ข้างกองไฟ

jonathan.jpg ฟากฟ้า..ทะเลฝัน : โจนาธาน

“ใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นหากเขามองเห็นสัจธรรมของชีวิต… ความกลัวมันก็เคียงคู่อยู่กับสัตว์โลกทุกชนิดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะแปรเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นความกล้าหาญได้ยังไงก็เท่านั้น–” ชายเฒ่าว่าพลางควานหายาเส้นกับใบจากจากถุงพลาสติกสีขาวขุ่นออกมามวนแล้วขยับกายเข้าใกล้กองไฟ, กลิ่นยาเส้นหอมฉุนละล่องไปตามแรงลมเอื่อย

jo5.jpg

ค่ำคืนที่ลมทะเลพัดโบกอย่างแผ่วเบาพัดเอาความหนาวเหน็บสัมผัสกาย… ฉันนั่งอยู่ข้างกองไฟ สายตาจ้องมองเปลวเพลิงสี่ส้มเหลืองที่ล้อเล่นลมอย่างอ้อยอิ่ง, ข้างกายมีสมุดบันทึกกับดินสอไส้ทู่ปราศจากการเหลาลับให้แหลมคม– ไม่ต่างอะไรไปจากก้อนสมองในหัวของฉันในห้วงยามนี้ที่มีแต่ความนิ่งงัน

เด็กชายตัวน้อยเดินผ่านกองไฟไปพร้อมกับเหลียวหลังกลับมามองฉันเสียสองสามครั้ง…

ชายเฒ่าเดินผ่านมาแล้วหยุดทักถามฉันว่า- ทำไมไม่เข้าไปในรวงรังของตน, ฉันว่าข้างในนั้นมันอุ่นเกินไป มิอาจทำให้ฉันสัมผัสกับความทารุณบางอย่างได้

ชายเฒ่าหัวเราะในลำคอแล้วระบายลมหายใจยาว, ทิ้งร่างลงนั่งข้างกายฉัน สายตาจับต้องไปยังฟ้าสีครามเข้มที่มีแสงไฟจากเรือหาปลากะพริบตรงเส้นขอบน้ำ

“ชีวิตนี้เธอกลัวอะไรบ้างไหม?…” ชายเฒ่าเอ่ยขึ้น

“ไม่- หมายถึงผมไม่เคยคิดว่าจะต้องกลัวอะไร”

“แต่จริง ๆ แล้วเธอก็มีความกลัวอยู่ทุกขณะใช่มั้ยล่ะ” ชายเฒ่าเอ่ยฝนขณะสายตายังคงจับจ้องเบื้องน้ำกว้าง “ใจของเธอ, ความคิดของเธอ นั่นละที่ทำให้เธอกลัวทุกสิ่งทุกอย่างได้– กลัวได้กระทั่งใจของเธอเอง”
ฉันเงียบและนิ่งงัน คอยฟังชายเฒ่าว่าจะเอ่ยสิ่งใดต่อไป

“เธอยังคงกลัวตัวเอง… ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับตัวเราเองหรอก…”

“ตาพูดเหมือนนักเขียนคนหนึ่งที่ฉันเคยอ่านงานของเขา” ฉันว่าพร้อมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดหน้าที่ว่างค้างไว้

“ใคร ๆ ก็พูดได้ทั้งนั้นหากเขามองเห็นสัจธรรมของชีวิต… ความกลัวมันก็เคียงคู่อยู่กับสัตว์โลกทุกชนิดนั่นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะแปรเปลี่ยนความกลัวนั้นเป็นความกล้าหาญได้ยังไงก็เท่านั้น–” ชายเฒ่าว่าพลางควานหายาเส้นกับใบจากจากถุงพลาสติกสีขาวขุ่นออกมามวนแล้วขยับกายเข้าใกล้กองไฟ, กลิ่นยาเส้นหอมฉุนละล่องไปตามแรงลมเอื่อย

“สักมวนไหมล่ะ” ชายเฒ่ามวนใบยาส่งให้ฉัน “ในความกลัวย่อมมีความกล้าแฝงอยู่นะพ่อหนุ่ม”

เด็กชายตัวน้อยเดินย้อนกลับมาพร้อมกับหญิงสาววัยกลางคน, เขาปราดเข้ามาชะโงกหน้าถาม
“พี่ชายนั่งเขียนอะไรอยู่รึ” เด็กน้อยมองหน้าฉันด้วยสีหน้าสงสัยเต็มประดา “ทำไมยังไม่กลับเข้าบ้าน, ลมมันเย็นนา”

ฉันอยากตอบเขาด้วยประโยคเดียวกับที่มอบให้ชายเฒ่า แต่กลัวเด็กน้อยจะไม่เข้าใจกับเหตุผลในบางห้วงยามของชีวิต, ฉันจึงยิ้มพร้อมกับขยี้เส้นผมของเขาให้แทนคำตอบ

“แม่บอกว่าพี่ชายจะไปจากที่นี่จริงหรือ…”
ฉันอ้ำอึ้งกับคำถามนั้น, ยังไม่ทันตอบหญิงวัยกลางคนร้องเรียก เด็กน้อยจึงผละจากไป ทิ้งคำถามไว้ข้างกองไฟที่ใกล้มอดดับเต็มที

“ทำไมเธอจึงไม่ตอบเด็กน้อยนั่นไปเล่า, เห็นไหมฉันว่าแล้วว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับตัวเราหรอก เอาละ เห็นทีฉันต้องกลับสักทีละพ่อหนุ่ม–”

ชายเฒ่าลุกจากไป, เหลือฉันเพียงลำพังข้างกองไฟที่มอดลงไปทุกขณะ
 แต่เธอยังอยู่ใช่ไหม?…

ฉันรู้, ฉันได้ยินนะว่าเธอพูดอะไร เธอว่า- ที่ฉันไม่ตอบเด็กน้อยมิใช่ว่าฉันไม่มีคำตอบ เพียงแต่ฉันมีความกลัวเหมือนคำจากชายเฒ่าใช่ไหม?… ใช่- ฉันไม่เถียงเธอหรอกว่าฉันกลัว, กลัวว่าทุกสิ่งที่ฉันคิด ทุกสิ่งที่ฉันหวังและใฝ่ฝันจะไม่เป็นไปตามนั้น เป็นไปตามที่ได้วาดวางไว้

เธอหัวเราะ, ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เธอว่า- ก็ใครบ้างล่ะที่จะสมหวังไปเสียทุกเรื่องราว, ทุกห้วงขณะของชีวิต ไม่มี- ไม่มีหรอก… ไม่มีเลยสักคน มีแต่กลัวตัวเองเช่นฉันเท่านั้นแหละ…

กองไฟมอดดับ… ฉันไม่รู้สึกถึงความเย็นและความหนาวเหน็บ
ในความเหน็บหนาวยังคงมีความอุ่นได้, ในความกลัวย่อมมีความกล้าได้… เหมือนดังเช่นที่ฉันไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วฉันมีความกลัวอยู่ทุกขณะ

ทุกสรรพสิ่งย่อมมีสองด้านเสมอใช่ไหม แตกต่างที่ว่าจะมีด้านไหนมากกว่ากัน, เท่านั้นใช่ไหม?
เงียบงัน… ไม่มีเสียงตอบจากเธอ

ในความเงียบงันยังคงมีคำตอบให้กับฉันอย่างเงียบเชียบ, ในความเงียบจากเธอคือคำตอบที่มอบให้ฉัน
ใช่ไหมที่ฉันว่านั้นคือคำตอบของเธอ

เงียบ!… มีเพียงสายลมหวีดหวิวจากฟากฟ้าผสานกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นคำตอบ
ชายเฒ่าซึ่งนั่งอยู่นอกชานคงแลเห็นฉันซึ่งนั่งนิ่งงันอยู่ข้างกองไฟกระทั่งดับมอดลุกขึ้นแล้ววิ่งปราดเข้าหาฟองคลื่นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว, ชายเฒ่าคงได้เห็นฉันโยนตัวเองขึ้นบนอากาศตกลงสู่ผืนแผ่นน้ำอย่างสุขล้ำครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างที่มิเคยได้เห็นมานานตั้งแต่เธอจากไป

ฉันว่าฉันได้เห็นชายเฒ่าส่ายหน้าอย่างแช่มช้าพร้อมหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา, เธอล่ะ เธอเห็นฉันหรือไม่ •

ด้วยความรักที่มีต่อเธอ
โจนาธาน

kaawss.jpg

Advertisements

3 Responses to ข้างกองไฟ

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    อันใดคือความกลัวที่แท้
    อันใดคือความกล้าที่ถูก

    สำหรับผมแล้ว ยากนักที่จะหาคำตอบที่แท้จริงให้กับตัวเองเช่นกัน

    หรือว่าเพียงเพราะผมยังไม่เจอตัวเอง จึงทำให้ไม่เข้าใจคำตอบ

    บางทีคำตอบอาจจะอยู่ในสายลมละกระมัง

    ไม่แน่ว่าหากผมค้นพบตัวเอง รับรู้ถึงความมีอยู่ของตัวตน เวลาที่สายลมแห่งความกลัวและความกล้ากระพือพัดอย่างหือโหม หรือว่าลูบไล้อย่างแผ่วเบา ผมอาจจะเข้าใจคำตอบที่อยู่ในนั้น คราเมื่อมันสัมผัสใจก็ได้…

    ล่ะกระมัง?

  2. โจนาธาน พูดว่า:

    บางครั้ง– คำตอบมี แต่หาไม่เจอ

    บางที—ทุกเรื่องคงต้องมีจังหวะของมัน

    ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: