เรียนรู้

[ระเบียงใบไม้] โดย ธุลีดิน

เรียนรู้

    สายฝนเรียงเม็ดหล่นมาติดกันเจ็ดวันแล้ว
    ปีนี้ฝนฉ่ำฟ้าแต่ต้นฤดู
    ตกพรำไม่เว้นว่าย่ำรุ่งหรือดึกดื่น
    หมู่เมฆครึ้มคลุมผืนฟ้าแต่เช้ายันคืนค่ำ
    ดินด่ำน้ำนอง
    ตกค่ำเสียงกบเขียดร้องหาคู่ระงมทุ่ง
    แสงไฟฉายของเหล่านักล่าวับวิบอยู่ไกล ๆ
    ย่ำเช้าลุงจิตน้าเทืองคว้าแห
    เดินลัดเลาะคูคันนามองหาแหล่งปลาชุม
    ฝนเพิ่งขาดเม็ด
    ท้องฟ้ายังคงชอุ่มละอองฝนคลุ้มครึ้มราวพร้อมจะสะอื้นไห้อีกครา
    โพธิ์ทะเลเฒ่ายามนี้แตกใบเขียวเต็มต้น
    ยิ่งได้น้ำฝนหล่นร่วงมา ผู้เฒ่ายิ่งผลิใบอ่อนระดะไป
    เหล่านกกาน้อยใหญ่พากันมาอาศัยใบบัง
    เสียงร้องจิ๊บจิ๊บดังอยู่ระงมต้น
    ลุงเพิ่มเดินถือกรงนกตรงมาใต้ร่มโพธิ์ทะเล
    แกร้องเรียกทักทาย
    ฉันขานรับชักชวนให้ดื่มชาด้วยกัน
    ลุงบอก “ไม่ล่ะ จะรีบไปดูเบ็ดที่ธงไว้เมื่อคืน”
    จากนั้นแขวนกรงนกไว้บนกิ่งก้านผู้เฒ่าแล้วจากไปเดือนก่อนผู้เฒ่าผลัดใบทิ้งจนเหลือแต่ก้านกิ่งแคระแกร็น
    เหล่านกที่เคยอาศัยร่มเงาต่างหนีหายหน้า
    เวลานี้พากันกระโดดแผล็วอยู่ไปมาพวกเพื่อนนกเข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตฉันโดยที่เราต่างไม่ได้ตั้งใจ
    พวกมันช่วยปลุกฉันยามอรุณรำไรขอบฟ้า
    บ่อยเช้าที่ฉันลืมตาแล้วนอนฟังเสียงร้องสดใสหลากสำเนียงของพวกมันอยู่อีกเป็นครู่กว่าจะลุกออกจากมุ้ง
    สาย ๆ จึงค่อยเงียบลง
    ได้ยินเสียงอีกทีตอนบ่ายและย่ำค่ำฉันคุ้นเคยจนรับรู้บางสัญญาณเสียงของพวกมัน
    หากได้ยินเสียงร้องที่แหบห้าว
    นั่นเป็นเสียงเตือนให้รู้กันว่า งู กำลังเลื้อยมา

    เวลานกชุมเช่นนี้พวกเด็ก ๆ จะชอบคว้าหนังสติ๊ก
    ย่องเข้ามาใต้เงาโพธิ์ทะเล
    ฉันจะคอยบอกไม่ให้มาล่านกละแวกนี้
    นั่นเป็นสิ่งที่พอจะแลกเปลี่ยนกันกับเสียงร้องที่ฉันได้รับ
    ต่างเสียงดนตรีอยู่ทุกวี่วัน

    แต่ฉันก็ทำได้แค่นั้น !

    มองไปบนกิ่งโพธิ์ทะเลเฒ่า
    นกหนุ่มตัวหนึ่งกระโดดแผล็วมาตามเสียงร้องของเจ้านกสาว
    มันโผไปมาอยู่สักพัก ค่อยขยับใกล้เข้าเรื่อย ๆ
    นกสาวส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว
    เจ้านกหนุ่มร้องโต้ตอบ

    ฉันได้แต่นั่งมองด้วยความเป็นห่วง
    ฉันเคยพยายามขวางกั้นความรักของพวกมัน
    แต่หาได้สำเร็จ
    ด้วยเพลิงพิศวาสนั้นคงจะรุนแรงนัก

    ถึงยามนี้ทำได้แต่นั่งมอง
    เห็นอยู่ว่าช่วงเวลาแห่งการหยอกเย้าเคล้าคู่นั้นช่างสวยงามนัก
    ความเริงโรจน์ในอาการขยับปีกส่งเสียงร้องของเจ้านกหนุ่ม
    ชวนฉันพลอยเคลิ้มใจกับอารมณ์รักของมัน

    ฉันอยากบอกให้มันระมัดระวัง
    อย่าเผลอไผลเห็นเพศตรงข้ามก็หวังมอบใจ
    ไยไม่รอดูไปให้เนิ่นนาน
    เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ

    แต่ก็นั่นล่ะ

    อาจเสี่ยงกับเจ้านกสาวจะปันใจให้นกหนุ่มตัวอื่นที่เข้ามาใกล้
    นั่นล้วนเป็นเรื่องจะต้องเรียนรู้ จนกว่าจะรู้ว่าห่างเท่าใดจึงจะพอดี
    นานเพียงไรจึงจะไม่นานเกินไป

    ฉันไม่อาจบอก ไม่อาจพูด เพราะรู้ดีว่าบอกไปเจ้านกหนุ่มก็คงไม่รับฟัง
    ยามนี้นกสาวกำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ตรงหน้า
    จะมีอะไรน่าฟังไปกว่าเสียงร้องนั่นอีกเล่า

    ลุงเพิ่มหิ้วปลาช่อนติดมือกลับมา

    “เอาไว้แกงส้มสักตัวสิ” แกตั้งท่าจะปลดปลาให้ฉัน
    ฉันรีบขอบใจแล้วปฏิเสธไป
    ด้วยความที่ในชีวิตเกิดมาไม่เคยทำปลา
    ลุงเพิ่มคะยั้นคะยอ เมื่อฉันไม่ยอมเอาแกก็ไม่ได้ว่าอะไร
    เดินไปปลดกรงนกลงจากกิ่งโพธิ์ทะเลแล้วฉีกยิ้มด้วยความยินดี
    เดินหิ้วปลามือ หิ้วกรงนกมือจากไป

    ฉันมองตาม…
    เจ้านกหนุ่มตื่นตกใจกระพือปีกโผไปมาอยู่ในกรง
    มันคงได้เรียนรู้
    แต่จะมีประโยชน์ใดชีวิตที่เหลือของมันแตกต่างไปแล้วโดยสิ้นเชิง ●

    – ธุลีดิน –

[อ่าน ระเบียงใบไม้ ในฉบับอื่น]  |  [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๒]

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: