coffee brake

kanokpong8.jpg

“ในสมองของข้าพเจ้ามีวัตถุดิบอยู่มากมาย มีภาพหลายภาพที่เก็บซับมาได้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นอธิบายได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องของชีวิตหรือสังคม แต่ไม่มีภาพใดสมบูรณ์พร้อมในเรื่องราว โครงเรื่องสำหรับงานวรรณกรรมไม่ได้วางไว้ทั้งแท่งให้เราเดินไปพบ ทว่ามันคล้ายภาพซึ่งใครแกล้งฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วขว้างให้กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ปล่อยให้นักเขียนค้นหาแต่ละชิ้นส่วนเพื่อมาประกอบการขึ้นเป็นภาพที่สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง นั่นต้องใช้ทั้งความเข้าใจรวมทั้งฝีมือและความชำนาญของคนเป็นนักเขียนมิใช่น้อย”

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์–นักเขียนรุ่นใหม่ ผู้เกิดและดับก่อนกาล
นักเขียนใหม่ – รวมเรื่องสั้น สะพานขาด

Advertisements

3 Responses to coffee brake

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    หากความรู้หมายถึงสิ่งที่เราทุกคนเคยได้เล่าเรียน หรือมีประสบการณ์โดยตรงในเรื่องนั้นๆ
    การเอาองค์ความรู้นั้นมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เป็นงานเขียน นั่นต้องอาศัยจินตนาการ

    จินตนาการจะสำคัญกว่าความรู้เหมือนที่ไอน์สไตน์ พูดเอาไว้ได้ก็ต่อเมื่อมันปรากฏเป็นรูปร่าง
    ในรูปแบบของงานวรรณกรรม หรือทฤษฎีอะไรก็ตามที่จับต้องได้
    นั่นยังต้องอาศัยองค์ความรู้อยู่ดี เพราะหากคุณไม่มีความรู้แล้ว
    คุณจะไม่สามารถหาหนทางเดิน เพื่อจะไปเก็บเอาภาพจากจินตนาการเหล่านั้น
    มาร้อยเรียงเป็นวรรณกรรม หรือเป็นทฤษฎีต่างๆ ขึ้นมาได้เลย

    (สิญจน์ สวรรค์เสก)

  2. swordbelt พูดว่า:

    ” สำหรับข้าพเจ้า ศิลปะหาใช่ความบันเทิงเริงรมย์ส่วนตัวไม่
    แต่ศิลปะเป็นวิถีทางหนึ่งที่จะก่อความสะเทือนอารมณ์
    แก่ผู้คนในวงกว้างมากที่สุดทั้งนี้โดยการเสนอภาพชีวิตร่วมทุกแง่มุม
    ทั้งด้านที่แสดงความทุกข์ยากเจ็บปวด และ ความปิติเบิกบานของมนุษย์ ”

    (อัลแบร์ กามู)

  3. จี-รา พูดว่า:

    อา..

    มุมกาแฟวันนี้มีภาพวาดจากศิลปินฝีมือชั้นครูมาให้เสพชม
    ขอบพระคุณกองบอกอบอหอไว้ ณ ที่นี้ด้วยขอรับ

    ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านหนังสือของคุณกนกพงศ์ ได้แต่รับรู้ประวัติและเรื่องราวคร่าวๆจากมิตรอักษร และเมื่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเขาที่ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของนักเขียนคนหนึ่งที่มุ่งมั่น ทุ่มเทกับงานเขียนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งคำบอกเล่ามากมายที่ถูกบอกผ่านกลุ่มนักเขียนและศิลปินหลายต่อหลายคนยิ่งตอกย้ำถึงความน่าเลื่อมใสและนำมาเป็นแบบอย่างของผู้ที่กำลังทำงานเขียน

    ในอีกด้านหนึ่ง ข้าพเจ้าเพิ่งจะมารู้เอาทีหลังว่าคุณกนกพงศ์เป็นผู้แต่งเพลง’คนเลว’ที่วงมาลีฮวนน่านำมาร้อง เมื่อย้อนกลับไปฟังเนื้อหาและกรอบอารมณ์ของเพลง ข้าพเจ้ายิ่งรู้สึกชื่นชมนักเขียนผู้ซึ่งข้าพเจ้ายังไม่เคยได้สัมผัสรสอักษรท่านนี้

    การจากไปของคนผู้หนึ่ง ได้บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเขาผู้นั้นไว้อย่างชัดเจน และแม้ว่าจะเป็นการจากไปอย่างถาวรที่จะเร็วเกินไปหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือบางแง่มุมของความหมายชีวิตที่ผู้จากไปทิ้งไว้ให้ครุ่นคิดศึกษา

    บางที คำถามที่ว่าชีวิตคนเราเกิดมาเพื่ออะไรคงเป็นสิ่งไร้ซึ่งสารัตถะที่จะมัวเสียเวลาค้นหาคำตอบ

    ด้วยจิตคารวะนักเขียนผู้งามสง่าแห่งหุบเขาฝนโปรยไพร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: