อานุภาพของการอ่าน

pinklogo.jpg DekAd : Black&Pink

logo-dek-ad.jpg
หากโฆษณาเชิญชวนของช่องเคเบิลทีวีที่ว่า “เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ เปิด…” การอ่านหนังสือก็คงเป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้นของผู้อ่านเช่นกัน

ดังนั้นในเมื่อสัดส่วนของผู้รักการอ่านในประเทศไทยมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นถึงเกือบ 70% จากการสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (โอ้…แม่เจ้าทอดกล้วย) ตัวผมจึงได้เกิดอาการลิงโลดยิ่งที่พวกเราจะฉลาดขึ้นกันเสียที แต่ยังก่อนครับ…เมื่อสำรวจประเภทของหนังสือที่ผู้คนนิยมอ่านแล้วผลออกมาเป็นดังนี้

หนังสือพิมพ์ 72.9%, นวนิยาย การ์ตูน หนังสืออ่านเล่น 45.4%, นิตยสาร 36.9%, ตำราเรียนตามหลักสูตร 34.4%, การอ่านจากอินเตอร์เน็ต 10.2% และอ่านหนังสือ/ซีดีธรรมะ 5.7%

ใน 72.9% ของผู้ที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์นั้นแบ่งเป็น

ข่าว 45.6% ซึ่งก็มีแต่ข่าวจรรโลงใจและล้วนยกระดับจิตใจของผู้อ่านให้สูงขึ้นมากมาย เช่น ข่าวปล้นฆ่ากันตาย, ข่าวข่มขืน, ข่าวรถเก๋งเสยสิบล้อคนขับหน้าเละ ไส้ทะลัก น่าเอาไปทำตือฮวน ต้มเลือดหมู เป็นอาหารเช้ายิ่งนัก… อ้อ และเทรนด์ฮิตตอนนี้ก็นี่เลยข่าววางระเบิดทั่วเมืองกรุงเทพฟ้าอมรที่ได้สร้างชื่อเสียไปแล้วทั่วโลก หลังจากที่ประชาชนอย่างเราๆเพิ่งมอบดอกไม้และแห่ไปถ่ายรูปคู่กับพี่ๆทหารและรถถัง เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของฝรั่งนัยน์ตาสีน้ำข้าว

สาระบันเทิง 25.6% แน่นอนครับ ไม่พ้นเรื่องดารารัก-เลิก, มีชู้-คบกิ๊ก หรือหิ้วเด็กโคโยตี้, เมาแล้วขับแต่ไม่ต้องติดคุก, เจ้าหญิงเบนโล เลิกงานแต่ง-ถอนงานหมั้น โอ๊ยยยย…สารพัดข่าวฉาวที่เป็นตัวอย่างที่ดีๆแก่น้องๆหนูๆเยาวชนผู้ไม่มีพ่อแม่คนไหนมาแนะนำขณะอ่านทั้งน้านนน…

ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์จึงได้ออก CAMPAIGN โฆษณานี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักการอ่าน ด้วยสโลแกนเก๋ๆ ที่ว่า FIRMS UP YOUR BRIAN ซึ่งมาจาก Big Idea – Reading For Life

โดยโจทย์งานที่ทางกรมประชาสัมพันธ์ให้กับทางครีเอทีฟมาคิดนั้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นการ “สื่อ” อย่างไรให้ผู้รับสารเข้าใจว่า การอ่านนี้มันมีผลต่อการใช้ชีวิตของคุณนะ และผลเสียจะเป็นอย่างไรหากคุณไม่สนใจการอ่านซึ่งผมจะตีโจทย์ง่ายๆเลยครับว่า “ถ้าคุณไม่อ่าน คุณก็โง่…”

yang32.jpg

อย่างไอ้หมอนี่เป็นไงครับ…ก็แทนที่จะเอาเรือยางไปเป่าลมเสียข้างนอก ดั๊นทะลึ่งเป่าในห้องแล้วจะเอาออกไปได้ยังไงล่ะนั่น… (จริงๆแล้วถ้าตะแคงไปก็ได้) อย่างนี้ไม่เรียกง่าว ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วครับ (อ้อ…อาจจะเรียกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือผิดพลาดโดยสุจริตก็ได้มั้ง)

yang33.jpg

ส่วนอีตาคนนี้เจาะประตูมันทั้ง 2 ช่องเลย จริงๆถ้าจะเจาะ เจาะแค่ช่องเดียวก็ได้หมามันยังทำหน้างงกับการกระทำของนายมันเลยครับ

yang31.jpg

อืม… ส่วนคนนี้ผมลุ้นอยู่อย่างเดียวไม่ให้มันตกลงไปคอหักตายเท่านั้นแหล่ะ

โดยรวมผมว่าโฆษณาชุดนี้มีดีทั้ง Art Direction ที่ทำมาดีเหลือเกิน Headline ที่ตรงประเด็น และภาพที่สื่อออกมานั้นแรงโดนใจผมเลยทีเดียว แต่มีจุดหนึ่งที่พลาดไปหน่อยตรงงานชุดตัดต้นไม่นั่นแหล่ะครับที่ผมมองว่ามันไม่ใช่ชีวิตประจำวันของพวกเราเท่าไหร่นัก…หรือพวกคุณเห็นว่าไง?

ทีมงานที่ทำโฆษณาชุดนี้
AGENCY : CREATIVE JUICE G1 BANGKOK
ART DIRECTOR : KAN SRIJIRAPON, LAAK ALAMSRI
COPYWRITER : SYAMOL SILKUL

**คอลัมน์นี้มิใช่เป็นการยกตัวขึ้นเป็นกูรูทางด้านงานโฆษณาแต่อย่างใดของผู้เขียน (เพราะผู้เขียนยังคงอ่อนด้อยในหนทางสายนี้ยิ่งนัก ทั้งงานเขียนและงานโฆษณา) แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่มาจากการหลงใหลในงานแขนงนี้เท่านั้น และขออภัยล่วงหน้าหากผู้เขียนเกิดทะลึ่งไปเหยียบตาปลาใครเข้า อยากบอกว่า “ผมมิได้ตั้งใจคร้าบ-บ-บ”

แหล่งข้อมูล
– สำนักงานสถิติแห่งชาติ
– กรมประชาสัมพันธ์ http://www.prd.go.th
http://www.kosanathai.com สำหรับรูปภาพงานโฆษณา CAMPAIGN นี้

kaawss.jpg

Advertisements

6 Responses to อานุภาพของการอ่าน

  1. สวรรค์เสก พูดว่า:

    ฮ้าๆๆๆๆ โดนขอรับ โดน

    โดนกบาลเกล้าอย่างจังเลยล่ะ

    ทั้งภาพที่สรรหามาและไหนจะคำบรรยายประกอบภาพ ที่ใช้ภาษาได้กวน teen มาก

    เอาล่ะครับ แม้จะได้เหยียบตาปลาเกล้า แต่ก็ถือว่าเฉี่ยวไปหน่อยๆ งั้นเกล้าก็ไม่ขอว่าอะไร แต่หากท่านอยากจะขออภัย เกล้าก็ไม่มีจะให้เหมือนกัน

    เอ…มันเป็นไงหว่า ไอ้ตัว “อภัย” นี่

  2. ป้า พูดว่า:

    ขำ ขำ ค้าบบบบ
    แต่ป้าว่า ภาพที่ให้มา ถ้าไม่อธิบายประกอบ
    จะเข้าทางคนอ่าน ให้ได้คิดตาม (น่าจะดีกว่าไหม)

  3. อานันท์ พูดว่า:

    เยี่ยมครับ ทำให้ระลึกถึงวันคืนที่ร่ำเรียนมาทางสายนี้… ทว่าผมไม่ชอบ

    มันพูดความจริงไม่หมด…

    ผมขอบพล่ามความจริงทั้งหมด

    ด้วยมิตรภาพ

  4. ยางมะตอยฯ พูดว่า:

    ชอบคุณเสียงสะท้อนที่ตอบกลับมานะครับ ^_^

    เป็นกดำลังใจดียิ่งทีเดียว และที่สำคัญ ผมจะได้นำเอาไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป

    ปล.ใช่ครับ งานโฆษณาเป็นอาชีพที่ต้องบอกความจริงให้น้อยที่สุด แล้วก็ทำให้มันน่าสนใจที่สุด
    แต่ที่ผมหลงใหลเสน่ห์ของมันก็คือ ความไม่น่าเบื่อ และการได้บริหารความคิดตลอดเวลาอ่ะครับ

    อ้อ ส่วนความจริงนั้น จะมีมากน้อยแค่ไหน ผมเห็นว่ามันขึนอยู่กับจรรยาบรรณด้วยมั้ง เนอะ ^_^

    คารวะ และน้อมรับทุกความคิดเห็นครับ

  5. nena พูดว่า:

    มิได้เหยียบตาปลาใครหร้อกจ้า..
    แต่เหยียบเข้าที่ใจคนอ่าน…ดัง..ซี้ดเลย

    ชอบค่ะ อ่านแล้วดูไม่เหมือนวิเคราะห์โฆษณาหรอก
    เพราะพี่น่าเอง ไม่ค่อยได้รับข่าวสารด้านนี้เท่าไหร่ จริ้ง จริง
    ด้านบนที่ไปป์บอก เพิ่งมาเห็นนี้แหละจ้า ชอบๆ

    พี่น่าอ่านหนังสือทุกวันนะคะ จะบอกให้ หนังสืออะไรไม่บอกหร้อก.. 😉

  6. ปลาน้อยฯ พูดว่า:

    โฆษณาเจ๋งดีค่ะพี่ไปป์ — แต่คนตัดต้นไม้นั่นก็ว่าดีนะ ก็สื่อชัดเจนแม้จะไม่ใช่เรื่องชีวิตประจำวันก็ตาม(มองในมุมของคนดูที่ไม่รู้จักงานโฆษณา)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: