เทพธิดาแห่งฟ้าสวรรค์

เรื่องสั้น โดย ภีมะ ภุมรา

หญิงสาว…
เธอคือแพรวรุ้งพราวให้เพริดฝัน
เป็นหนึ่งน้ำทิพย์หวานแห่งคืนวัน
ดื่มด่ำอมตะนั้นนิรันดร…”*
ที่ผุดเกิดในขณะปัจจุบันคือนึกถึงบทกวีของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์* มันฉายชัดและจัดแจงจินตนาการความรู้สึกได้ดีนักแล
จะทำไฉน? อย่างไรดี ความรัก ความคิดถึง ความประทับใจฯ
จะบอกเธอตรงๆ หรือเขียนใส่กระดาษมอบให้เธอ
จะดีไหม? หากจะบอกเธอด้วยเสียงแผ่วเรียบ
ไม่ดีกว่า อาจลางทีเสียงบรรจงตกแต่งเพื่อให้ดูดีที่สุดอาจเป็นเสียงที่ตกประหม่าพร่าสั่น และอาจทำให้เธอตกใจ มองเห็นความอ่อนแอจากลูกผู้ชายอย่างผม
จะดีไหม? หากเพียงยื่นมือออกไป ยื่นออกไปเพื่อจะให้ผลลัพธ์จากบ่วงปรารถนา แม้การณ์นี้จะเป็นการรอคอยที่แสนทรมาน เพียงเพื่อต้องการฟังเสียงการตอบรับ การตอบรับที่สะเทือนสะท้อนไปทั่วพิภพแผ่นดิน แม้ตัวผมเองจะเข้าใจ-หยั่งซึ้งถึงแก่นแห่งการตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง แต่เมื่อเธอนั่งอยู่ใกล้ๆ ใกล้อยู่ชั่วเอื้อม มีตัวมีตนอยู่จริง ไม่ใช่ความฝันเฟื่องฟุ้ง มันย่อมเป็นไปได้
บอกเธอเลยดีไหม?
ไม่ดีกว่า ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องบอกเธอก่อน เพราะหากบอกออกไปแล้วเธอไม่ตอบรับ อาจทำให้ใบหน้าที่บอบบางอาจแตกเพล้งไม่เหลือชิ้นดี หรือจะหยั่งด้วยตรรกะสากลในลักษณะ “พบกันครึ่งทาง” แสดงสัญลักษณ์พอให้เธอรู้ เป็นลักษณะตัวเราไม่ต้องเดินไปจนสุดทางหรอก เดินไปแค่เพียงครึ่งทาง ยืนรอเธออยู่อย่างนั้นแหละ หากเธออยู่ในห้วงเสน่หาเสียแล้ว เธอต้องเดินเข้ามา เดินมาพร้อมกับคำตอบ คำตอบที่อาจทำให้เราคลั่งตายไปต่อหน้าต่อตา
ดูซีนั่น สายลมโปรยเป่าผมเธอโบกสยายอยู่ไหวๆ ดวงตาที่ส่งประกายวิบวับทอดมองเวิ้งน้ำที่เรื่อยไหลไปไม่รู้หน เธอเหมือนเทพีแห่งความรักที่กำลังหยิบยื่นความรื่นรมย์ให้กับโลกขรุขระ
ดูซีนั่น ริมฝีปากบางสีชมพูเรื่อ กึ่งยิ้ม-คล้ายกุมเก็บค่าแห่งถ้อยคำหมื่นล้านจะจำนรรจ์
ดูซีนั่น มือที่ประคองหนังสือกวีนิพนธ์ที่คนเขาไม่คิดจะหยิบขึ้นมาอ่านให้ปวดสมอง เรียวนิ้วที่เล็กเรียว เล็บที่โค้งรีสะอาดสะอ้าน เหมือนมือคู่นี้ไม่เคยหยิบจับความหยาบกระด้างเท่าที่มีในโลกหล้า
พอเถอะ พอสำหรับการสาธยายองคาพยพแห่งเธอด้วยสายตาหยาบคายของผม
หัวอกที่ร้อนรุ่มราวจะแผดไหม้ หากวันนี้ไม่ได้บอกออกไป ถ้อยวาจาที่ขนัดแน่นในอกอาจลุกไหม้ระเบิดเปรี้ยงปร้าง ยังผลให้รัตติกาลนานกว่าที่เป็น
ผมหลับตาลง ค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ ลึกๆ แผ่วเบา และไม่ลืมที่จะหายใจออก
ขอให้วันวันนี้นิรันดร
ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มคร่ำคร่ามาพลิกเปิดเบาๆ ด้วยกริ่งเกรงกลิ่นสาบแห่งความสามัญจะทำลายบรรยากาศที่เทพีแห่งความรักได้ปรากฏ
คงไม่เป็นการหยามหมิ่นกระไรนักหากผมจะเลือกจดบันทึกให้เทพธิดาผู้เลอโฉมแทนการบอกเธอด้วยคำจา ผมไม่ถนัดจัดเจนในการสื่อสารด้วยคำพูด กระทั่งเพื่อนมิตรรอบข้างที่ผมพูดด้วยต่างเคยพูดเย้าว่า ผมคล้ายนักปรัชญากรีกโบราณ คิดมาก พูดน้อย เข้าใจยาก ซ้ำแล้วเมื่อผมหันมาเขียนเรื่องบางเรื่องให้เพื่อนอ่านไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น บทกวี มันก็บอกให้ได้ปลื้มอยู่เสมอมาว่าผมเขียนได้ลึกซึ้งดีนัก ดีจนมันเป็นคนธรรมดาสามัญไม่อาจเข้าใจได้ ผมได้แต่หัวเราหึหึ และบอกเพื่อนไปว่า มีแต่นางฟ้าเท่านั้นจึงเข้าใจได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงเขียนบันทึกถึงนางฟ้าวิมานของผมด้วยมือสั่นเทา ด้วยคิดว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่อธิบายขยายความแทนผมได้
สุดที่รักของผม, เคยมีคนบอกคุณไหมว่า คุณมีองค์ประกอบแห่งความเป็นหญิงในตัวมากกว่าสามประการ สวยหนึ่ง น่ารักหนึ่ง เต็มไปด้วยพลังหนึ่ง เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินอยู่บนดวงดาวได้แล้ว ช่างประไรหากใครเขาจะไม่สามารถมองเห็นคุณสมบัติของคุณได้ด้วยตาเปล่า ไม่รู้คุณจะเชื่อผมไหม? หากผมบอกว่า ผมเป็นกวี กวีที่เขียนอักขระให้นางอัปสรขับขานกล่อมเทพเทวา ก็ในเมื่อเขียนให้คนด้วยกันไม่มีใครเข้าใจได้ ผมจึงได้แต่เขียนฝากไว้ในฟ้าสวรรค์ เช่นเดียวกัน หากผมเลือกจะเขียนจดหมายถึงหญิงสาวคนใด คนคนนั้นต้องมีคุณสมบัติมากกว่าสามประการข้างต้นนั้น และคุณก็เป็นดาวดวงหนึ่งในบรรดาดาวในฟ้าสวรรค์ อย่างไรก็ตามเชื่อเถิดว่าจดหมายฉบับนี้ ผมไม่ได้เขียนเพื่อฝากส่งไปถึงฟ้าสวรรค์ แต่ผมกำลังจะหยิบยื่นให้เทพธิดา เทพธิดาผู้เดินดิน ในเมื่อผู้เดินดินไม่อาจเป็นเทพธิดาได้ทุกคน ผมจึงเลือกที่จะให้เฉพาะคนที่เป็นเทพธิดาเท่านั้น หวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับ
ครั้งแรกที่จรดปากกาลงหน้ากระดาษ มือผมสั่นเทาด้วยตกประหม่าในการทำหน้าที่เกินเกินวิสัย แต่เมื่อเขียนไปๆ มือที่จับปากกาเริ่มมั่นคง ตัวอักขระได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณลงไปอย่างซื่อสัตย์ เมื่อเป็นดังนี้แล้วมันจึงไม่เหลือวิสัยสามัญชนอย่างผมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งคำว่า “รัก” ฝากไว้ในโลกขรุขระ
“ผมรักคุณ”
สุดที่รักของผม, ผมไม่อาจกล่าวถึงความเป็นผมให้มากไปกว่านี้ได้ ขอให้รู้เพียงว่า ผมเป็นกวี กวีที่พร้อมจะเขียนจดหมายให้คุณอ่าน กวีที่พร้อมจะปรนคำรักอยู่ค่ำเช้า กวีที่พร้อมจะเขียนคำว่าดอกไม้ไว้ข้างกำแพงคอนกรีต
… จะบอกคุณอย่างไรดี, สุดที่รักของผม
ดูซีนั่น สายน้ำที่ไหลไปไม่รู้หน กระเพื่อมน้ำที่กระทบฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า สายลมหอบเอาความชื่นเย็นจากสายน้ำมาโปรยเป่า หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังเก็บหนังสือบทกวีเข้ากระเป๋าใบงามนั้น
แต่ละชีวิตต่างมีต้นสาย-ปลายทาง มีขึ้นต้องมีลง มีพบมีพรากจากกัน มีรักมีร้างลา อา…ชีวิตประจำวัน สาวเจ้ากระชับกระเป๋าใบงามแนบอกอิ่มขอโทษขอทาง ลุกขึ้น… กดกริ่ง รถจอดป้ายปลายทางแห่งเธอ
ผมปิดสมุดบันทึก สูญเสียพลังการก้าวเดิน มองเห็นปลายทางแต่ละคนที่ต่างกัน มองเห็นการจากไปต่อหน้าต่อตา ที่ว่างข้างๆ จะเป็นใครต่อไป…
ผมกระชับสมุดบันทึกลุกขึ้น… กดกริ่ง รถจอดป้ายปลายทางแห่งผม 

kaawss.jpg

Advertisements

2 Responses to เทพธิดาแห่งฟ้าสวรรค์

  1. แม่พลอย พูดว่า:

    จอดป้ายหน้าด้วยค่ะ

  2. vee พูดว่า:

    เขียนได้สมกับที่เป็น (กวีที่เขียนอักขระให้นางอัปสรขับขานกล่อมเทพเทวา) บรมเก่งเลยนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: