล่า” ผมชักรำคาญ

“ก็ไปมันเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่น หิวก็หาของกิน”

“คุณไม่ทุกข์ไม่ร้อนบ้างเลยหรอไงกับชีวิตแบบไร้รากแบบนี้” ผมถาม

“ผมมีความสุขดีอยู่แล้ว” เขาตอบ

“แล้วถ้าวันไหนไม่มีของให้คุณกินล่ะ”

“วันนั้นก็อด”

“คุณไม่หิว”

“หิว”

“แล้วทำไง”

“แล้วคุณจะให้ผมทำไง ผมไม่ใช่ขโมย และผมไม่ชอบขโมย ผมมีวิถีของผม ไม่ใช่อย่างคนอย่างพวกคุณบางจำพวก ที่ใช้ข้ออ้างว่าจน ว่าหิว ว่าไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องลักขโมยของเขา”

“อืม” ผมรับคำและกระดกเบียร์อึกใหญ่

เราเงียบกันไปทั้งคู่ เขายังคงใช้ลิ้นตวัดเบียร์ในกะละมังเข้าปาก ในความมืดที่ไร้ดวงดาราเสียงจากภายนอกอึกทึกเหมือนไม่มีวันจบสิ้น ผมนั่งมองเขาและเกิดรู้สึกอิจฉาชีวิตหมา ๆ ของเขาขึ้นมาตะหงิด ๆ นี่ผมกำลังอิจฉาหมาอยู่หรือไร ทำไมผมต้องอิจฉา หมาจรจัดปากเสียตัวนี้ด้วย หรือเป็นเพราะผมกำลังเบื่อหน่ายและสมเพชเวทนาชีวิตของตนเองอยู่กันแน่

“เออนี่คุณ คุยกันมาหลายครั้งแล้วผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย” ผมขัดจังหวะการตวัดลิ้นกินเบียร์ของเขา

“คุณจะรู้ไปทำไม”

“เราจะได้สนิทกันมากขึ้น”

“เท่านี้เราก็สนิทกันอยู่แล้ว”

“เอาน่าคุณ ยังไงคุณก็ต้องมีชื่อ หมาข้างบ้านผมยังมีชื่อเลย ทั้งไอ้ขาว ไอ้โคล่า อีขนุน อีตุ่น พวกมันมีชื่อให้เรียกทั้งนั้น”

“คุณแน่ใจหรือว่านั่นเป็นชื่อของพวกมัน”

“ใคร ๆ เขาก็เรียกพวกมันด้วยชื่อเหล่านั้น”

“เขานั่นใคร”

“ก็คนในละแวกนี้”

“คุณรู้ไหมว่านั่นเป็นชื่อที่คนอย่างพวกคุณตั้งให้ และยัดเยียดให้ คนพวกนั้นคิดเองเออเองและก็ภาคภูมิใจในความสามารถในการตั้งชื่อให้หมาเอาเอง คุณรู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วหมามันมีชื่อของมันเอง ชื่อที่พวกเราใช้เรียกกันเอง ไม่ใช่ชื่อที่คนตั้งให้ นู้นไอ้ขาว จริง ๆ มันชื่อ บุช ไอ้โคล่าชื่อของมันคือ สนั่น อีขนุนไม่รู้คนคิดชื่อนี้ขึ้นมาได้ไงนะคุณ จริง ๆ แล้วมันชื่อ จูเลีย ส่วนอีตุ่นน่ะมันชื่อ เพ็ญสมร”

“หากคุณไม่บอกผมก็คงไม่อาจรู้ได้ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”

“ปรัชญา”

“อะไรนะ”

“ปรัชญา คุณหูหนวกหรือไง เอาละผมคงต้องไปแล้ว เบียร์ของคุณทำให้ผมรู้สึกวิงเวียน นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า อาการเมา เออนี่คุณ คุณว่า คนเมากับหมาเมา มันจะต่างกันไหม”

โดยที่ไม่รอฟังคำตอบเขาเดินหายลับไป

ผมนั่งดื่มเบียร์ที่เหลือจนหมด บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเปลี่ยนไป อะไรทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น แต่ช่างมันก่อนผมยังไม่อยากหาสาเหตุ ขณะนี้ผมชักหิว และกับข้าวที่ซื้อมาจากข้างทางยังรอให้ผมไปจัดการ ขอตัวนะครับ

สวัสดี.


[อ่าน กัดกับหมา ในฉบับอื่น] | [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๘]

Advertisements

One Response to ผม และ เขา และชีวิตข้างถนนของเรา

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    “ปรัชญา” เหม็ง! ชื่อเพราะเชียวนะเอ็งไอ้ตูบ

    หึๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: