สืบศิลป์ : พระอินทร์เทพแห่งเมืองฟ้าอมร

keeree6.jpg สืบศิลป์ : กีรติ

นับตั้งแต่ที่ศิลปะไทยเรียนรู้เรื่องของการจำลองปราสาทในศิลปะขอมมาสู่การสร้างเจดีย์ทรงปรางค์แต่ครั้งสมัยอยุธยา ระบบสัญลักษณ์ของการจำลองปราสาทซึ่งแต่เดิมมีความหมายถึงที่ประทับของเทพในศาสนาพราหมณ์ได้เปลี่ยนมาเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าก็เกิดขึ้นในคราวนั้นด้วย

คติดังกล่าวทำให้รูปแบบของการประดับตกแต่งมีความแตกต่างโดยมีลักษณะที่สอดคล้องกับความเชื่อเหล่านั้น เดิมทีปราสาทขอมจะเป็นการสร้างอาคารที่พราหมณ์สามารถเข้าไปทำพิธีกรรมได้ เทวรูปจะประดิษฐานไว้ภายในปราสาทนั้น แต่สำหรับเจดีย์ ทรงปรางค์ ซึ่งเป็นการจำลองรูปแบบของปราสาทมาอีกชั้นหนึ่ง ไม่สามารถเข้าไปทำพิธีกรรมได้ จึงประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ภายนอกเรือนธาตุนั้นsubsil10.jpg

ในศิลปะอยุธยาตอนต้น มีการสร้างเจดีย์ทรงปรางค์ขึ้นเป็นประธานของวัด และมีการประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางต่าง ๆ ไว้ที่จรนำ (ส่วนที่ยื่นออกมาจากเรือนธาตุของเจดีย์) เพื่อเป็นการบ่งบอกว่านี่คือที่ประทับของพระพุทธองค์ เช่นพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรากฏพระพุทธรูปปางประทานอภัย (บูรณะใหม่) และที่พระปรางค์วัดพระราม บริเวณบึงพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเช่นกัน จากภาพถ่ายเก่าทำให้เราทราบว่า เดิมทีบริเวณจรนำของพระปรางค์วัดพระรามนั้นเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ (ปัจจุบันถูกโจรกรรมไปแล้ว) นั่นเป็นการแสดงออกในเรื่องของคติความเชื่อของศาสนาพุทธ
คติในการประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ยังคงสืบทอดมาโดยลำดับ ทว่าแนวความ คิดนั้นเริ่มมีความแตกต่างออกไปบ้างแล้วในสมัยรัตนโกสินทร์ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั้นคือ ปรางค์ประธานวัดอรุณราชวราราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร

โดยส่วนของจรนำของปรางค์ประธานนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายการตีความอย่างมากว่า เหตุใดจึงมีการปรับเปลี่ยนแนวความคิดเดิมที่ควรจะเป็นพระพุทธรูปมาเป็นพระอินทร์แทน

พระอินทร์เป็นเทพที่มีบทบาทสำคัญทั้งในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ

ในศาสนาพราหมณ์ยุคไตรเพท พระอินทร์เป็นเทพเจ้าสำคัญองค์หนึ่ง มีกายสีแดง แต่ต่อมาในชั้นหลังกลายเป็นสีมรกต อาวุธที่ถือประจำนั้นคือ วัชระ(หมายถึงสายฟ้า หรืออาวุธที่มีเพชรเป็นส่วนประกอบ) พระแสงศร และพระแสงขอ

สำหรับในศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า พระโพธิสัตว์จุติมาเป็นมนุษย์ชื่อ มฆมาณพ ได้สร้างกุศลอย่างแรงกล้า คือการจัดสร้างสาธารณประโยชน์เพื่อผู้อื่น เช่น ศาลา รวมทั้งได้บำเพ็ญกุศลธรรม ๗ ประการคือ บำรุงมารดาบิดา, ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้เจริญในตระกูล, พูดคำสัตย์, ไม่พูดคำหยาบ, ไม่พูดส่อเสียด, กำจัดความตระหนี่ และไม่โกรธ แต่กลับถูกนายบ้านไปทูลฟ้องพระราชาว่า มฆมาณพเป็นโจรซ่องสุมผู้คน พระราชาจึงให้ส่งช้างไปเหยียบให้ตาย แต่ด้วยอานุภาพแห่งความเมตตาที่มฆมาณพมีอยู่จึงทำให้ช้างไม่ทำร้าย ความทราบถึงพระราชาจึงรับสั่งให้มฆมาณพเข้าเฝ้า และเมื่อพระองค์ทรงทราบความจริงทั้งหมดจึงได้พระราชทานช้างให้เป็นพาหนะแก่มฆมาณพ ดังนั้น เมื่อมฆมาณพตายไปแล้วจึงเกิดเป็นพระอินทร์อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครองปราสาทไพชยนต์และมีช้างเอราวัณเป็นพาหนะ

บทบาทของพระอินทร์ต่อพระพุทธศาสนามีอยู่อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชแล้วตัดพระเมาลีด้วยพระองค์เอง ครั้งนั้นพระอินทร์ได้อัญเชิญพระเมาลีไปบรรจุไว้ในพระจุฬามณีเจดีย์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
นอกจากนี้ พระอินทร์หรือท้าวสักกเทวราชยังมีส่วนร่วมในพุทธประวัติอีกหลายประการจนเป็นที่รู้จักกันดีของชาวพุทธ
คติในการประดิษฐานพระอินทร์แทนที่พระพุทธรูปในจรนำของพระปรางค์วัดอรุณฯจึงมีความหมายที่ต่างออกไปจากขนบในการสร้างดังที่ผ่านมา บทบาทที่สำคัญยิ่งในการนำเทพมาประดิษฐานในส่วนนี้เป็นการชี้ให้เห็นถึงลักษณะการผสมผสานทางความเชื่อและการนับถือทั้งศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ

นอกจากนี้ พระปรางค์ที่เป็นเจดีย์บริวารยังมีรูปเหล่าเทพทรงม้าประดิษฐานในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งอาจมีความหมายของการเป็นเทพผู้เป็นบริวารบนสวรรค์
และการที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญต่อพระอินทร์ในงานศิลปกรรมมากขนาดนี้ สอดคล้องกับความหมายของชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร นั่นคือ
‘กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยามหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมรพิมาน อวตารสถิต สักกะทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์’

ในส่วนท้ายของชื่อที่กล่าวว่า สักกะทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์ นั้นแปลว่า ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) ทรงให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้ และพระวิษณุกรรมนั้นก็คือพระนารายณ์ที่เชื่อว่าได้แบ่งภาคอวตารมาปกครองเป็นพระมหากษัตริย์

เราจึงพบว่าการประดับตกแต่งพุทธสถาปัตยกรรมต่าง ๆ จะมีพระอินทร์และพระนารายณ์เสมอ เช่นหน้าบันของพระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ก็มีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณประดิษฐานไว้ด้วยเช่นกัน เป็นการเน้นย้ำสัญลักษณ์และคุณค่าความหมายของสถาบันกษัตริย์ อีกทั้งยังเป็นการยกย่องให้พระอินทร์เป็นเทพแห่งเมืองฟ้าอมรอย่างกรุงเทพมหานครสืบไป •

kaawss.jpg

Advertisements

One Response to สืบศิลป์ : พระอินทร์เทพแห่งเมืองฟ้าอมร

  1. สยามรวมใจ(ปู่อินทร์) พูดว่า:

    เชิญชวน ผู้มีจิตศรัทธา
    เข้าร่วมพิธี อันเชิญพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
    ณ บริเวณ ปากซอยรามคำแหง 60
    ในวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2550 เวลา 8.19 น.เป็นต้นไป
    ในวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2550 เวลา 8.19 น. เช่นกัน
    ขนาดใหญ่มากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: