บทบรรณาธิการ

editortouch3.jpg

– ๑ –

เราเคยได้ยินว่าเมื่อพุทธศาสนาล่วงเข้าสู่สมัยกึ่งพุธกาล นั้นคือปีที่ ๒๕๐๐ เป็นต้นไปศาสนาจะเสื่อม
 ในความเสื่อมนั้นหากฟังเพียงคำกล่าวนั้นย่อมทำให้คิดไปได้ว่าสิ่งที่เสื่อมคือศาสนา–
 ศาสนาเสื่อมได้จริงหรือ?
 ในทรรศนะมุมมองของเรา เรามิได้มองและคิดว่าศาสนานั้นเสื่อม หากเพียงแต่เป็นการเสื่อมของคน- คนเริ่มห่างออกจากศาสนามากขึ้น และลำพังการออกห่างนั้นคงไม่ทำให้เสื่อมได้หากไม่นำเอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือหากิน ไม่นำเอาศาสนาเข้าบังหน้า
 เราได้ยิน ได้พบ ได้เห็นข่าวอยู่เป็นเนือง ๆ ข่าวของพวกมารศาสนากระทำชำเราอิสสตรีภายใต้การห่มคลุมผ้าเหลือง, ใบ้หวย, เสพยาเสพติด, เล่นการพนัน ฯลฯ การกระทำเหล่านี้ไม่ได้มีระบุไว้ในพระธรรมคำสอน พระธรรมคำสอนยังคงเหมือนเดิมมาตลอดในระยะเวลา ๒ พันกว่าปี
เรา หมายถึง คน ต่างหากที่เปลี่ยนแปลงออกห่างศาสนาไป

– ๒ –

“ทำไมท่านรับนิมนต์แต่บ้านโยมแม่ ไม่รับหลาย ๆ ที่?” หลวงพี่ถามพร้อมแนะนำ
 “แล้วทำไมผมต้องรับหลาย ๆ ที่ รับหลายที่ของก็เยอะแล้วจะขนกลับวัดยังไง?” พระใหม่ย้อนถาม
 “ท่านก็เรียกรถรับจ้างสิ ไม่เห็นจะยากเย็นอะไร”
 “แล้วเราจะรับไปทำไมให้มันเยอะแยะ ลำพังรับบาตรแต่ละวันก็ฉันไม่หมดแล้ว”
 “ไอ้พวกเครื่องกระป๋องน่ะท่าน ฉันไม่หมดก็ให้เด็กวัดเอาไปขาย”
 พระใหม่ได้แต่ส่ายหน้าในความคิดของคนสีเหลือง
 ฯลฯ

– ๓ –

ศาสนาไม่เคยเสื่อมและไม่มีวันเสื่อม เพราะศาสนาไม่ใช่วัตถุหรือสิ่งของและไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
ศาสนาเป็นคำสอน เป็นความเชื่อ และเป็นความศรัทธา
ศาสนาไม่มีรูป ศาสนาไม่มีตัวตน ศาสนาเป็นเพียงนามธรรมจับต้องได้ด้วยความรู้สึกทางจิตใจ
ศาสนาดำรงอยู่คู่กับเรา- อยู่ในใจของเรา ไม่มีผู้ใดทำร้ายทำลายศาสนาได้นอกจากเรา
เมื่อเราทำร้ายทำลายศาสนาเมื่อนั้นก็เท่ากับเราทำร้ายทำลายตนเอง
 เราเป็นผู้ทำให้ศาสนาเสื่อม มิใช่ศาสนาเสื่อมด้วยตัวของศาสนาเอง •

ด้วยมิตรภาพ
มีนาคม ๒๕๕๐

kaawss.jpg

Advertisements

5 Responses to บทบรรณาธิการ

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    เกล้าชูจั๊กแร้สนับสนุนความเห็นของท่านบรรณาธิการสุดแขนเชียวพระคุณ

    และ แฮ่ม! ไอ้กลิ่นตุๆ นี่ ถือซะว่าเป็นของแถมนะขอรับ

  2. ศาสนาอยู่ในใจ–

    คิดถึงการเก็บศาสนาของชาวยิว

    มิมีผู้ใดทำลายล้างได้…นอกจากฆ่า ๆๆๆ

    ไม่มีตำรา ก็ยังยืนยงมาจนทุกวันนี้

    ด้วยมิตรภาพ

  3. สวรรค์เสก พูดว่า:

    เช้าวันนั้น

    ชาวบ้านชาวเมืองเริ่มผิดสังเกต ที่เห็นสมณะผู้นุ่งห่มผ้ากาสายะอันย้อมจากน้ำฝาดของแก่น เปลือก ราก และใบของต้นไม้บางอย่าง ทยอยเดินเข้าเมืองมาจากทิศทั้งสี่

    สมณะเหล่านี้ล้วนมีอาการอันสงบ การก้าวย่างแต่ละก้าวของพวกท่าน ราวกับกลัวว่าจะทำให้แผ่นดินบอบช้ำก็ไม่ปาน สายตาก็ทอดต่ำออกไปแค่ช่วงแอก เหมือนว่าสิ่งสวยงามใดๆ ในโลกนี้ ไม่สามารถมีอิทธิพล หรือมีคุณค่าให้ท่านเหลือบตามองแม้เพียงน้อย

    พวกท่านไปไหนกัน?

    อ้อ นั่น พวกท่านทุกรูปล้วนตรงไปที่ประตูพระเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ ทรงเสด็จประทับสำราญพระอิริยาบถอยู่ในนั้น

    จวบค่ำ ดวงจันทร์ในค่ำนี้เสวยดิถีฤกษ์เพ็ญเต็มดวง สมณะเหล่านั้นต่างทยอยมากระทั่งทิ้งช่วงห่างมากขึ้น พอนานเข้า นั่นก็เหมือนสัญญาณบ่งชี้ว่า ไม่มีท่านอานาคาริยะผู้จาริกบุญมาเพิ่มอีกแล้ว

    สมเด็จพระทศพลญาณครองผ้าสบง ทรงจีวระ มีผ้าสังฆาฎิพาดทับเหนือเบื้องบ่าด้านซ้าย เสด็จออกจากพระคันธกุฎี มีพระอานนท์เถระเดินตามมาไม่ใกล้เกินไป จนดูเป็นการไม่บังควร ไม่ห่างเกินไปจนดูห่างเหิน ทว่าทิ้งระยะแต่พองามตามอริยะประเพณี

    ครั้นเสด็จมาถึง ณ ที่ประชุมสงฆ์ อันรายล้อมไปด้วยป่าไผ่ ห่างออกไปทางทิศเหนือมีอุทกวารีกว้างใหญ่ใสเย็น เป็นแหล่งน้ำใช้น้ำฉันสำหรับภิกษุผู้อยู่ในอารามแห่งนี้ และปวงสัตว์น้อยใหญ่บรรดามี
    ที่ได้มาอาศัยแนบเนา ร่มเงาแห่งพระเมตตาบารมีที่แผ่ออกไปยังทิศทั้งสี่ไม่มีประมาณ

    พระจอมไตรโลกนาถทรงเสด็จขึ้นสู่มหาธรรมาสน์อาสน์ ประทับคู้บัลลังก์สมาธิอย่างมั่นคง ยังหมู่พญามารและมวลเสนาต้องล่าถอยออกไปหลบถึงขอบจักรวาล กระนั้น ก็ยังทรงประทับนิ่งอยู่ด้วยวิหารธรรม ยังไม่ทรงหมุนธรรมจักรตามออกไปย่ำยีแต่อย่างใด ทรงมีพระประสงค์ให้ความสะอาดของสถานที่ ความสว่างของแสงจันทร์ และความสงบของแมกไม้แสดงสัจธรรมแทนพระองค์ก่อน

    วิกาลคล้อยผ่านปฐมยาม ดวงจันทรายิ่งสาดแสงนวลลงมาสู่มหาธรรมสภาแห่งนี้ ยิ่งดวงจันทร์ทอดแสงละมุนลงมาเท่าไหร่ นั่นยิ่งทำให้สรีระของพระตถาคตสว่างไสว ราวกับฉายพระฉัพรรณรังสีออกมามากเท่านั้น คืนนี้พระองค์แลดูองอาจ สง่างาม แม้จอมเทพใดๆ กระทั่งรัศมีของท้าวมหาพรหมองค์ไหนก็ไม่ทัดเทียม

    พระธรรมปิตุดร ทรงพิจารณาเห็นว่าสมควรแก่การกล่าวธรรมสากัจฉาแล้ว จึงเอื้อนโอษฐ์เปล่งพระสุรเสียงอันกังวาน ก้องไปในราวไพร ดุจการคำรามของพญาราชสีห์ที่เยื้องย่างออกจากคูหา ขึ้นว่า

    “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
    การไม่ทำบาปทั้งปวง
    การทำกุศลให้ถึงพร้อม
    การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ
    ธรรมสามอย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของเราตถาคต และของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”

    คลื่นแห่งพระธรรมจักรที่ทรงเปล่งออกจากพระโอษฐ์ สะท้านสะเทือนเข้าสู่จิตใจของสมณะทั้ง ๑,๒๕๐ รูปนั้น ผู้เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ ได้รับการบรรพชาเป็นบรรพชิตจากการประทานของพระองค์โดยตรง อีกทั้งท่านเหล่านั้น ล้วนคือผู้ล่วงไปแล้วจากโลก สำเร็จเป็นองค์อรหันต์ตามเบื้องยุคลบาท และต่างถึงพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณทั้งสี่อย่างเต็มภูมิ การได้สดับธรรมศรพณ์ทั้งสามประการนั้น จึงเหมือนดั่งบุรุษนัยน์ตาดีที่กำลังถูกชี้ให้ดูขุมอริยทรัพย์อันล้ำค่า

    ภิกขุเหล่านั้นต่างสงบนิ่งเหมือนกำลังเข้าสู่นิโรธสมาบัติ พระทศพลญาณจึงตรัสสอนธรรมวิวรณ์ต่อไปอีกว่า

    “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
    ขันติ คือ ความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
    ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอย่างยิ่ง
    ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
    ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
    การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย
    การสำรวมในศีลปาติโมกข์
    ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภคปัจจัยสี่
    การนอน การนั่งในที่อันสงัด
    การพากเพียรในการทำจิตให้ยิ่ง
    ธรรมแม้เหล่านี้ก็เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”

    ตรัสธรรมนูญอันสูงสุดประดับโลกดังนี้แล้ว สมเด็จพระบรมศาสดาก็ทรงประทับนิ่งอยู่ เหล่าภิกษุบริวารที่รายล้อมโดยรอบนั้นเล่า ก็ต่างปีติอยู่ในธรรมมาภิสมัยของตน ยังผลให้บริเวณพระเวฬุวันมหาวิหารในคืนนี้ เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ก็ไม่ปาน

    นี่จึงเป็นความสำคัญของวันจาตุรงคสันนิบาต วันประหลาดที่อุบัติเหตุการณ์ ๓ อย่าง คือ

    ๑. เอหิภิกขุอุปสัมปทา ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
    ๒. พระพุทธองค์แสดงโอวาทปาติโมกข์
    ๓. วันนั้นพระจันทร์เสวยฤกษ์ดิถีเพ็ญเดือนสาม

    กาลเวียนเปลี่ยนผ่าน กระทั่ง ๒,๕๕๐ ต่อมา พุทธบริษัททั้งหลายก็ยังรำลึกถึงเหตุการณ์มหัศจรรย์ ๓ อย่าง นี้อยู่ไม่เสื่อมคลาย แม้นชื่อของวันนั้นจะกลายมาเป็น วันมาฆบูชา ไปแล้วก็ตาม.

  4. กองบ.ก. พูดว่า:

    ขอบคุณครับที่นำพุทธประวัติวันมาฆบูชามาเผยแพร่

    ผมเองก็ยังไม่รู้ละเอียดเท่าคุณ

    หรือรู้แล้ว ก็ยังไม่รู้ลึก…

  5. อ่านประวัติแล้วที่มาให้ความรู้กัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: