‘พระอัฏฐารส’ วัดสะพานหิน ความรักษ์ในเขตอรัญวาสี

keeree.jpg สืบศิลป์ : กีรติ

kee5.jpg

ในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีแม้ว่าในเป็นช่วงเวลาแห่งการเป็นราชธานี คือก่อนที่จะถูกผนวกเข้ากับพระนครศรีอยุธยานั้น มีช่วงระยะเวลาที่ไม่นานนัก ทว่ากลับสร้างความงดงามทางพุทธศิลป์ได้อย่างมีเอกลักษณ์และยังคงสืบทอดความงามเหล่านั้นมายังปัจจุบันได้อย่างน่าอัศจรรย์

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสมัยอาณาจักรสุโขทัยนั้นพระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากส่งผลให้ศิลปกรรมต่าง ๆ มีความงดงามอย่างวิจิตรไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ อุโบสถ วิหาร และพระพุทธรูป นอกจากนี้ยังหมายรวมถึง งานออกแบบลวดลายประดับต่าง ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศาสนาก็มีความงดงามไม่แพ้กัน

หลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่แสดงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านั้นพบว่าส่วนมากจะอยู่ในตัวเมืองหรือเขตเมืองหลวง ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยหรือนอกเมืองอย่างอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเมืองลูกหลวงของสุโขทัยในเวลานั้น หลักฐานเหล่านั้นเผยให้เห็นถึงความลงตัวและความอ่อนช้อยและการสร้างตามคติความเชื่อที่ทางสุโขทัยรับมาจากประเทศศรีลังกาอันเป็นการแสดงความศรัทธาได้อย่างแจ่มชัด

และหนึ่งในพื้นที่ที่น่าสนใจก็คือ เขตวัดป่า หรือเขตอรัญวาสี ‘วัดสะพานหิน’

วัดสะพานหินตั้งอยู่บนเนินเขาสูงประมาณ ๒๐๐ เมตรทางด้านทิศตะวันตกของกำแพงเมือง จังหวัดสุโขทัย ทางเดินจะปูด้วยหินชนวนโดยตลอดจนถึงบริเวณลานวัด ภายในวัดมีเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมขนาดไม่สูงมากนัก มีวิหารก่อด้วยอิฐ เสาก่อด้วยศิลาแลง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัย ซึ่งมีความสูงสง่าเช่นเดียวกับพระพุทธรูปในเขตเมืองอย่างที่วัดมหาธาตุด้วยเช่นกัน

พระพุทธรูปที่มีความสูงเช่นนี้มีชื่อเรียกว่า พระอัฏฐารส โดยที่อาณาจักรสุโขทัยนั้น ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์จากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ได้รับมาจากประเทศศรีลังกา กล่าวคือในประเทศศรีลังกาตั้งแต่ช่วงปลายสมัยอนุราธปุระ และในสมัยโปลนนาลุวะ นั้น มีความนิยมในการสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปยืนที่มีความสูงเช่นนี้ด้วย ตัวอย่างที่กล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบให้กับพระอัฏฐารสในสุโขทัย คือ พระอัฏฐารสในวิหารลังกาดิลก

สำหรับพระอัฏฐารสที่วัดสะพานหินเป็นพระพุทธรูปปางประทานอภัยสร้างตามคติของลังกาที่ว่า พระพุทธเจ้ามีความสูงเท่ากับ ๑๘ ศอก โดยสร้างเป็นพระพุทธรูปยกพระหัตถ์ข้างใดข้างหนึ่งขึ้น หันฝ่าพระหัตถ์ออก ปลายนิ้วพระหัตถ์ตั้งขึ้นเรียกว่าการแสดงปางประทานอภัย

จากที่กล่าวมาข้างต้นพระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัยจึงใช่ ไม่เพียงแต่รับอิทธิพลในด้านความงดงามจากลังกาในช่วงต้นเท่านั้นแต่ยังได้รับเอาคติความเชื่อมาด้วย ทำให้เกิดการผสมผสานทางความคิดและเอกลักษณ์ความงามอย่างพระพุทธรูปหมวดใหญ่สุโขทัย เกิดเป็นพระอัฏฐารสที่เป็นแบบเฉพาะให้ได้ศึกษากันมาจนถึงปัจจุบัน •

kaawss.jpg

Advertisements

3 Responses to ‘พระอัฏฐารส’ วัดสะพานหิน ความรักษ์ในเขตอรัญวาสี

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    โดยส่วนตัวแล้วผมชอบพระพักตร์ ไม่สิ ต้องบอกว่าชอบพุทธลักษณะของพระพุทธรูปปางสุโขทัยมากที่สุด เพราะพระพักตร์ท่านจะเอิบอิ่มและแลดูสงบนิ่งอย่างแปลกประหลาด

    ผมยังจำความรู้สึกตอนที่ไปกราบ “พระอจนะ” ในวิหารร้างของวัด “ศรีชุม” (เอ..ใช่ป่าวหว่าเนี่ย พี่กีรติช่วยยืนยันคำตอบด้วยนะครับ) ในเขตวนอุทธยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้ดีว่า รู้สึกปีติซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการขององค์พระ ที่ผสมความประณีตอ่อนช้อยได้อย่างสวยงาม แฝงไอเย็นแห่งพระเมตตาในวงหน้า และซ่อนความสะอาด สว่าง สงบ ของพุทธิปัญญาในองค์ท่านได้อย่างมหัศจรรย์

    ผมอาจจะคิดไปเอง

    แต่นั่นเป็นความรู้สึกของผมจริงๆ

  2. ผู้อ่าน พูดว่า:

    น่าจะจัดสัญจร…

    โดยมีท่านกีรติเป็นไกด์พิเศษ

  3. กีรติ พูดว่า:

    พระอจนะวัดศรีชุมถูกต้องแล้วค่ะ

    ถ้ามีใครอยากไปเที่ยวก็บอกนะ อ้อยว่างจะตามไปด้วยจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: