อันว่าพระพิมพ์นี้มีที่มา


[สืบศิลป์] โดย กีรติ

อันว่าพระพิมพ์นี้มีที่มา

พระพิมพ์ เป็นประติมากรรมขนาดเล็กแต่กลับมีความหมายลึกซึ้งมากมายมหาศาล เป็นการแสดงออกอีกอย่างหนึ่งถึงการดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา

ในดินแดนไทยเป็นที่ทราบโดยพื้นฐานแล้วว่า อารยธรรมทวารวดีเป็นอารยธรรมสมัยประวัติศาสตร์ในดินแดนโบราณบริเวณภาคกลางของไทยในปัจจุบันเป็นสำคัญ ความนิยมสร้างพระพิมพ์ของอารยธรรมทวารวดีรับมาจากชมพูทวีป อันเป็นแหล่งกำเนิดไปยังดินแดนต่าง ๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นหนทางที่จะได้รับกุศลผลบุญ และสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา จึงเป็นเหตุให้มีการสร้างพระพิมพ์พร้อมกับจารึกพระคาถา ‘เย ธมฺมา’ อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาลงบนพระพิมพ์ ดังนั้นพระพิมพ์โบราณโดยมากมีคำจารึกอักษรตัวเล็ก ๆ ตามส่วนต่าง ๆ อาจเป็น ข้างบน ด้านข้าง หรือข้างหลัง เป็นภาษาต่าง ๆ อาทิภาษาสันสกฤต ภาษามคธ จารึกเหล่านั้นมักมีความหมายเหมือนกันเสมอ เป็นคาถา อ่านว่าดังนี้

    เย ธมฺมา เหตุปฬปภวา เตสํ เหตํ ตถาคโต
    เตสํ จ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณติ

แปลได้ความว่า “ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุของธรรมเหล่านั้น และความดับของธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีวาทะอย่างนี้”

พระพิมพ์รุ่นแรกมีความนิยมทำแต่พระพุทธประวัติ ๔ ปาง คือ ปางประสูติ ตรัสรู้ ประทานปฐมเทศนา และปรินิพพาน และเกิดนิยมสถานที่พุทธปาฏิหาริย์เพิ่มอีก ๔ แห่งคือ

    ๑.สถานที่ตถาคตเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์สวรรค์
    ๒.สถานที่ตถาคตเจ้าทรงทำยมกปาฏิหาริย์
    ๓.สถานที่ตถาคตเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรี
    ๔.สถานที่ตถาคตเจ้าทรงทรมานพระยาวานร

เอกสารที่สำคัญฉบับหนึ่งนั่นคือหนังสือ ‘ตำนานพระพิมพ์’ ของ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ได้จัดแบ่งพระพิมพ์ที่พบออกเป็น ๖ หมวดด้วยกัน คือ

หมวดที่ ๑ แบบพระปฐม โดยมีการขุดค้นพบพระพิมพ์หมวดนี้มากบริเวณจังหวัดนครปฐม พระพิมพ์พระปฐมมักทำเป็นรูปการแสดงมหาปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี พระพิมพ์พระปฐมชนิดเก่าที่สุดทำขึ้นประมาณ พ.ศ.๙๕๐ ถึง ๑๒๕๐ มีการจารึกคาถา ‘เย ธม มา’ เป็นภาษาบาลีด้วยตัวอักษรคฤนถ์หรือตัวอักษรขอมโบราณ

หมวดที่ ๒ แบบถ้ำแหลมมลายู พระพิมพ์หมวดนี้โดยมากสร้างด้วยดินดิบ เป็นพระพุทธรูปหรือรูปพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน คาถา ‘เย ธม มา’ ที่จารึกเป็นภาษาสันสกฤต ตัวอักษรนาครีที่ใช้อยู่ในอินเดียฝ่ายเหนือ

หมวดที่ ๓ แบบขอม จัดไว้อยู่ในสมัยเดียวกับแบบถ้ำแหลมมลายู หรือใหม่กว่าเล็กน้อย โดยพิจารณาจากพุทธลักษณะ ซึ่งเป็นแบบลัทธิมหายาน

หมวดที่ ๔ แบบสุโขทัย โดยมากเป็นพระพุทธรูปในอิริยาบถกำลังก้าวเดิน หรือที่เรียกกันว่า พระลีลา แบบนี้อยู่ในราว พ.ศ.๑๗๕๐-๑๙๕๐

หมวดที่ ๕ แบบอยุธยา หมวดนี้ได้แก่พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประทับอยู่ภายในเรือนแก้ว

หมวดที่ ๖ พระเครื่องต่าง ๆ

ในเรื่องของเทคนิคการสร้างนั้นพอจะแยกออกเป็น ๒ เทคนิค คือ พระพิมพ์ดินเผา และ พระพิมพ์ดินดิบ ดังที่มีการแบ่งหมวดหมู่จะเห็นว่าในหมวดที่ ๒ แบบถ้ำแหลมมลายูที่เราเข้าใจกันดีในศิลปะศรีวิชัย เป็นพระพิมพ์ดินดิบ สร้างในการอุทิศส่วนกุศลหรือสร้างบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ โดยการนำเอาอัฐิของผู้ตายมาผสมกับดินเหนียวแล้วพิมพ์เป็นพระพุทธรูปหรือรูปพระโพธิสัตว์ ทั้งนี้คงสืบเนื่องมาจากคติทางพุทธศาสนาลัทธิมหายาน และเนื่องจากอัฐินั้นได้ผ่านการเผามาแล้ว เมื่อมาทำพิมพ์เรียบร้อยแล้วจึงมิต้องเผาอีก ส่วนหมวดอื่น ๆ มีแบบแผนเดียวกันคือ นำส่วนผสมของดินมากดพิมพ์แล้วจึงนำไปเผา

เนื่องจากพระพิมพ์มีขนาดเล็ก สร้างได้เป็นจำนวนมากสามารถไปอยู่ในทุกสถานที่ เป็นการแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อแสดงให้ทราบว่าดินแดนนั้น ๆ รับนับถือพระพุทธศาสนา โดยมีคาถาอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาจารึกอยู่ด้านหลัง

เป็นการแสดงออกซึ่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าแก่นหลักใจความนั้นจะอยู่ที่การปฏิบัติก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นเครื่องเตือนใจให้กระทำความดีมากกว่าหวังผลร่ำรวยหรือเฝ้าร้องขอสิ่งต่าง ๆ ด้วยการอธิษฐานเพียงอย่างเดียว ·

[อ่าน สืบศิลป์ ในฉบับอื่น]  |  [สารบัญ – ก้าวฯที่ ๑๒]

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: