‘งมโข่ง หา ความไม่รู้’

nainamlogo2.jpg ยาระบายอ่อน ๆ : นายแนม

nainam2.jpg
ข้าพเจ้านั่งขำแบบขื่นๆ หูตาตื่นปลายสมองแล่น เมื่อดูโฆษณายา(ว่า)แสนวิเศษตัวหนึ่ง

ภายในจอปรากฎภาพเด็กอนุบาลเพศชาย ทำหน้าตาสงสัยพร้อมหัวที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่พ่อและแม่กำลังปรึกษาหารือบอกกล่าวอย่างยัดเยียดถึงวิชาการสารพัดศาสตร์ที่
เด็กคนนี้จะต้องเข้าศึกษาเล่าเรียน ทิ้งท้ายสรรพคุณตัวยาว่าไว้ ภาระการเรียนรู้หนักอึ้ง
ทั้งหมดทั้งมวลจะหายไป เพียงหนูน้อยตาใสได้ดื่มกินน้ำยาในขวดนั้นทุกวัน แค่นั้น..

แน่ล่ะใครๆก็อยากให้ลูกตนเองมีสมองฉลาดปราดเปรื่อง เชื่องฟูถึงขั้นอัจฉริยะได้ยิ่งดี!

อาจเพราะโลกใบนี้หมุนเร็วรี่ จึงทำให้สัตว์สังคมเดินช้าไม่ได้ รู้น้อยไม่ได้ ยิ่งรอบรู้มาก
เท่าไหร่นั่นยิ่งถือเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน ที่กระแสรวยฉับพลัน! บัญญัติให้มัน
เป็นเช่นนั้น พิมพ์เดียวกันทั่วทั้งโลก ..

หากเจาะลงไปใต้กะโหลกของท่านผู้ปกครอง ชำแหละไขมันก้อนโตออกดูจะเห็นตัวเลข
รายได้ซึ่งถูกคำนวนไว้ให้ลูกสาวลูกชายล่วงหน้าแล้วกว่ายี่สิบปี ลอยเคว้งภายในนั้น
พร้อมบัตรรับประกันความมั่นคงของชีวิตอีกหนึ่งถึงสองใบ รูปร่างคล้ายบัตรแค่ติดลงชื่อ

‘เ จ้ า ขุ น มู ล น า ย’ ..ห้อยนามสกุลต่อท้าย.. ‘เ จ้ า ข อ ง กิ จ ก า ร’

-๐-

ปริมาณความรู้ที่มากมาย ทักษะวิชาต่างๆที่ถูกยัดใส่หัวเขา สำคัญแค่ไหนกับเด็กที่มีอายุ
น้อยเพียงนั้น การเรียนเพื่อให้รู้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะใช้ความ
รอบรู้ทำมาหารับประทานเลี้ยงดูตัวเอง-ครอบครัวได้แล้ว ยังสามารถถ่ายทอดสิ่งที่มีใน
หัวออกไปให้ผู้ไม่รู้ได้รับรู้อีกด้วย เป็นวิทยาทานแก่สังคมที่พึงจะเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
ดำรงอยู่ควบคู่ความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปัญญา อย่างแท้จริง!

มิใช่ “ความรู้” ที่ถูกฉาบไว้ด้วยความเห็นแก่ตัว อาบเจืออาการดูถูกดูแคลนผู้อื่น เคลือบ
เป้าหมายของรายได้เรือนหมื่นเรือนแสนต่อเดือน เพื่อน-สังคมที่จะเลือกคบค้าหาความ
ต้องถั่งโถมเข้าตามตำราวิชางานในการสร้างฐานะอันมั่งคั่ง โคตรรวย อยู่ร่ำไป…

ความไม่รู้ คือ ความโง่ หรือเปล่า? ข้าพเจ้าขอตอบตามความเข้าใจว่า คนละเรื่อง
คนโง่ กับ คนไม่รู้ เป็นคนจำพวกเดียวกันใช่ไหม? ตอบได้ทันทีทันใดว่า คนละกลุ่ม

ความไม่รู้ ทำให้คนอ่อนน้อมถ่อมตัว ยอมก้มหัวให้ผู้อื่น ซึ่งสิ่งที่จะได้กลับคืนก็คือ
ความอันพึงรู้ ที่สมควรจะได้รับนั่นเอง

คนไม่รู้ ในวันนี้มิได้หมายความว่าจะไม่มีหนทางที่จะเป็น คนรู้ เฉกเช่นคนอื่นมิได้ในวันหน้า
ผิดกับความโง่ ที่ คนโง่มากมี สิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดจากรอยหยักในเนื้อไขสมองเบาบาง
หรือไม่ก็มิใคร่จะขยันหาสิ่งพึงจะช่วยเพิ่มพูนรอยหยักใหม่ๆ ให้มีใช้มากขึ้นกว่าเดิม

ฤา มิแน่ว่า ‘คนโง่’ อาจเพียงแสร้งแสดง ความโง่ ออกมา เพื่อลองท่าดูทางของ ‘คนรู้’
ก็เป็นได้ ว่าแท้จริงแล้วมีความรู้มากมายเพียงไรกันแน่ หรือก็แค่ “คนเหมือนรู้” เท่านั้น..

-๐-

คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในใจข้าพเจ้า หลังโฆษณาชุดนั้นผ่านตาเล่าไปหลายรอบ
ขอบเขตความรู้ ต้องแค่ไหนกัน ที่เราต้องเพียรขยันหามันมาใส่ไว้ในคลังขมองก้อนนี้
ความรู้ที่เรามี มีไว้เพื่ออะไร? เพื่อเพิ่มรายได้ หรือเพื่อหัวโขนที่ใหญ่ขึ้นตามวัยในสังคม

.

.

.

คำถามเกิดขึ้นด้วยความไม่รู้จำนวนหนึ่ง ที่ข้าพเจ้ายังใคร่คิดคำนึงหาอยู่ .. มิ ค ล า ย?

นายแนม

 

kaawss.jpg

Advertisements

5 Responses to ‘งมโข่ง หา ความไม่รู้’

  1. swordbelt พูดว่า:

    ช่วงนี้เป็นช่วงหนึ่งที่เด็กๆระดับประถมเริ่มแข่งกันสอบเข้าหรือส่งผลงานเตรียมคัดเลือกโควโบต้า เจ้านายข้าพเจ้าโยนชิ้นงานชิ้นแรกของปีบนโต๊ะทำงานข้าพเจ้าคือ ทำ PROFILE นักเรียนประถม

    “อ้า…” ข้าพเจ้านั่งอึ้งอยู่วาบหนึ่ง เดี้ยวนี้เด็กๆเขาทำกันขนาดนี้เลยเหรอ(ไม่สิผู้ใหญ่ต่างหาก)ใน profile ประกอบด้วยผลงาน รูปถ่ายกับครอบครัว ประวัติการทำงานของพ่อแม่ กิจกรรมที่เคยทำมา ประกวดอะไรบ้าง แข่งขันอะไรมาบ้าง เสียงบ่นอุบของเจ้านายก็ลอยผ่านหูข้าพเจ้าเรื่อยๆเล่นเอาแทบไม่อยากมีลูกเอาไว้ส่งเรียนเลย

    ข้าพเจ้าใคร่นึกถึงเด็กที่ไม่มีเงินพอที่จะไปเรียนพิเศษ เข้าคอร์ดภาษาตอนซันเมอร์ที่ต่างประเทศ ไม่มีปัญญาหากุงเกงว่ายน้ำไปตามสโมสรคลับทั้งหลาย ที่น่าแปลกใจและท้อใจกับโฆษณาที่ท่านผู้เขียนว่ามาก็คือ ผู้ปกครองเดี้ยวนี้นั่งเถียงกันว่าจะส่งลูกไปเรียนอะไรดี ไม่เคยนั่งคุยกันว่าตัวเองมีอะไรสอนลูกบ้าง แน่นอนว่าถ้าย้อนกลับไปสักหนึ่งช่วงคน

    ผู้ปกครองพ่อแม่ที่ไม่ต้องปากกัดตีนถีบล้วนมีเวลาพาลูกเต้า ท่องเที่ยวสั่งสอนปากต่อปาก แต่พอนับตั้งแต่ระบบการศึกษาเริ่มเอาวิชาจริยธรรมมาบรรจุลงในหลักสูตร ความคิดเห็นที่มีต่อการให้ความรู้ของผู้ปกครองก็เปลี่ยนไป กลายเป็นว่าอะไรๆก็โยนให้โรงเรียนสอนเสียหมดแม้กระทั้งเรื่องเพศศึกษา วิชาพละแทนที่จะเป็นชั่วโมงที่เด็กได้ออกกำลังกายก็มีการให้คะแนน (บ่นซะงั้น) นั่นกลับเป็นการสร้างนิสัยการเอาชนะ(กันเกินเหตุ)

    การเอาชนะเรื่องแบบนี้คุยกันผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่เป็นเรื่องตลกขอรับ แต่เจ้านายข้าพเจ้าบ่นให้ฟังนั้นไม่ตลกเลย เด็กประถมเดี้ยวนี้คิดเรื่องการแข่งขันแพ้ชนะไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลยทีเดียว การคิดเอาชนะเป็นเรื่องดีประการหนึ่งแต่การจมดิ่งกับมันมากเกินไปกลับทำให้เกิดนิสัยการเห็นแก่ตัวขึ้นมา แม้แต่เรื่องการเรียนพิเศษ ติวเตอร์ที่ให้เก่งๆ เด็กๆเขายังอมกันเลย (หมายถึงไม่ยอมบอก) เรื่องนี้แม้แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่เองรู้เข้ายังไม่สบายใจเลย

    ตายห่า บ่นเพลินอาจเพราะข้าพเจ้าเองเติบโตในวงการศึกษาแต่เล็กเลยน้ำลายแตกฟองไปเสียหน่อย ขออภัยๆ

    ขอบคุณบทความดีๆเช่นนี้ขอรับสหาย

  2. คิทชา พูดว่า:

    คิดตามไม่ทันขอรับ โปรดอย่าเพิ่งถือสา
    เดี๋ยวรวบรวมสมาธิ แล้วจะกลับมาอ่านและคอมเมนท์ใหม่ดีกว่า

    ขออภัย

  3. คิดถึงายแนมขอรับ ขาดกับแกล้มไปหนึ่งอย่าง

  4. ป้า พูดว่า:

    พูดถึงเรื่องการศึกษา อย่าว่าแต่การศึกษาของเด็กๆเลย ที่เป็นปัญหาถกเถียง
    หาทางออกกันอยู่ทุกวันนี้
    …จะให้เด็กเรียนอย่างไร สอนวิธีไหน โรงเรียนที่ไหนดี สอบยังไง ฯลฯ…ร้อยแปดปัญหา

    การศึกษาของเด็กโต ระดับมหาวิทยาลัย ก็ใช่จะดีเด่น ไร้ปัญหา
    เพิ่งได้ฟังเทปบรรยายการสอนวิชาหนึ่ง ของอาจารย์ท่านหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง
    เวลาประมาณ 60 นาที อาจารย์ท่านนีพูดเนื้อหาซะ 30 เปอร์เซ็น อีก 70 เปอร์เซ็น เป็นการเน้น แนะ ย้ำ เรื่องข้อสอบ เน้นจริงๆ ข้าพเจ้ายังไม่เคยฟังบรรยายที่ไหน ที่เน้นย้ำถึงแนวข้อสอบ ได้มากมายขนาดนี้
    ฟังจนจบ ก็จับประเด็นเนื้อหาได้ไม่มาก รวมๆก็คือ อาจารย์บอกหัวข้อเรื่องที่จะออกข้อสอบ แล้วให้นักศึกษาไปอ่านตำรา เล่มนั้น เล่มนี้ มาเองนะ
    แล้วนักศึกษาก็จะ “สอบได้ สอบผ่าน”

    ตกลงทุกวันนี้เรา “เรียนเพื่อรู้หรือเรียนเพื่อสอบ”กันแน่???เฮ้อ!

  5. kookcoo พูดว่า:

    สงสัยอาจารย์เค้ากลัวว่านักศึกษาจะสอบไม่ได้กระมังขอรับ (เพราะ อาจารย์ไม่เคยสอนหรือปล่าวน๊ะ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: