วัดแจ้ง : รุ่งเช้าของแผ่นดินใหม่

keeree.jpg สืบศิลป์ : กีรติ

keeree41.jpg

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สยามประเทศ นั้น มีความสมัครใจรักใคร่ในบวรพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าจะมีศาสนาอื่นอยู่ร่วมบ้าง แต่วัดวาอารามต่าง ๆ นั้นกลับมีความโดดเด่นและมีคุณค่าต่องานศิลปกรรมมากกว่า ทั้งนี้เป็นเพราะว่า งานช่างชั้นเยี่ยมเหล่านี้ เป็นผลงานที่เกิดขึ้นในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การศึกษาเรื่องราวในอดีตผ่านงานศิลปกรรม ทั้งนี้ จะเป็นการสะท้อนหน้าประวัติศาสตร์และเป็นการเน้นย้ำความสำคัญด้วย

โบราณสถานที่นับว่ามีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น มีอยู่เป็นจำนวนมาก และหนึ่งในความสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไปได้ นั่นคือ วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวรารามเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกทางเหนือของพระราชวังเดิม

เดิมทีมีชื่อเรียกว่า วัดมะกอก ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อในปีพ.ศ. ๒๓๑๐ ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จมาเพื่อสร้างพระนครภายหลังกอบกู้เอกราชสำเร็จในรุ่งเช้าที่วัดนี้ จึงได้ชื่อว่า วัดแจ้ง และพระองค์ได้สร้างพระนครขึ้นในบริเวณนี้

ภายหลังการปกครองของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ๑๕ ปี ได้มีการเปลี่ยนราชวงศ์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทำการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี โปรดให้สร้างพระนครใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและรื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก วัดแจ้งจึงไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังอีก นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่หมดทั้งวัด พร้อมทั้งโปรดให้ลงมือก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้น จนสำเร็จเป็นพระ? ซึ่งการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ภายในวัดแจ้งนี้สำเร็จลงแล้ว แต่ยังไม่ทันมีงานฉลองก็สิ้นรัชสมัยของพระองค์ในปีพ.ศ. ๒๓๙๔
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์ อีกทั้งอัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถที่พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้พระราชทานนามใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

จากประวัติอันยาวนานถึงที่มาของชื่อนี้ทำให้เห็นแล้วว่า วัดที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ครั้งก่อเกิดราชธานีกรุงธนบุรีนี้ยังคงได้รับความสำคัญเสมอ

เมื่อครั้งยังเด็กเห็นจะจำได้อย่างเดียวเท่านั้นว่า ที่ฝั่งวัดแจ้งมียักษ์ที่เป็นผู้ดูแลรักษาและมักจะเกเรต่อสู้กันกับยักษ์วัดโพธิ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในวันนี้ ยักษ์ที่ว่านั้นยังคงยืนสง่าเฝ้าทางเข้าพระอุโบสถ อีกทั้งยังต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาชื่นชมความงามและคุณค่าของความเป็นไทย

อย่างไรเสียหากมีโอกาสเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์แล้ว อย่าลืมที่จะข้ามฟากมายังราชธานีเดิม เพื่อเป็นการรำลึกถึงรุ่งอรุณแห่งดินแดนใหม่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นผู้กำชัยมาให้หลังสงคราม

หมายเหตุ : – ลงเรือข้ามฟากจากฝั่งท่าเตียน ค่าโดยสารคนละ ๓ บาท

kaawss.jpg

Advertisements

3 Responses to วัดแจ้ง : รุ่งเช้าของแผ่นดินใหม่

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    ว่าไปแล้ว มันเป็นหลักปฏิบัติกันมานานนมบรมสมโกฎิแล้วจริงๆ
    หากคราใดที่เสียกรุงแล้วยึดเอาเวียงคืนมาได้ ต้องรีบสร้างวังเพื่อความเข้มแข็งของชาติ
    เมื่อสร้างเวียงวังเสร็จ มีที่พักพิงทางกายแน่นหนามั่นคงดีแล้ว ทว่าใจดูเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง
    วัด จึงถูกสร้างเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจในลำดับต่อมา

    หากไปเที่ยวเมืองเก่าที่จังหวัดสุโขทัย ดูเหมือนว่าซากปรักหักพังที่เหลือล้วนคือวัด

    โบราณสถานที่ลพบุรี อยุธยา ก็เข้าข่ายเดียวกันหมด เหลือแต่ซากของวัดซะส่วนใหญ่

    นับว่าเป็นบุญของแผ่นดิน ที่เราไม่เคยเสียกรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ ให้แก่ใคร โบราณสถานเหล่านี้จึงยืนยงอวดสายตาแขกบ้านแขกเมืองมาหลายร้อยปีแล้ว

    หลังจากเสียกรุงอยุธยามานานแล้ว ชาติไทยก็สงบร่มเย็นมานาน
    แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หากเรายังไม่เฉลียวใจกันอีก หน่อยเหอะ คงได้เสียประเทศกันละกระมัง

    ใช่ไหมขอรับคุณหญิงกีรติ?

  2. swordbelt พูดว่า:

    “อารยธรรมอยู่ที่รายละเอียด” ทีมทำฉากเบื้องหลังงานสร้างหนังเงินล้านอย่างหลอดออฟเดอะลิงโทน ว่าไว้เช่นนั้น

    ห้วงนั้นข้าพเจ้านึกถึงศิลปะปราณีตที่คนโบราณบ้านเราทิ้งฝีมือลายรดน้ำเอาไว้ นั่นแสดงว่าบ้านเมืองเรารุ่งเรืองจนคนในประเทศในยุคนั้นมีเวลามากพอที่จะสรรค์สร้างศิลปะ อันต้องใช้เวลาในการประดิษฐ์ประดอยกลึงเกลานานาชิ้นงานมาเป็นสัญลักษณ์ประจำสมัย ทำให้เราสามารถแยกแยะประวัติศาสตร์ได้จากการมองเมืองแลศิลปะ

    หากแต่ว่าสยามประเทศในยุคต่อไปยังหวังได้หรือไม่ว่า ศิลปะเหล่านี้จะยังสืบสานพัฒนารูปแบบได้ต่อไป ในเมื่อ ผู้คนในทุกวันนี้แทบไม่มีเวลานั่งพัก พัฒนาศิลปะกันอย่างคนแต่ก่อน อิฐดินค่อยๆทลายลง ของโบราณที่ทรงภูมิของสยามจากปัญญาโบราณเพื่อหวังให้ลูกหลานสืบต่อแลพัฒนาไปตามกาลและการเปลี่ยนแปรรายรอบ กลับเป็นเพียงสินค้าชูโรงธุระกิจการท่องเที่ยว

    พระเจ้าตากสินหากไทม์แมชชีนมีจริง ท่านกลับมาเห็นบ้านเมืองสมัยนี้ ท่านคงอุทานว่า

    “อุวะ.. กี่ปีๆมันก็เหมือนเดิมไม่มีใครคิดอะไรใหม่ๆเลยหรือวะ”
    “อ้าวเวร..แล้วใครเอาพระมาขายกันละเนี้ย..”

    “เช่า”

    “เช่าแล้วเมื่อไหรคืน”

    แล้วท่านก็นั่งยานกลับยุคของท่าน(แฮ..)

  3. ผู้อ่าน พูดว่า:

    วัดนี้เปลี่ยนไป–

    เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือปฏิบัติธรรม

    ข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจนัก…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: