ว่าวตัวแรกบนท้องฟ้า

play07.jpg
Picture from http://www.childthai.org

น้ำเดือดแล้ว!
ฉันตักกาแฟช้อน น้ำตาลทรายแดงช้อน
รินน้ำร้อนตามลงไปในแก้วใบจิ๋ว ใช้ช้อนคน
เสียงสดใสของช้อนกระทบแก้วเคลือบดินเผา
เรียกความรู้สึกแจ่มใสกลับคืนจากยามบ่ายที่งัวเงีย

ฉันถือแก้วเดินออกมาที่ระเบียง

คู่นกเขาเพื่อนบ้านโผลงมาจิกกินอะไรบางอย่างบนพื้นดิน
ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านที่น่ารักปลุกฉันทุกเช้าด้วยเสียงร้องรับกันไปมา

ลมเย็นจัดพัดรุนแรงมาแต่ปลายปีที่แล้ว
พัดแรงข้ามปีจนล่วงเข้าเดือนกุมภาฯ จึงค่อย ๆ สงบลง
คล้ายเป็นสัญญาณบอกว่าวันเวลารุนแรงร้ายกาจของธรรมชาติได้ผ่านไปอีกรอบ

แทบไม่น่าเชื่อ!

ฉันผ่านมาได้อย่างไรกัน?
พายุลมที่แรงจัด พัดแต่ละครั้งกระท่อมโยกไปมาจะล้มแหล่มิล้มแหล่
หลายครั้งมาตอนค่ำคืนดึกดื่น
ฉันต้องรีบมุดออกจากมุ้งลงไปนั่งหลบลมด้วยเกรงกระท่อมจะล้ม!
ลมรึก็เย็นจัดจนหากตากนาน ๆ ถึงกับมีน้ำมูก คัดจมูก

ช่วงเวลานั้นได้แต่มองพวกเพื่อนบ้าน
พวกมันแค่อาศัยคบไม้ปลายตาลเป็นเรือน

ธรรมชาติกระหน่ำโบยตีชีวิตด้วยหวังให้ชีวิตอดทน
และรับรู้ความเป็นจริงถึงการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน
มีลมแรงที่ดุร้าย มีสายลมเอื่อยเย็นสบาย และลมนิ่งที่ร้อนอบอ้าว
หมุนเวียนเช่นนี้เป็นปกติ
ธรรมชาติจะคัดกรองชีวิต มีแต่ชีวิตที่เข้มแข็งอดทนจึงสามารถดำรงอยู่

ฉันผ่านมาอย่างสะบักสะบอม

สายลมยามบ่ายพัดเอื่อยอ่อน
ฉันนั่งมองเพื่อนนกเขาที่ผ่านเวลาโหดร้ายมาด้วยกัน
พวกมันอึดจริง ๆ
ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มให้พวกมัน แล้วยิ้ม

ลุงจิตกับลูกเดินเลาะคันนามา
ในมือมีว่าวนกตัวใหญ่
อา…ได้เวลาของ ‘ลมว่าว’ แล้วสินะ!

ลุงจิตโบกมือให้ ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นรับ
เจ้าเขียวลูกลุงจิตพาว่าวเดินห่างออกไป
ลุงจิตส่งเสียง “พอ” เจ้าเขียวหันกลับมากระชับว่าวในมือตั้งขึ้น
ลุงจิตดึงเชือกตึง เจ้าเขียวปล่อยว่าว

ว่าวทะยานขึ้นควงซ้ายทีขวาทีเป็นวงกว้าง
จากนั้นวนปักลงพื้น เจ้าเขียวรีบวิ่งไปดู

หลังจากพ้นวัยเด็กฉันไม่เคยประกอบว่าวของตัวเองอีกเลย
ฉันคิดว่าเสียเวลา ซ้ำยังมายืนแหงนมองชักไปมาไม่เห็นจะได้อะไร

นั่งมองเจ้าเขียว นั่นมันฉันนี่นา!
ฉันลืมวันเวลานี้ไปนานเท่าไรแล้ว?
ลืมแรงตึงมือที่ว่าวเคยส่งผ่านเส้นเชือกได้อย่างไร?
อะไรทำให้ฉันมองเห็นการทำว่าว ส่งว่าวขึ้นท้องฟ้าเป็นเรื่องเสียเวลา?

หากเปลี่ยนฉันเป็นลุงจิตฉันจะเอาเวลาทั้งวันมานั่งทำว่าวให้ลูกไหม?
คงไม่!

ซื้อให้เห็นจะง่ายกว่า
ได้ว่าวมาก็ส่งขึ้นฟ้าได้เลย

ลูกของฉันก็คงรับว่าวไปด้วยความดีใจและรับรู้เพียงว่าพ่อซื้อว่าวให้

ต่างกับเจ้าเขียวที่ต้องติดตามพ่อไปหาไผ่หนุ่มที่เหนียวดัดง่าย
กว่าจะนำมาตัดมาเหลาเตรียมโครงสร้างแต่ละชิ้น
เจ้าเขียวต้องเรียนรู้วิธีการเหลาไผ่ให้อ่อนจนดัดเป็นรูปปีกนก
ทั้งยังต้องเหลาให้น้ำหนักทั้งสองข้างเท่ากัน
เรียนรู้การหาใบลานมาขูดจนบางประกอบเข้ากับโครงไผ่ที่คล้ายคันธนูเพื่อทำแอก
เรียนรู้การตัดกระดาษแก้วตกแต่งให้เป็นว่าวนกที่สวยงาม
การปรับแต่งเชือกที่ผูกกับตัวว่าว เพื่อให้ว่าวรับลมในตำแหน่งเหมาะสม
จนถึงการส่งว่าวขึ้นท้องฟ้าและวิธีสาวเชือกเก็บว่าวที่ไม่ทำให้ว่าวกระแทกพื้นเสียหาย

เจ้าเขียวได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากพ่อ
และจะสอนสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกตัวเองต่อไป

สองคนพ่อลูกปลุกปล้ำกับว่าวอยู่พักใหญ่
สุดท้ายก็ส่งว่าวขึ้นไปฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าสำเร็จ
เจ้าเขียวคงภาคภูมิใจในตัวพ่อไม่น้อยที่สามารถแก้ปัญหาจนส่งว่าวขึ้นฟ้าได้

เสียงแอก*ดังแว่วมา ลุงจิตกระตุกเชือกสองสามครั้งแล้วส่งให้เจ้าเขียว
เจ้าเขียวรับเชือกมาลองกระตุก ว่าวยักซ้ายย้ายขวาตามแรงตึงเชือก
เจ้าเขียวหัวเราะชอบใจ ลุงจิตหันมาโบกมือให้ฉัน
ฉันยกแก้วกาแฟตอบ แล้วดื่มให้แก

ดื่มให้ว่าวตัวแรกของฤดูกาลแห่งลมว่าว
ว่าวที่สืบทอดวิถีชนบทไทยไม่ให้สูญหาย
วิถีที่ผู้เยาว์ให้ความเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่
หาใช่ด้วยคำสั่ง หากแต่เป็นด้วยกตัญญู

….

ธุลีดิน

* แอก คือ โครงไม้ไผ่โค้งคล้ายคันธนู ขึงตึงด้วยใบลานหรือริบบิ้นเพื่อสวมตรงส่วนหัวของว่าวนกและว่าวควาย เมื่อลมผ่านจะเกิดเสียงดัง

kaawss.jpg

Advertisements

4 Responses to ว่าวตัวแรกบนท้องฟ้า

  1. tuleedin พูดว่า:

    ดึกแล้วสวัสดิ์ขอรับสหายพี่สอง

    ท่านสบายดีนะขอรับ?
    ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน ราตรีนี้ผู้น้อยขอมุดเข้ามุ้งก่อนแล้ว

    คารวะ
    ดิน

  2. สวรรค์เสก พูดว่า:

    อ่ะ นั่นๆๆ ท่านพี่ ดึกดื่นออกปานนี้ยังชักว่าวอยู่ไหวๆ

    เกล้ารึก็กะว่าซุ่มมาคนเดียวแล้วเชียวนา ที่ไหนได้มีพี่เถ้ามาวางกับดักรออยู่แล้ว

    ว่าวอีลุม คือว่าวชนิดแรกที่เกล้าทำขึ้นมาวิ่งเล่นเอง
    จากนั้นก็พัฒนาขึ้นมาทำว่าวจุฬา แน่ล่ะ ต้องติดธนูให้มันด้วยถึงจะหนุก

    พอทำว่าวเสร็จ จากนั้นก็ไปขโมยตังค์แม่มาสัก 5 บาท 10 บาท
    (แล้วแต่ว่าในตระกร้าหมากตอนนั้นจะมีเศษเงินเท่าไหร่)
    ไปซื้อเชือกในล่อนมาสัก 2-3 ไจ (ขด หรือว่า มวน)
    ลงจากกระไดบ้านเดินไปหน่อยก็เป็นทุ่งนา
    วานเพื่อนจับโครงว่าวให้หน่อย ปล่อยเชือกออกมาพอประมาณ
    แล้วก็วิ่ง วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่ง
    ….
    ….
    ….
    สนุกเป็นบ้า!

    พอมันกินลมกระทั่งติดลมบนแล้ว
    ลางทีก็มัดมันไว้กะต้นไม้ข้างกองฟาง
    แล้วปีนขึ้นไปบนกองฟางนอนเล่นแหงนหน้ามองดูมัน
    ดูนกน้อยใหญ่ที่บินไปมา
    ดูเมฆหลากทรงที่ไหลเอื่อยราวกับไม่ไยดีกับเรื่องราวในโลก
    และดูว่าวตัวอื่นๆ หลากสีสันของกระดาษแก้ว
    ของคนจากคุ้มอื่น ที่ระรื่นลมบนในท้องฟ้า

    อา…นานนักหนาแล้ว

    นับว่านานจนมันกลายเป็นตำนานไปแล้วจริงๆ

    สบายดีไหม?
    เกล้าสบายดีขอรับท่านพี่

    นอนหลับให้สบายทีเดียวเชียวพระคุณ
    แล้วคุยกันวันหลังขอรับ

  3. สมัยเด็ก ลุง ทำว่าวให้พวกเราเล่น

    เราช่วยลุง

    พี่น้องข่วยลุง

    รู้ขั้นตอนทุกอย่าง กระทั่งส่งว่าวขึ้นท้องฟ้า

    แล้วมาทำเอง

    อ่านแล้วคิดเห็นเช่นท่านมิเพี้ยนผิด

    สมัยนี้เล่นว่าว ต้องไปหนามหลวง

    ไม่ก็….(คิดเองละกัน)

  4. คิทชา พูดว่า:

    ไม่เคยเล่น “ว่าว” เลยครับ

    ด้วยความเป็นเด็กเมือง
    กับพื้นที่รอบบ้านมีแต่เสาไฟฟ้า
    ผมจึงห่างเหินกับ เครื่องเล่นประเภทนี่มาก

    เห็นไม่ครับ ผมยังใช่คำว่า เครื่องเล่น กับ “ว่าว” เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: