ชะตาขาด

“อนาคต- ถ้ามันถูกกำหนดมา เราสามารถฝืนมันได้หรือไม่, ได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับอะไร ถ้าเกิดมันถูกกำหนดไว้ตายตัวอย่างนั้นแล้ว การดิ้นรนเพื่ออยู่รอดนั้นคงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ในการฝืนชะตาชีวิต”

ชะตาขาด โดย สิงห์ ลา

chisu.jpg 

– 1 –

ที่บ้านผมเลี้ยงหมาชิสุอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อ จัมโบ้ มันเป็นหมาที่ขี้เล่นและซุกซนตามประสาหมาธรรมดาทั่ว ๆ ไป เวลาเจอผมมันจะออกอาการดีใจ ตัวสั่น ๆ หางกระดิกรัว ๆ ท่าทางลุกลนอย่างออกนอกหน้าหมาอย่างมัน

ราว ๆ กลางปีที่แล้วมันซึมเศร้า เหงาหงอย นอนซมอยู่ในมุมมืดของบ้านจนน่าเป็นห่วงอาการไม่สบายของมัน เพราะตั้งแต่เลี้ยงมา มันไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน

พาหมาไปหาหมอหมา เพื่อตรวจอาการที่คลินิกสัตว์แถว ๆ บ้าน หมอให้น้ำเกลือและเจาะเลือดไปตรวจ วันต่อมาก็พบว่า มันเป็นพยาธิในเลือด และตับไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้มันมีโอกาสอยู่รอดได้เพียงไม่กี่เดือน

หมอบอกให้ทำใจ…

พาจัมโบ้กลับบ้านหลังจากเสียค่ารักษาซึ่งแพงกว่าตอนที่ผมไปหาหมอตอนเป็นหวัดกว่าสามเท่าตัวกับคำพูดของหมอที่พกติดตัวมากับใบเสร็จค่ารักษาว่า “ถ้าจะยื้อชีวิตมัน ต้องพามันมาฉีดยา และพามาหาหมอทุก ๆ สัปดาห์”

เรื่องทั้งหมดนี้ผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้วผมจึงไม่อยากจะจำมันเท่าไร

แต่บางเรื่องที่ไหลเข้าหูผมเมื่อเช้า ทำให้ผมต้องขุดความทรงจำนี้ขึ้นมาทบทวนอย่างไม่สบายใจอีกครั้ง

ชั่วขณะหนึ่งผมตั้งคำถามกับตัวเอง…เรื่อง ความเชื่อ กับ ความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต

– 2 –

เมื่อเช้านี้ผมได้ทราบมาว่า น้องที่รู้จักคนหนึ่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเพราะว่าถูกพระทักว่า “ชะตาขาด”

ด้วยความเชื่อและกลัวว่าตัวเองจะชะตาขาดจริง ๆ อย่างที่พระกล่าวไว้ จึงทำให้วันทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไร ได้แต่ครุ่นคิดทบทวนและหมกมุ่นเกี่ยวกับความตายของตัวเอง สูญเสียความสุขในการใช้ชีวิตไปโดยปริยาย

ความสุขหมดไปด้วยคำพูดของใครคนนั้นที่เราเชื่อและคิดว่าเป็นผู้รู้, ผู้รอบรู้, เจ้าชีวิต, ผู้สร้างวิถีความเชื่อ, สัญลักษณ์แห่งความคาดเดา, ผู้บอกใบ้อนาคต, ผู้กุมชะตาชีวิตของมนุษย์โลก, ผู้ที่สามารถเชื่อมต่อกับสิ่งเร้นลับได้ สามารถบอกและกำหนดชะตาชีวิตใครสักคนในอนาคตได้, ปราชญ์, พระ และ ฯลฯ

ในความเชื่อที่ต่างกันระหว่าง แพทย์ กับ พระ ทำให้ผมเกิดความคิดอย่างที่เป็นมุมมองของตัวเองว่า…ชีวิตใครเป็นผู้กำหนดกันแน่? หลายครั้งที่ผมอ่านข่าวเจอคนที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งแต่กลับมาชีวิตยืนยาวอยูบนโลกนี้ได้หลายปีมากกว่าที่แพทย์กำหนดชะตาไว้ หลายครั้งผมเห็นคนที่นั่งดูดวงริมทาง โหรศาสตร์บอกเรื่องราวอนาคตที่กำหนดชะตาชีวิตของเรา เหมือนว่ามันได้ถูกกำหนดไว้แล้วจากเบื้องบน

อนาคต- ถ้ามันถูกกำหนดมา เราสามารถฝืนมันได้หรือไม่, ได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับอะไร ถ้าเกิดมันถูกกำหนดไว้ตายตัวอย่างนั้นแล้ว การดิ้นรนเพื่ออยู่รอดนั้นคงเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ในการฝืนชะตาชีวิต

และถ้าเรื่องชะตาขาดของน้องคนที่ผมรู้จักเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว (ซึ่งยังไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นใคร-ชื่ออะไร-ผู้ชาย, ผู้หญิง-อายุเท่าไหร่-ส่วนสูง-น้ำหนัก-ชอบกินอะไรเป็นพิเศษ…) คงเป็นการเปล่าประโยชน์ที่จะคิดจะทำอะไรต่อไปในชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด สุดท้ายทำได้ดีที่สุดก็เพียงหายใจไปวัน ๆ เพื่อรอความตาย

ทั้ง ๆ ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอความตายกันอยู่แล้ว โดยที่เราไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันจะมาถึงเมื่อใด…

ผมคาดว่า ถ้าน้องจะหาวิธีหลุดพ้นจากอาการไม่สบายใจเหล่านั้น ก็อาจจะต้องไปต่อชะตาที่วัด หรือไม่ก็กับพระองค์นั้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าบิลค่าต่อชะตา, ซื้อบุญกุศล, การทำบุญถวายสังฆทาน หรือว่าจะด้วยวิธีใด ๆ ก็แล้วแต่ที่จะถูกแนะนำมา จะแพงกว่าค่ารักษาพยาบาลเจ้าจัมโบ้ของผมหรือเปล่า

เพื่อนำชะตาที่ขาดไปแล้วมาต่อติดให้ดีดังเดิม เพื่อยื้อชีวิตให้ยืนยาวขึ้นกว่าเดิม แต่คำตอบสุดท้ายก็ยังคงเป็นอย่างเดิมว่า…ถึงยังไงทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี

ถ้าคนที่มาทักว่าชะตาขาดไม่ใช่พระ…จะมีใครสักคนเชื่อหมดใจอย่างนั้นบ้างหรือเปล่า ผมไม่รู้ เพราะผมยังไม่เคยตกอยู่ในห้วงนั้น

บางทีถ้าผมถูกทักอย่างนั้นจริง ๆ ผมอาจจะย้อนถามกลับไปว่า ทำไม? เพราะอะไร?

– 3 –

จัมโบ้ยังวิ่งเล่นในบ้านอย่างสนุกสนาน ตัวอ้วนกว่าเดิมจนคล้ายหมู กว่าหกเดือนที่มันยังไม่ยอมตายไปตามใบสั่งแพทย์สักที จนทำให้ผมเริ่มวิตกกังวลว่าเมื่อไรมันจะตายไปสักที หรือว่ามันเป็นชีวิตหมา ๆ ที่เป็นอมตะอยู่เหนือโชคชะตาทั้งมวล หรือว่าบางทีมันได้ไปแอบต่อดวงชะตาไปแล้วโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวผม!

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันไม่สบายหลายวัน เอาแต่นอนหลบอยู่ตรงมุมบ้าน ผมคิดว่าอาจจะต้องเสียมันไปอย่างที่หมอสั่งไว้แล้วจึงพามันไปตรวจดูอาการ วันต่อมาไปรับมันกลับมา มันร่าเริงแจ่มใสและซุกซนเหมือนเดิม

หมอบอกว่ามันไม่ได้เป็นอะไร แข็งแรงเป็นปกติ เพียงแต่ที่มันซึม ๆ ไปคือ ขี้แห้งติดก้น-จุกตูดหมา พันกับขนมันเท่านั้นเอง

จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังทนอึด ทรหดอดทนไม่ยอมตาย บางทีผมโมโหมันที่ขี้เยี่ยวเรี่ยราดในบ้าน ผมรีบเดินไปหน้าบ้าน จุดธูปเทียนแล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ในธาตุอากาศที่ว่างเปล่าผมภาวนาให้มันตายไปให้พ้น ๆ สักที

ผมทำใจไม่ได้จริง ๆ ครับ…สาธุ! •

kaawss.jpg
picture : bowdogs.tripot.com

Advertisements

4 Responses to ชะตาขาด

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    พระราชาสองเมืองรบกัน ต่างองค์ต่างไปหาฤาษีตนเดียวกันให้ทำนายให้ ว่าตนจะเป็นผู้ชนะหรือเปล่า
    ฤาษีบอกว่ายังให้คำตอบไม่ได้ รอให้เข้าฌานไปถามเทวดาก่อน แล้วจะให้คำตอบทีหลัง

    หลายวันต่อมาพระราชาทั้งสองได้มาหาฤาษี เพื่อเอาคำตอบ (ต่างคนต่างมาพบพระฤาษี ไม่ได้มาเจอหน้ากันที่กุฏิหรอก หากเจอหน้ากันก่อนคงโดดชกปากกันก่อนที่จะทันได้รบ เดือดร้อนฤาษีต้องช่วยเป็นกรรมการให้ละกระมัง)

    ฤาษีบอกพระราชาเมืองที่มีกองทัพยิ่งใหญ่กว่าว่า “เทวดาว่าท่านชนะชัวร์ กางมุ้งออกรบได้เลย”

    บอกพระราชาอีกเมืองที่มีกองกำลังน้อยว่า “เฮ้ยยย ท่าจะยากละไอ้ทิดเอ๊ย พวกดาๆ ทั้งหลายบนโน้นน่ะ เขาฟันธงฉับพร้อมกันเชียว ว่าเอ็งแพ้แหง๋ม อย่ารบให้เสียเวลาเลยว่ะ เออ ว่าแต่ว่า เครื่องเซ่นของเทวดาล่ะ ถึงเขาจะบอกว่าเอ็งแพ้ แต่ก็อย่าเบี้ยวเชียวนาเอ็ง ข้าต้องกินต้องอยู่ เอ๊ย! เขาต้องกินต้องอยู่เหมือนกัน”

    พระราชาเมืองน้อย กลับไปแล้วก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง หมั่นฝึกฝนกองกำลังของตนอยู่ตลอด แล้วศึกษากลยุทธ์การสงครามที่มีในตำราพิชัยสงคราม ส่วนพระราชาเมืองใหญ่ ก็สบายแฮละทีนี้ เทวดาบอกว่าชนะตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วนี่นา พอกลับไปถึงเมืองของตน ก็สั่งให้เฉลิมฉลองกันเป็นการใหญ่ กินเหล้าเมายา ปรีเปรมเกษมสำราญกันถ้วนหน้า

    ครั้นพอรบกันจริงๆ พระราชาเมืองน้อยดันเสือกชนะ อ้าว ซวยละซีพ่อปู่ฤาษี พระราชาเมืองใหญ่ก็ไปถามอีกว่า “ไหนๆ ท่านว่าเกล้าจะชนะไงล่ะพ่อปู่ ปดยังงี้ เดี๋ยวปั๊ด!”

    “เฮ้ย! เฮ้ยๆ เย็นไว้โยม ไหนดูถี ขึ้นไปถามอีกสักทีปะไร” ฤาษีรีบเข้าฌานไปหาเทวดา
    เทวดาบอกว่า “ปุ้ดโธ่ ปุ้ดถัง ธัมมัง สังโฆ พวกท่านอยู่ที่โลกมนุษย์กันแท้ๆ แต่ไม่ยักกะรู้หรอกเหรอว่า มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาในโลกแล้ว พระองค์น่ะ รู้อะไรดีๆ ที่เป็นเรื่องจริง ได้แจ่มกว่าพวกข้าอีก หรือท่านฤาษีไม่เคยได้ยินพุทธภาษิตบ้างรึว่า

    “หากบุคคลใดก็ตาม หมั่นฝึกฝนอบรมตนเองแล้ว แม้แต่เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ใดๆ ก็ตาม ย่อมไม่สามารถไปขัดขวางบารมีของเขา หรือทำอันตรายใดๆ ต่อเขาได้”

    ก็เป็นเช่นนั้นแลพ่อปู่ ลงไปบอกพระราชาเมืองมากนั้นเถิดนะว่า พระองค์แพ้ตัวเองต่างหากล่ะ เพราะอีตอนที่พวกข้าทั้งหลายบอกพ่อปู่ว่าแกจะชนะนั้น หากรบกันตอนนั้นน่ะ แกชนะแหง๋มๆ แต่นี่ป๋าแกร่ำแต่น้ำจัน ผันหน้าหาแต่อิสตรี เอากะผีละสิมาชนะ

    ส่วนอีกเมืองหนึ่งน่ะ แม้จะมีกำลังน้อย แต่ก็ดัดจริตซุ่มซ้อมอยู่ตลอด บารมีในการรบของเขาจึงเพิ่มมากขึ้น เขาก็ชนะได้เท่านั้นเอง”

    จบแล

    แม้แต่เทวดา และ ฤาษีที่ทรงฌานยังทำนายพลาด หากคุณน้องคนนั้นยังไปเชื่อ “สมมุติสงฆ์” รูปนั้นแล้วละก้อ เห่อๆๆ งั้นก็เตรียมตัวตายเถิด เพราะว่าคุณน้อง “ชะตาขาดตั้งแต่ปลงใจเชื่อ” แล้วล่ะตะเอง

    อัตตาหิ อัตโน นาโถ = ตนเป็นที่พึ่งของตน
    โกหิ นาโถ ปโรสิยา = ใครไหนเล่าจะเป็นที่พึ่งให้เราได้

    หากไม่เชื่อมั่นในตัว ไม่หวังพึ่งตน ก็จนปัญญาละครับ

  2. swordbelt พูดว่า:

    ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงนิทานจีนอยู่เรื่องหนึ่ง

    มีชายสองคนโดนทักว่าจะมียมทูตมารับตัวในอีกสามวัน ชายคนที่หนึ่งปลงกับความตาย “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดวะ” เขาจัดเตรียมเลี้ยงฉลองการตายของตัวเองอย่างครึครืน

    ชายอีกคนเครียดจนไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่นั่งจมอยู่ในบ้าน ข้าวปลาไม่กิน ตกวันที่สาม ยมทูตมาเคาะประตูหน้าบ้านเขาจริง ๆ

    แล้วชายคนแรกละ

    ยมทูตไปเคาะประตูเหมือนกัน แต่มันดันไปเลี้ยงฉลองนอกบ้านนี่สิ ชายคนแรกจึงรอดจากยมทูตไปเป็นอันจบเรื่องนิทาน เอิ๊กๆ

    แต่งานนี้ไม่ว่าใครรอดไม่รอดสุดท้ายก็ไปเจอกันที่ปลายสุดของสะพานอยู่ดี
    ขอให้จัมโบ้สุขภาพแข็งแรงตามวัยขอรับ

  3. ยางมะตอยฯ พูดว่า:

    ชีวิตเรา เราก็กำหนดเองสิเนาะ ^_^

  4. ผู้อ่าน พูดว่า:

    กระผมคิดถึงเรื่อง

    ชะตากรรม – สะพานขาดขอรับ

    ของท่านพี่กนกพงศ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: