รินราตรี (saturn) กับบทบาทรุ่นพี่คนใหม่

[ก้าวต่อก้าว] โดย.. สารากร

รินราตรี (saturn) กับบทบาทรุ่นพี่คนใหม่

 

ช่วงต้นเดือนมิถุนายนหลาย ๆ ท่านอาจได้ยินเสียงรัวกลอง หรือเสียงร้องเพลงดังออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยกันบ้าง เพราะนี่เป็นช่วงเวลาของเทศกาลที่เรียกว่า ต้อนรับเพื่อนใหม่ หรือการรับน้อง

จากรุ่นน้องในปีที่แล้วก็กลายมาเป็นรุ่นพี่ในปีนี้ และถัดไปจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา วันนี้ก้าวต่อก้าวจะมานั่งคุยกับอดีตรุ่นน้องผู้ซึ่งก้าวเข้าสู่การเป็นรุ่นพี่จากรั้วจามจุรีหมาด ๆ นั่นคือ คุณศิรินพร เตชะรัตนประเสริฐ หรือน้องกุ้ง เพื่อนหนอนอารมณ์ดีของเราอีกท่านหนึ่งซึ่งเคยมีผลงานเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ให้เราอ่านมาแล้วโดยใช้ชื่อว่า รินราตรี (saturn) ตอนนี้เธอกำลังเรียนอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ ๒ ซึ่งเธอจะมาเล่าประสบการณ์ของการเป็นรุ่นน้องและความรู้สึกที่ได้เป็นรุ่นพี่ที่น่าสนใจกับเรา

Q : ในที่สุดการประกาศผลสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยก็ผ่านพ้นอีกครั้ง  คุณกุ้งยังจำวันเหล่านั้นของตนเองได้ไหมคะว่าตอนที่ทราบผลว่าสอบได้นี่รู้สึกอย่างไร  อยากถามความรู้สึกเมื่อปีที่แล้วค่ะ

A : จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วนี่ เขาเลื่อนวันประกาศผลสอบจนเหนื่อยใจเลยค่ะ ช้ามาก กว่าจะประกาศผลได้จริง ๆ ก็ประมาณเกือบ ๔ ทุ่มได้ค่ะ แล้ววันนั้นกุ้งให้พี่สาวดูผลสอบให้ทางอินเตอร์เนต เพราะว่าไม่กล้าดูเองค่ะ กลัวเหมือนกัน ตอนที่พี่สาวบอกรหัสคณะที่ติดมานี่ตื่นเต้นมากค่ะ ลุ้นว่าจะได้ลำดับไหน พอมาดูก็ปรากฏว่าติดอันดับสองคือรัฐศาสตร์ค่ะ ความรู้สึกที่ตามมาหลังจากนั้นคือ ไม่ค่อยอยากเชื่อว่าตัวเองจะติดคณะนี้จริง ๆ เพราะว่าคณะนี้รับน้อยค่ะ แค่ ๕๘ คน ตอนนั้นร้องไห้เลยค่ะ ทั้งตื้นตัน ทั้งดีใจ และประหลาดใจไปพร้อม ๆ กัน เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน และกุ้งคงเหนื่อยกับการเตรียมตัวเอ็นฯมาเยอะมั้งค่ะ พอผลออกมาก็เลยตื้นตันใจมาก ๆ

Q : พอได้มาเป็นรุ่นพี่แล้วแบบนี้คุณกุ้งรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

A : พอมาเป็นรุ่นพี่ก็รู้สึกตื่นเต้นแทนน้อง ๆ ค่ะ แบบว่าคิดถึงตอนที่เราเพิ่งจะผ่านพ้นการเป็นนักเรียน ม.ปลายน่ะคะ แล้วก็รู้สึกว่าเรามีภาระมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบนะ คือการเตรียมงานในคณะต่าง ๆ ให้น้อง ตั้งแต่งานวัน CU first date, วันที่น้องสอบสัมภาษณ์, วันสิงห์ดำออนทัวร์, วันเปิดถ้ำสิงห์ และอื่น ๆ อีกเยอะมากเลยค่ะ แล้วก็ที่สำคัญ กุ้งรู้สึกตื่นเต้นเพราะจะได้มีน้องรหัสแล้วค่ะ

Q : ทุกปีเราจะพบว่า หลังจากที่น้อง ๆ รายงานตัวเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ก็จะทำการรับน้อง เพื่อสร้างความรู้จักกัน ไม่ทราบว่าคุณกุ้งมีความคิดเห็นอย่างไรกับกิจกรรมตรงนี้บ้างคะ

A : กุ้งว่าถ้าหากกิจกรรมการรับน้องที่จัดขึ้นเป็นไปในกรอบของความสนุกสนาน การสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องรวมถึงรุ่นเดียวกัน ก็นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและควรจะจัดค่ะ เพราะว่าช่วงเวลานี้เป็นก้าวใหม่สำหรับน้องแต่ละคน การได้ทำกิจกรรมจะทำให้น้อง ๆ แต่ละคนคุ้นเคยและได้รู้จักเพื่อนรวมถึงรุ่นพี่ค่ะ

Q : กิจกรรมรับน้องที่ทางคณะจัดในปีนี้ ต่างจากเมื่อตอนที่คุณกุ้งเป็นรุ่นน้องหรือเปล่าคะ

A : ต่างค่ะ เพราะว่าทีมที่จัดงานซึ่งก็คือ กกบ. (กรรมการบริหารคณะ) เป็นคนละชุดกับปีที่แล้วค่ะ ซึ่งกกบ.ชุดนี้เขามี plan ในรายละเอียดย่อยต่างจากชุดก่อน แต่หลัก ๆ แล้วยังยึดแบบเดิมอยู่ค่ะ คือก็ยังมีงานรับน้องต่าง ๆ เหมือนเดิม แต่อาจจะมีกิจกรรมบางอย่างที่ไม่เหมือนปีก่อนเพิ่มเข้ามาด้วยค่ะ

Q : แล้วมีรุ่นน้องที่ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมตรงนี้บ้างหรือเปล่า

A : จากประสบการณ์ของกุ้งและการได้ไปพบปะน้อง ๆ มาในวันสอบสัมภาษณ์ของน้องนี่ กุ้งคิดว่าอาจจะมีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อยค่ะ เพราะว่าโดยปกติแล้ว น้อง ๆ อยากจะรู้จักและมีเพื่อนนะคะ อีกอย่างก็อยากจะมาร่วมทำกิจกรรมให้สนุกสนานหลังจากที่เหนื่อยกันมานาน ส่วนน้อง ๆ ที่เขาไม่อยากจะทำกิจกรรมจริง ๆ เขาก็จะไม่มาเลยค่ะ

Q : กิจกรรมรับน้อง ที่มีการรณรงค์ให้เป็นการรับเพื่อนใหม่มากกว่า เรียกได้ว่าเป็นการลดความรุนแรง และความเครียดให้รุ่นน้อง แล้วอย่างนี้จะดำเนินการกันอย่างไรคะ

A : อันนี้กุ้งก็ไม่แน่ใจนะคะ ว่าเขามีการลงมือทำเรื่องนี้กันจริงจังแค่ไหน แต่หากว่ามีการปฏิบัติกันจริงก็ถือว่าเป็นผลดีกับรุ่นน้องมากที่จะไม่ถูกกดดันจากรุ่นพี่ ส่วนตัวกุ้งเองแล้ว กุ้งคิดว่าคงต้องเริ่มจากการเอา ‘ระบบว้าก’ ออกไปจากห้องเชียร์ให้ได้ซะก่อนนะคะ

Q : คุณกุ้งเคยถูกรับน้องจากรุ่นพี่ที่คิดว่าหนักหนาสาหัสสุดนี่เรื่องอะไรคะ ลองเล่าให้ฟังบ้างได้ไหมคะ

A : จริง ๆ หนักหนาสาหัสที่สุดที่กุ้งเคยเจอนี่ไม่มีค่ะ เพราะที่นี่รับน้องไม่แรงค่ะ แต่ที่เคยโดนรับแล้วอายที่สุดก็คือ พี่ ๆ เขาให้ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซทับไปบนเสื้อผ้า รวมหมวกกับแว่นตาว่ายน้ำด้วยแล้วก็วิ่งไปตักน้ำที่แก้วรั่วกลับมาส่งให้เพื่อนต่อ ตลกดีค่ะ อายด้วยละ

Q : มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกต้นปีการศึกษาที่ว่า มีการรับน้องที่ออกจะเกินกว่าเหตุไปสักหน่อย บางแห่งอาจถึงขั้นสร้างความเครียดแล้วส่งผลต่อการเรียนและการดำเนินชีวิตของพวกเขา ไม่ทราบว่าในกรณีอย่างนี้ในฐานะรุ่นพี่เราพอมีมาตรการอะไรบ้างไหมคะที่จะทำความเข้าใจกันให้ดีเสียก่อนทำกิจกรรมรับน้องด้วยกันค่ะ

A : เห็นด้วยค่ะว่า ในบางมหาวิทยาลัยมีการรับน้องที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งนี้กุ้งคิดว่าแต่ละคณะของแต่ละมหาวิทยาลัยควรจะให้นิสิตนักศึกษาที่เป็นหัวงานจัดกิจกรรมส่งโครงทั้งหมดให้ทางอาจารย์ในคณะดูก่อน อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันที่ดีให้แก่รุ่นน้องได้ ส่วนกิจกรรมไหนที่ดูไม่เหมาะสมและออกจะเกินงามก็ควรจะตัดงบไปเลย ไม่ต้องอนุมัติเงินให้ ถ้าหากว่ามีการฝ่าฝืนก็คาดโทษรุ่นพี่ไปเลยค่ะ

Q : เป็นไปได้ไหมคะ ว่าบางครั้งรุ่นพี่ก็ทำเกินกว่าเหตุเสียเอง

A : เป็นไปได้ค่ะ บางคนก็อยากจะแสดงอำนาจกับรุ่นน้อง อย่างนี้ก็ต้องคาดโทษค่ะ

Q : ผู้ปกครองมีส่วนช่วยอย่างไรบ้างคะในเรื่องเหล่านี้

A : ก็คงจะคอยสอบถามลูกละค่ะ เพราะว่าพ่อแม่ทุกคนก็ย่อมต้องเป็นห่วงลูก ถ้าเกิดมีเรื่องราวหรือมีปัญหาขึ้นมา พ่อแม่ผู้ปกครองก็คงจะมาแจ้งเรื่องกับทางมหาวิทยาลัยให้ดำเนินการให้ละค่ะ

Q : กิจกรรมรับน้องส่งผลกระทบต่อการเรียนในช่วงต้นเทอมหรือไม่คะ

A : ถ้าเป็นกิจกรรมรับน้องที่ทางคณะจัดให้ ไม่ใช่กิจกรรมของชมรมที่น้องแต่ละคนเข้าร่วมต่างหากแล้ว กุ้งก็คิดว่ากระทบไม่มากค่ะ เพราะกิจกรรมเกือบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนค่ะ จะเหลือก็แต่ห้องเชียร์เท่านั้นที่จะกินเวลาไปอีกประมาณ ๑ เดือน ส่วนถ้าน้อง ๆ เข้าชมรมต่าง ๆ ก็คิดว่าคงจะกระทบต่อการเรียนบ้างค่ะ ทั้งนี้กุ้งคิดว่าขึ้นอยู่กับการจัดเวลาของแต่ละคนด้วย อย่างกุ้งนี้ก็เข้าชมรมนะคะ ชื่อสังคมวิจารณ์ ของคณะรัฐศาสตร์นี่ละค่ะ ช่วงแรก ๆ เข้าไปนี้ พี่ ๆ ใช้งานหนักเลยค่ะ ไอ้เราก็เห่อทำงานค่ะ ทำใหญ่เลย (หัวเราะ)

Q : คิดอย่างไรกับระบบ S O T U S

A : อันนี้กุ้งขอบอกตรง ๆ ว่า ทั้งตัวกุ้งเองกับคนในชมรมไม่นิยม แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับระบบโซตัสเลยค่ะ กุ้งว่ามันเป็นเหมือนสิ่งตกทอดของระบอบเผด็จการ สังเกตง่าย ๆ คือดูจากห้องเชียร์ค่ะ ยังมีระบบว้ากอยู่เลย จริง ๆ ระบบว้ากนี่หายไปตั้งแต่ตอน ๑๔ ตุลา ๑๖ แล้วนะคะ เพิ่งจะถูกรื้อกลับมาตอนหลัง ๖ ตุลา ๑๙ เมื่อนิสิตนักศึกษาถูกปราบปรามนี่เอง แล้วทำไมถึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีก? อันนี้น่าคิดนะคะ แล้วถ้าเราจะดูกันให้ลึก ๆ แล้วว้ากมันคืออะไร? มันคือการทำให้คนที่ต่ำกว่ายอมรับอำนาจของคนที่เหนือกว่า ให้เคารพรุ่นพี่ เพราะเวลาออกไปทำงานอยู่ในสังคมแล้วเราจะได้รู้ว่า เอ้อ! คนนี้รุ่นพี่นะ คนนี้รุ่นน้องนะ เป็นการจัดการอำนาจให้เป็นไปตามสายบังคับบัญชาตามแบบราชการ จะได้ปกครองกันง่ายไงค่ะ

กุ้งว่าระบบว้ากน่าจะเอาออกไปจากห้องเชียร์ได้แล้วละค่ะ เหลือไว้แต่อะไรดี ๆ เช่นการร้องเพลงจะดีกว่า ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ ตามยุคสมัย อะไรที่มันไม่ดีก็ไม่ควรจะคงไว้ค่ะ ส่วนเรื่องการที่รุ่นน้องจะเคารพรุ่นพี่ไหม กุ้งว่าน่าจะให้มันเป็นไปตามความน่าเคารพของรุ่นพี่แต่ละคนค่ะ

Q : สำหรับคุณกุ้งเอง หลังจากที่เคยเป็นรุ่นน้องมาแล้ว  คุณกุ้งได้รับอะไรจากกิจกรรมเหล่านี้บ้างคะ

A : ที่สำคัญเลย คือได้เพื่อนค่ะ ได้รู้จักกันทุกคนเลยค่ะในรุ่น ทำให้รักใคร่กันดีค่ะ

Q : เมื่อเราเคยถูกรับน้องมาแล้ว ทราบปัญหา และความรู้สึกต่าง ๆ คุณกุ้งนำความรู้สึกเหล่านั้น มาปรับใช้กับการเป็นรุ่นพี่อย่างไรบ้างหรือเปล่าคะ

A : ก็เอามาปรับตรงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราและเพื่อน ๆ คิดว่ามันมีจุดบกพร่องตรงนี้นะ เราก็มาแก้ไขให้มันดีขึ้น หรืออย่างเช่นปีก่อนรุ่นพี่นัดเราแล้วมาสายน่ะ ให้เรามานั่งรอตั้งนานนะ อย่างนี้เราก็รู้สึกว่าไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก ก็นำมาแก้ไขค่ะ เพื่อให้ทั้งพี่ ๆ และน้อง ๆ เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันค่ะ

Q : ความรักและความสามัคคีเกิดขึ้นในระหว่างการรับน้องจริงหรือเปล่าคะ

A : อันนี้กุ้งก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ เพราะกุ้งคิดว่าความรู้สึกที่แต่ละคนได้รับคงจะไม่เหมือนกันแน่นอนค่ะ บางคนอาจจะสนุกสนาน แต่บางคนอาจจะไม่รู้สึกอย่างนั้นก็ได้ ขึ้นกับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่อย่างน้อยกุ้งเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนน่าจะได้รับคือ มิตรภาพที่ดีต่อกันค่ะ

Q : ความสัมพันธ์ระหว่างพี่รหัสของคุณกุ้งเป็นอย่างไรบ้างคะ

A : ความสัมพันธ์กับพี่รหัสเป็นไปด้วยดีมากเลยค่ะ พี่รหัสน่ารักมากค่ะ มีอะไรก็บอกน้องหมดค่ะ จะคอยเป็นห่วงเป็นใยเสมอค่ะ อย่างเช่นคะแนนวิชานั้นออกวิชานี้ออกก็จะคอยเป็นห่วง มาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง พี่รหัสกลัวเราเครียดน่ะคะ (หัวเราะ) แล้วพี่รหัสกุ้งเป็นผู้ฉิงค่ะ เขาก็จะมีเรื่องมาเม้าธ์ให้ฟังตลอด เขาจะรู้เรื่องเม้าธ์ในคณะเกือบทุกเรื่องเลยค่ะ ก็เลยสนุกค่ะ แล้วพี่รหัสก็จะคอยโทร.มาหา ไปเที่ยวก็ซื้อของมาฝากค่ะ คิดถึงน้องตลอดเลย น่ารักมาก ๆ ค่ะ

Q : แล้วกับน้องรหัสนี่จะมอบอะไรให้เป็นพิเศษหรือเปล่าคะ

A : อันนี้ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ เพราะว่ายังไม่รู้ว่าจะได้น้องรหัสผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ต้องพาไปเลี้ยงข้าวแน่ ๆ ละค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็ตั้งใจว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุดอย่างที่พี่รหัสดูแลเราค่ะ

Q : ทุกปีจะมีคนสมหวัง และเสียใจในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย และหวังว่าจะได้เข้ามาศึกษาในคณะที่ตนเลือกทั้งนั้น คุณกุ้งมองประเด็นเรื่องของการทำร้ายตนเองอย่างการฆ่าตัวตายเมื่อไม่สมหวัง อย่างไรบ้างคะ

A : กุ้งว่าจริง ๆ แล้ว เป็นความผิดของสังคมนะคะ ที่ทำให้เด็กมีค่านิยมและมุมมองในเรื่องของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเช่นทุกวันนี้ การที่เรามีจุดมุ่งหมายเป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะมันทำให้เรามีกำลังใจ มีแรงใจที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ปกครองรวมถึงครูบาอาจารย์ควรจะแนะนำเด็กค่ะ ควรให้กำลังใจว่าถ้าหากเกิดเราพลาดหวังขึ้นมาเราต้องทำอย่างไร มันเป็นเรื่องปกติ ในชีวิตที่คนเราจะผิดหวังกันได้ สำคัญว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากมัน และเราเข้มแข็งพอจะผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้นไปหรือเปล่า ทั้งคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นที่พึ่งให้แก่เด็กค่ะ ไม่ควรกดดันเด็ก กุ้งเห็นหลายคนนะคะที่พ่อแม่กดดันลูก อย่างเช่นเพื่อนของกุ้ง บอกตรง ๆ ว่าสงสารคนที่ถูกกดดันมาก เพราะตัวเด็กที่เอนฯ นั้นกุ้งว่าเขามีความเครียดในตัวอยู่แล้วละค่ะ แล้วยิ่งพ่อแม่ไปพูดกดดันเขา บีบเขา ตั้งความหวังกับเขายิ่งแย่ใหญ่เลยค่ะ และที่สำคัญที่สุด กุ้งอยากให้น้อง ๆ ที่จะเอนฯ ทุกคนรู้จักตัวเอง เพราะตัวเขาเองต้องไม่กดดันตนเอง และไม่เอาความคาดหวังของคนอื่น ๆ มากดดันตัวเอง ถ้าทำได้ก็จะเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่งค่ะ

Q : เมื่อหลายปีก่อนก็มีข่าวว่า ทั้งที่สอบเข้าได้แล้ว แต่เมื่อเจอกิจกรรมรับน้องที่เขาไม่คุ้นเคย โดยรุ่นพี่สั่งให้เต้นท่าทางตลก ๆ แล้วเขาเกิดความอายจนคิดฆ่าตัวตาย แบบนี้คุณกุ้งคิดอย่างไรคะ  มีหนทางใดบ้างไหมที่เรา ซึ่งเป็นรุ่นพี่จะหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดเรื่องทำร้ายจิตใจในกรณีที่คล้าย ๆ กันแบบนี้ค่ะ

A : กุ้งว่าอย่างแรกเลยก็คือ ต้องไม่ให้น้องทำกิจกรรมหรือเต้นแร้งเต้นกาท่าประหลาด ๆ คนเดียวเพราะเขาจะรู้สึกเสมือนว่าเขาถูกทำโทษ ยิ่งเป็นท่าแปลก ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ยิ่งหัวเราะชอบใจ น้องที่เขาไม่เข้าใจเขาก็อาจจะคิดว่าเห็นเขาเป็นตัวตลก แล้วเกิดเก็บกดอยู่ในใจได้ค่ะ ดังนั้น ควรจะให้น้องทำกิจกรรมพร้อมกันหลาย ๆ คน จะได้ไม่เกิดความรู้สึกแปลกแยกค่ะ ส่วนอย่างที่สองก็คือ รุ่นพี่ไม่ควรบังคับรุ่นน้อง ควรให้เป็นไปตามความสมัครใจมากกว่าค่ะ หากน้องบางคนบอกว่าไม่อยากทำหรือว่าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่ต้องบังคับเขาค่ะ หาน้องคนอื่นที่เขาสมัครใจดีกว่าค่ะ เป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

Q : ฝากแง่คิดอะไรสักนิดเกี่ยวกับกิจกรรมรับน้องด้วยค่ะ

A : อยากให้กิจกรรมรับน้องของทุกสถาบันเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และเป็นการจัดขึ้นเพื่อน้อง ๆ อย่างแท้จริง หมายความว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความคุ้นเคยให้กับน้อง ๆ ให้กิจกรรมเป็นสื่อที่จะนำพาน้อง ๆ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ทั้งตัวรุ่นพี่และรุ่นน้องค่ะ ทั้งนี้ รุ่นพี่ต้องลดอคติของตนเองลง ต้องให้น้องร่วมกิจกรรมอย่างสมัครใจ ไม่ต้องบังคับหรือฝืนใจในสิ่งที่เขาไม่อยากทำจริง ๆ อย่าคิดว่าการบังคับจะเป็นการทำให้น้องเคารพและเชื่อฟังตนเอง กลับกัน…การทำให้น้องยอมรับคือการทำให้น้องเคารพและนับถือเราอย่างแท้จริงค่ะ


การรับน้อง คือ กิจกรรมดี ๆ ที่น่าจะส่งเสริมรอยยิ้มและกระชับมิตรมากกว่าสร้างความกดดันให้ผู้อยู่ใหม่ที่ต้องปรับตัวทั้งเรื่องของตารางเรียน ตารางการใช้ชีวิต… จริงของเธอที่ว่าการรับน้องเป็นเรื่องของการสานความสัมพันธ์ไม่ใช่การกดให้ต้องยอมรับ และบังคับให้เคารพรุ่นพี่ ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับอำนาจเผด็จการ เมื่อเข้าใจกันเช่นนี้แล้ว นักศึกษาเหล่านี้ ก็จะจบออกมาเป็นบัณฑิตที่มากด้วยความเข้าใจในสิทธิ เสรีภาพนับว่าเป็นหน่อความคิดที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นยุคนี้จริงๆ. 

สารากร

 

[อ่าน ก้าวต่อก้าว ในเล่มอื่น]  |  [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๒]

Advertisements

3 Responses to รินราตรี (saturn) กับบทบาทรุ่นพี่คนใหม่

  1. ธุลีดิน พูดว่า:

    ไม่เจอกันนานสวัสดิ์ขอรับหนูริน

    ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มท่านอีกครั้ง
    เชื่อแน่ว่าท่านไข่ลูกเขยของข้าพเจ้าก็ต้องยิ้มระรื่นหน้าบานไปทั้งวัน
    ข้าพเจ้าสุขสบายดี
    คิดว่าท่านก็เช่นกัน

    ขอบคุณท่านสารากรที่นำเรามาพบกันอีกครา
    ขอบคุณท่าน Plin ขอรับ

    คารวะ
    -ดิน-

  2. สารากร พูดว่า:

    ดีใจที่เรามอบความสุขให้แก่กันค่ะ

  3. Nattavuth พูดว่า:

    ว่างๆ ก็คุย MSN ด้วยกานนะ กุ้ง คิดถึงเพื่อนๆ ที่เทพลีลา เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยได้เจอกานเลย

    เพื่อนๆ สบายดีกันไหม คิดถึงที่สุดเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: