coffee corner

coffeecup.jpg

มุมกาแฟของคนคอกาแฟแนมตัวอักษร
มีหนังสือดี ๆ บนโต๊ะสักเล่ม…กาแฟหอมกรุ่นในมือสักแก้ว…ทอดสายตามองผ่านกระจกออกไป…อา….
กาแฟหมด…บอกทรงทอมเด้อ !!

 

cc3.jpg
cc8.jpgcc91.jpg

starbuk.jpg

 

Advertisements

14 Responses to coffee corner

  1. din พูดว่า:

    เล่มสองสวัสดิ์ขอรับมวลมิตร

    มุมกาแฟเล็ก ๆ คงพอเป็นที่นั่งพูดคุย.พบปะ สาระสนทนาตามประสาคนไกลแต่คอเกี่ยวพันธ์กันด้วยตัวอักษรละลานตา ท่านแมลงวันโผล่มาเจื้อยแจ้วเจรจา ขอมุมสนทนาแล้วหายหน้า หายลูกตากระดุ๊กกระดิ๊กไป ผ่านมาเมื่อไรล่ะ รบกวนขอเสียงด้วย

    พร้อมสำหรับการเริ่มนับหนึ่งครั้งใหม่หรือยังขอรับ ?

    อีกหนึ่งปีข้างหน้า ถนนอักษรที่พวกเราย่ำเดินจะลดเลี้ยว เคี้ยวคดไปทางไหน ?
    เราจะเจออะไร ? ไปกันถึงไหน ?

    อืมม์….น่าสนใจ…

    ‘สวัสดีปีใหม่ขอรับมวลมิตร’
    คารวะ

  2. หนุงหนิง พูดว่า:

    ถนนอักษรข้าพเจ้าคงวนเป็นวงกลม
    ถึงเดินวนไปเวียนมาไม่ถึงไหนเสียที ฮ่า ฮ่า

    หนึ่งปีที่วนเวียนอยู่บนถนนอักษรเส้นนี้
    บางคราวเดินล้มสะดุดขาตัวเอง
    บางคราวเดินล้มสะดุดขาชาวบ้าน
    โชคดีที่มีสหายมาช่วยฉุดยามล้มหน้าขมำ

    ปีหน้าช่วยฉุดอีกนะท่าน
    ชักขี้เกียจเดินต่อไม่ค่อยไหว

  3. ยางมะตอยฯ พูดว่า:

    ^_^

    ขอส่งยิ้มให้แล้วกันครับ

  4. สวรรค์เสก พูดว่า:

    “อุปสรรคมีไว้ทำลาย เครื่องขวางมีไว้ให้ปีนป่าย
    ทุกเส้นทางมีความยาก ทุกความลำบากมีรางวัลรอ
    เมื่อว่างจากความท้อ ก็ว่างจากการรอเปล่า
    แต่ประจุเต็มไปด้วยความหฤหรรษ์ ผายผันจากก้าวแรกไปสู่ก้าวที่สอง
    มองเห็นก้าวสุดท้ายเป็นภาพจริง ที่สิงสู่อยู่ในทุกก้าวเดินอันทรงพลัง” (ดังตฤณ)

    เผลอแผล็บๆๆ เดี๋ยวเอง พี่ท่านทั้งหลายแลบ… เอ๊ย! ก้าวมาสองก้าวแล้วเหรอเนี่ย

    ไม่ธรรมดาๆ ให้ดิ้นตายทีสิเอา

    พูดอะไรดีหว่า เดี๋ยวๆ นั่งนึกก่อน ไม่ได้เข้ามาโม้หลายวัน สมองพลอยตัน นิ้วพลอยแข็ง (แฮ่ม! ไม่ใช่เฉพาะนิ้วหรอกนะ) จะว่าไม่ได้เข้ามาก็ไม่เชิงหรอกขอรับท่านพี่ เกล้าก็มา “ผลุบๆ เดี๋ยวก็ผลุบ เดี๋ยวก็โผล่” แถวนี้อยู่เรื่อยเหมือนกันแหละ แต่เห็นพวกท่านนั่งนิ่งทำงานกันหน้าเขียว ราวกับว่ากำลังนั่งทับอะไรสักอย่างของตัวเองอยู่ กระผมจึงไม่กล้าเอ่ยปากรบกวน กลัวจะเสียมารยาทน่ะครับ

    (เออ ใช่! พรุ่งนี้ปีใหม่นี่หว่า อวยพรพวกเจ๊ พวกเฮียแกสิ)

    อ้อ ท่านพี่ทั้งหลายขอรับ นี่ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว เนื่องในศุภฤกษ์ดิถีขึ้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ เกล้าขออวยพรให้ท่านพี่เถ้าฯ และคณะทีมงานก้าวรอก้าวทุกท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญ หน้าที่การงานของพวกท่านขอให้ก้าวรุดดุจเฟอร์รารี่ คิดอ่านขีดเขียนอันใดก็ขอให้สมองแจ่มใสปลอดโปร่ง สร้างพล็อตเรื่องได้แจ่มแจ้งชนิดว่าเปลือยล่อนจ้อน และสุขุมในความคิดดั่งน้ำนิ่งที่ไหลลึก

    ส่วนร่างกายของผองท่านทั้งหลายหรือ ก็ขอให้เบิกบานแจ่มใส สดชื่นและชุ่มฉ่ำ ราวกับกำลังแก้ผ้าอาบน้ำในคืนเดือนหงาย (อ้อ มีตื่นเต้นนิดๆ ด้วยนะ ไม่เชื่อลองดูดิ)

    สาธุ…เทอญ

    เอาละครับ พวกท่านทั้งหลายกรุณาหลบไปก่อน ผมขอฉะกะพี่เถ้าฯ เรื่องการเขียนอีกสักถีก่อนปะไร

    ท่านพี่ขอรับ ไม่เฉพาะท่านดอกที่คิดอยากจะเขียนงานให้ดี จนพลอยทำให้เกิดแรงกดดันจนเขียนอะไรไม่ออกไปซะงั้น ข้าน้อยก็เป็น

    ขอเล่านิทานก่อนนะครับ

    กาลครั้งหนึ่ง(เมื่อไม่)นานมาแล้ว ตอนข้าน้อยเป็นเด็กเคยออกไปช่วยพี่ๆ หาบข้าวขึ้นลานที่นา ข้าน้อยเห็นพวกพี่ๆ ใช้ไม้คันหลาวร้อยข้าวข้างละสิบมัด แล้วยกขึ้นไหล่เดินไต่คันนาไปสบายเฉิบ ข้าน้อยจึงคิดว่าพี่เค้าทำได้เราก็ต้องทำได้เหมือนกันแหละน่า จากเดิมที่ผมเคยหาบข้างละห้ามัด ผมจึงเพิ่มมันเข้าไปอีกเป็นข้างละแปดมัด

    ชิชะ! ได้ผลเลยครับ เดินปัดเป๋ไต่คันนาไปได้ไม่เท่าไหร่หรอก หัวปักดินตีนชี้เด่เลย

    เสียสิครับ! เสียเวลา เสียข้าว เสียอารมณ์จากการถูกหัวเราะเยาะอีก ฮ่วย!

    ผมต้องหันกลับไปหาบข้าวข้างละห้ามัดเหมือนเดิม จึงทำงานนั้นต่อไปได้ แต่พอผม(ถูกบังคับให้)ไปหาบข้าวบ่อยเข้า ผมก็ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นมาได้เองโดยไม่รู้ตัว จนตอนนี้เหรอครับ เห่อๆๆ ข้างละร้อยนี่จิ๊บจ๊อยมาก ไม่อยากจะคุยเลย ฮีโธ่!

    บ้าอะดี้! เคยอ่านกิมย้ง อ่านโกวเล้งมา แล้วพี่ท่านจะเขียนให้ได้ยังงั้นบ้าง แค่คิดก็ “บันลาย” แล้ว อีกหน่อยเถิดครับ พอท่านพี่ฝึกกระบี่แนวนี้ต่อไปอีกหน่อย รับรองได้ว่ากิมย้งต้องกะอักเลือดตาย วิญญาณในปรภพของโกวเล้งต้องขออนุญาตยมฑูตปลีกวิเวกมาดูตัวท่านพี่ ไม่แน่ว่าอาจจะนับเอาท่านพี่ไปเป็นสหายร่วมร่ำสุรา ในเหลากระทะทองแดงวิลล่าก็เป็นได้

    วุ้ย! นานๆ โผล่ทีก็เอาใหญ่เลย ไปล่ะครับ น้ำลายเหนียวแล้ว

    “ผมเป็นช่างวาดรูป เพราะฉะนั้น ผมก็จะต้องทำหน้าที่ของช่างวาดรูป คนจะดูหรือไม่ดูไม่เกี่ยวกับผม เพราะไม่ใช่กิจของนักวาดรูป ผมไม่เคยถามดวงดาวในห้วงเวหาว่าเปล่งแสงไปที่ไหน ไม่เคยถามนกที่ร้องเพลงในอากาศว่าทำไมถึงร้องเพลง ผมไม่เคยถามถึงรสหวานที่มีอยู่ในกลีบดอกไม้ เพราะมันคือธรรมชาติ” (ถวัลย์ ดัชนี)

  5. หนุงหนิง พูดว่า:

    ท่านสวรรค์เสกหายหน้าไปนาน อ้อ…ไม่สิข้าพเจ้าเองสินะที่หายหน้าไป
    กลับมาอีกทีก็ยังโม้เก่งเหมือนเดิมนะท่าน

    ยินดีที่เห็นท่านยังวนเวียนเวียนวนอยู่แถวนี้ นึกว่าน้อยใจที่ไม่มีใครคุยด้วย หลบลี้หนีหน้าไปเสียแล้ว

    นี่ขนาดท่านนิ้วแข็งนะนี่ ยังร่ายความเห็นได้ยาวเป็นหางจิ้งเหลนเหมือนเคย
    ข้าพเจ้าเองกลับมาจากต่างจังหวัด ร้างลาแป้นพิมพ์ไปหลายวัน นิ้วชักแข็ง สมองก็เลอะเลือน พิมพ์อะไรไม่ค่อยจะออก แถมระยะหลังเน้นแปลงานเป็นหลัก ไม่ค่อยได้กลั่นอักษรออกจากขมองขี้เลื่อยของตัวเอง งานขงงานเขียนอย่าไปพูดถึงเลยท่าน แค่เขียนคุยกับพวกท่าน ข้าพเจ้ายังคิดไม่ค่อยออกเลย

    ใกล้เที่ยงแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
    ลาเลยดีกว่า ยังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะแยะ ขืนตายไปเสียก่อน ข้าพเจ้าเสียดายแย่เลย มัวแต่นั่งฝอยน้ำหมากกระจายอยู่นี่แหละ

  6. din พูดว่า:

    ๒๕๕๐ สวัสดิ์ขอรับท่านดับเบิลสอ

    หายหน้าหายตาไปเสียนาน หูข้าพเจ้าเกือบเฉาตาย ด้วยไม่ได้ละลายสายตาข้าวผัดห่อใบตำแยของท่านเสียหลายวรรคหลายเวร กลับมาทันเช้าวันปีใหม่พอดี ยังโม้ยาวได้ใจเหมียนเดิม อิ อิ ข้าพเจ้าว่า ท่านอ้ายฯร่ายกลบทเจ้ากบเขย่าเหลายาดองได้ยาวสาใจแล้วเชียว มาเจอท่านเข้า สงสัยท่านอ้ายฯก็ท่านอ้ายเถอะ คงต้องโด้ปตังกุยสักหลายจั๊บล่ะ ถึงจะฝอยแตกฟองได้เช่นพระคุณ

    วันก่อนห็นเข้าไปแหย่ท่านเจ้าสำนัก อารมณ์ไหนมิทราบขอรับ ฤาแค่น้ำหมากท่านย่าฯยังไม่สาแก่ใจ อยากได้ที่แรง ๆ อิ อิ

    เช่นเคย…ขอบพระคุณใบตำแยที่ท่านนำมาฝาก หนนี้เล่นของท่านปราชญ์ปริญญาเอกสุนทรียะศาสตร์ผู้เกรียงไกร ได้ใจเช่นเดิม เก็บเข้ากรุเลยนะขอรับพระคุณ

    ขอให้พระคุณอายุมั่นขวัญยืน ฝีปากกล้ากรามแข็ง ต่อปากต่อคำพวกเราไปได้ตลอดศกใหม่นี้ขอรับ
    รับประทานกระผมนายดิน ธุลีเดิม

  7. parchya พูดว่า:

    เป็นไข้รับปีใหมเลยขอรับ
    ไปนอนต่อแล้วขอรับ
    เพิ่งสร่างไข้

  8. อานันท์ พูดว่า:

    น่าจะมี เบียร์เบรค บ้าง

  9. จี-รา พูดว่า:

    กาแฟอุ่นๆสักแก้วไหมขอรับ..

    ข้าพเจ้าหายหัว(เขียวๆ)ไปหลายเพลา ทั้งที่เอ่ยปากขอมุมกาแฟไว้ นับว่าเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองร้องขอ(โดยสุจริต)

    อย่างไรก็ดี ขอบพระคุณท่านบอกอบอหอที่กรุณาสรรค์สร้างเสกส่งให้เหล่าสหายแว้บมานั่งเอนหลัง ยืดแข้งยืดขา

    ถ้าจะให้ดี มีหลุมหลบท่านเลขาหญ่ายยยส์ช่วงตามจิกต้นฉบับด้วยยิ่งดีขอรับ..

  10. ศิษย์เหลน พูดว่า:

    ศิษย์ทวดที่เคารพ

    พาซากอันรุงรังเดินทางจากบ้านเช่าซอมซ่อ(คำปลอมแปลงของคฤหาสถ์หัวใจ)มาจนกระทั่งถึงห้างสรรพสินค้า บ๊ะ! เราก็คนเมือง สาวตีนขึ้นห้าง ตีหน้าซื่อๆขณะผ่านแผนกชุดชั้นในสตรี เดินไปเรื่อยๆจนถึงร้านหนังสือชื่อดัง ไม่คิดจะซื้อ แต่พาตัวเองเข้าไปข้างในโดยไม่ลังเล ฝากเป้ไว้กับพนักงานผมเกรียน เคลื่อนซากผ่านแผงหนังสือเบสท์ เซลเลอร์ แล้วไปหลบอยู่ ณ มุมหนึ่ง…

    กวีนิพนธ์!

    ศิษย์ทวดที่เคารพ…

    กวีนิพนธ์นับวันจะหาที่ยืนยากขึ้น…ยากขึ้น…ยากขึ้น

    ตามหน้านิตยสารต่างๆ มีกรอบกวีนิพนธ์กี่บรรทัด ? ตามร้านหนังสือต่างๆ มีที่วางกวีนิพนธ์กี่เล่ม ?

    ศิษย์ทวดที่เคารพ “ก้าวรอก้าว” ยังพอจะมีที่ว่างไหม? ท่านมีกวีในสังกัดตั้งหลายคน อาทิ สาวหวานกีรติกร และสาวดุนามหนุงหนิง ผมไม่เชื่อว่าศิษย์ย่าของผมจะทำเป็นแค่ตามจิกต้นฉบับ กวีหนุ่มก็ท่านทวดพี่จี-รา และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ…ท่าน!

    ชีวิตผมช่วงนี้โหยหาบทกวีมากกว่าสิ่งอื่น บางสไตล์เสพซ้ำจนเลี่ยน แต่บางครั้งเผลออ่านเจอบางบท เล่นเอาน้ำตาซึม โคตรพ่อโคตรแม่ของผมไม่เคยบอกเลยครับว่าการอ่านบทกวีจะทำให้น้ำตาซึมได้

    ช่วงต้นปี…ซึ่งก็คือต้นเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกเหมือนคนที่ตายแล้ว โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างเป็นเหตุให้ผมกลัวตายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมมาอยู่กรุงเทพฯมาเกือบสิบปี ไม่เคยเข้าวัดพระแก้ว แต่พอเจ็บป่วย ผมก็พาซากโทรมๆพร้อมกับดอกไม้ ธูปเทียน เดินเข้าไปทรุดตัวนั่งคุกเข้าต่อหน้าพระแก้วมรกต ไม่ได้บ่นคาถาอาคมอะไรทั้งนั้น ผมไปนั่งเฉยๆจนกระทั่งสงบจิตสงบใจ แล้วกล่าวกับท่านในใจว่า ผมรุ้ว่าผมหนีความตายไม่พ้นหรอก แต่ได้ปรดช่วยผมด้วยครับ ผมยังไม่อยากตายตอนนี้

    เงยหน้าสบตากับประกายระยิบระยับขององค์พระแก้วมรกต คล้ายๆประกายรอบองค์ท่านกำลังเอ่ยว่า…ทำอย่างกับตัวเองจะตายตอนนี้ ?

    วันนั้นผมเดินรอบสนามหลวงด้วยอาการงงงวย ประเดี๋ยวโล่ง ประเดี๋ยวอึ้ง ประเดี๋ยวโล่ง…ประเดี๋ยวอึ้ง

    แล้วผมก็กลับบ้านนอน

    ปล.หนังสือแอบอ่านวันนี้ พี่ประชาคม ลุนาลัย ได้สั่งสอนผมว่า สิ่งที่ผมขาดในตอนนี้ก็คือ ความศรัทธาต่อสิ่งที่ตัวเองรัก ผมเถียงในใจเบาๆว่า ผมมีแล้ว พี่แกก็ว่า ไหนล่ะ ?

    ผมปิดหนังสืออย่างอายๆ แล้วก็เดินเข้าร้านเน็ต

    คิดถึงครับ

    ศิษย์เหลน

  11. หนุงหนิง พูดว่า:

    นี่ท่านทวด …

    อย่าคิดหนีข้าพเจ้าเสียให้ยากเลย อยุธยาก็อยู่ใกล้แค่นี้ ขนาดท่านธุลีดิน ปลูกกระท่อมหนีสังคมเมืองไปอยู่สงขลา ข้าพเจ้ายังตามตัวจนเจอ ท่านอย่าหวังจะเล็ดรอดจากเงื้อมมือข้าพเจ้าไปได้เลย

    ศิษย์เหลน…

    หาเรื่องให้ศิษย์ย่าแล้วไหมล่ะ ศิษย์ย่าอุตสาห์หลบมุมอยู่เงียบๆ
    ชูว์ๆ อย่ากระโตกกระตากไป เดี๋ยวใครได้ยิน

  12. parchya พูดว่า:

    ผมคิดถึงป๋าครับ

  13. tuleedin พูดว่า:

    ศิษย์เหลนที่เคารพรัก

    มีความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะเรียนให้ท่านทราบว่า ‘กวีนิพนธ์’ อันท่านโหยหาราวยอดหญ้าอาลัยหยาดน้ำค้างยามอรุณ ได้พากันดับชีพ สิ้นสูญไปจากวรรณพิภพมาเป็นเวลาเนิ่นช้า

    ด้วยเหล่าวิญญูชนหาญกล้า
    ที่พากันดื่มกินกระไอหมอกแทนข้าวสารข้าวตอก
    ได้พากันวายชนม์ร่างกายไม่อาจทานทนต่อการขาดสารอาหาร

    เหลืออยู่ก็เพียงจิตวิญญาณอันล่องลอยเกาะก้อยอยู่ตามแมกไม้ สายธาร ทิวเมฆ และลมหายใจของโลกหล้า ยามใดท่านหวนคำนึงนึกถึงเขาเหล่านั้น ขอท่านได้ชายหัวใจ ออกไปสักครา

    แล้วท่านจะพบว่า…กวีนิพนธ์
    หาได้ซุกซ่อนอยู่เพียงบนช่องว่างระหว่างบรรทัด หรือชั้นวางกล่องอักษรของร้านใด ๆ

    หากยังกระจายอยู่รายรอบกาย
    ทั้งใต้ปีกผีเสื้อที่โบยบิน..
    หรือในเสียงร่ำไห้ของเด็กน้อย…
    แม้ในความเงียบงัน…ระหว่างความเป็นเธอ..กับ..ฉัน…

    และเช่นกัน….
    ในหัวใจ…ของท่าน!


    น้อมคารวะ
    ป.ล. ตอนข้าพเจ้าเดินผ่านแผนกชุดชั้นในสตรี…ข้าพเจ้าไม่สามารถตีหน้าซื่อได้สักที (คล้าย ๆ ว่าจะหน้าแดง)

  14. blackdog พูดว่า:

    แวะมาชิมกาแฟครับ

    เป็นกำลังใจให้กับนักเขียนทุกท่านในการสร้างสรรค์ผลงานนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: