การเผชิญหน้ากันระหว่างเทือกเขาถนนธงชัยกับทะเลอันดามัน

 เรื่องเล่าจากที่สูง : พงษ์ปรัชญา

map.jpg

การเผชิญหน้ากันระหว่างเทือกเขาถนนธงชัยกับทะเลอันดามัน“ทั้งคู่เดินกลับบ้านพักไปตามเส้นทางของตนเอง  เส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ  เส้นทางที่ไม่มีเหลือแม้มิตรภาพ  หากไฟสงครามยังไม่มีวันมอดดับ”เสียงจักจั่นลั่นร้องในป่าสักก้องระงมไปทั่ว  เนิ่นนานกว่าจะสงบ  และยังไม่ทันที่ความสงบจะคลี่คลุมได้สนิท  จักจั่นผู้ทำหน้าที่ต้นเสียงก็กรีดปีกสั่นเริ่มส่งเสียงให้เหล่าญาติมิตรร่วมเผ่าพันธุ์  ประสานเสียงกันให้ดังระงมอีกครั้ง  นั่นเป็นเสียงแห่งความพร้อมพรักสามัคคีของธรรมชาติ  ผมนั่งนิ่งเงี่ยหูคอยฟังเสียงอันไพเราะนั้นอย่างผ่อนคลาย  สายลมร้อนแห่งเดือนเมษายนพัดผ่านผิวที่ซึมเหงื่อ  ลมวูบนั้นทำให้ผมรู้สึกวาบเย็นอย่างประหลาด คนงานสองคนยังคงง่วนอยู่กับการรอนกิ่งสักที่แตกแขนงออกมาจนเกินความจำเป็น  รากที่สูบสารอาหารจากผืนดินคงไม่เป็นประโยชน์ต่อลำต้นมากนักหากต้องแบ่งสารอาหารไปเลี้ยงกิ่งก้านที่มีมากจนเกินพอดี  ซึ่งมันมีผลทำให้การเจริญเติบโตของต้นสักนั้นล่าช้าออกไปอีก 

“หากไม่รอนกิ่งมันออกเสียบ้าง  ต้นมันก็จะไม่โต”  อาเคยบอกผมอย่างนั้น 

ในฤดูที่ร้อนและแล้งเช่นนี้ทำให้ต้นหมากรากไม้โกร๋นใบ  โดยเฉพาะป่าสักแห่งนี้ต่างยืนต้นเปลือยกายเหลือเพียงกิ่งก้านที่ไร้ใบ  ผืนดินใต้ต้นที่เคยมีหญ้าขึ้นรกกลับปกคลุมด้วยใบสักแห้งกรอบที่ถูกสายลมร้อนปลิดใบจากขั้วให้หลุดหล่นลงมาทับถมกันจนแทบจะมองไม่เห็นผืนหญ้าและแผ่นดิน 

กองกิ่งไม้สักสูงขึ้นเรื่อยๆจากน้ำพักน้ำแรงของคนงานทั้งสองคน  ตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจนพระอาทิตย์ใกล้จะตั้งฉากกับศีรษะ  ผมไม่เคยเห็นเขาทั้งสองหยุดพักกินน้ำกินท่า  ต่างเร่งรีบทำงานตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย  และถ้าผมไม่คิดมากจนเกินไป  ผมว่าทั้งสองคนกำลังแข่งขันกันอยู่ด้วยซ้ำ  ไม่มีใครยอมใคร  ไม่มีใครยอมเสียเปรียบให้ใคร  หากใครหยุดอีกคนก็จะหยุด flag1.jpg หากเริ่มอีกคนก็เริ่มตาม  อย่างกับว่าในสายตาที่มุ่งมั่นทำงาน  เขาทั้งสองยังเหลือพื้นที่ให้ชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างไม่ให้คลาดสายตา  บรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวผนวกกับบรรยากาศการทำงานของคนทั้งสองทำให้ผมรู้สึกอึดอัด 
เสียงจักจั่นยังลั่นร้องก้องระงมแต่โสตประสาทของผมตอนนี้กลับไม่ได้รับรู้ความไพเราะของมันเหมือนเช่นเคย  สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่คนงานทั้งสอง  ยิ่งสังเกตผมยิ่งรู้สึกแปลกใจที่เขาทั้งสองคนไม่เคยพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว  ระหว่างเขาทั้งสองเหมือนมีกำแพงที่กางกั้นไม่ให้อีกฝ่ายล่วงล้ำเข้าไป   อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนทั้งสองแสดงอาการปั้นปึ่งกันได้มากขนาดนี้ 

ผมเดาว่าเขาทั้งสองคงมีเรื่องบาดหมางใจอะไรกันสักอย่าง  น่าแปลกที่ทั้งสองคนเป็นคนชนชาติเดียวกัน  ต่างข้ามพรมแดนเข้ามาทำงานที่นี่  เอาน้ำแรงแลกเม็ดเงินเพื่อส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัวที่อยู่อีกฝั่งประเทศ  แทนที่จะรักใคร่กลมเกลียว  ช่วยเหลือกัน  กลับต้องมีเรื่องหมางใจกันจนถึงขั้นไม่มองหน้า 

พระอาทิตย์ตรงหัว  เป็นสัญญาณบอกให้คนทั้งสองพักงานไปกินข้าวเที่ยง  เขาทั้งสองต่างวางพร้าไว้ใต้ต้นสักและเดินทางใครทางมันกลับไปยังบ้านพักคนงานซึ่งอยู่ลึกเลยเข้าไปในป่าสักอีกไม่ไกล-

ผมถามพี่ชายเมื่ออาหารกลางวันซึ่งเป็นมื้อแรกตกถึงท้องว่า  ทำไมสองคนนั่นถึงดูไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่  แล้วผมก็ได้คำตอบว่าแท้จริงแล้วผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด ice2.jpg เพราะแม้ว่าคนทั้งสองจะได้ชื่อว่ามาจากขอบเขตประเทศเดียวกันก็ตาม  แต่ทั้งสองกลับไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นชนชาติเดียวกัน 

คนหนึ่งเป็นชาวพม่า  อีกคนเป็นชาวกะเหรี่ยง 

คนงานชาวพม่านั้นชื่อดำ  ผมเรียกแกจนติดปากว่า  “อ้ายดำ”  อ้ายดำเดินทางมาจากหมู่บ้านติดชายทะเลอันดามัน  เมื่อก่อนเคยถือปืนมีอาชีพเป็นทหารให้กับรัฐบาลทหารพม่า  แต่มีอันต้องหนีทัพข้ามมาฝั่งประเทศไทยเพราะทนถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทหารที่มียศมีดาวสูงกว่าไม่ได้  อ้ายดำจึงมาปักหลักทำมาหากินอยู่ที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว

อีกคนเป็นแรงงานต่างด้าวเช่นกัน  เขาชื่อ  “ไมค์”  เป็นชาวกะเหรี่ยงที่นับถือศาสนาคริสต์  เกิดและเติบโตในศูนย์อพยพชาวกะเหรี่ยงอำเภอท่าสองยางใช้ชีวิตอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยในเขตจังหวัดตาก  แต่ไม่สามารถถือสัญชาติไทยได้  พ่อแม่ไมค์อพยพหนีสงครามและการปราบปรามชนกลุ่มน้อยที่มีอยู่มากมายจากรัฐบาลทหารพม่า  ญาติพี่น้องของไมค์หลายคนเสียชีวิตเพราะคมกระสุนและระเบิดที่กรูกระหน่ำมาดหมายทำลายเข้ามาบนผืนแผ่นดินที่พวกเขาคิดว่าเป็นดินแดนของพวกเขาโดยกรรมสิทธิ์   
หลังกินข้าวเที่ยงคนงานทั้งสองคนกลับมาทำงานตามหน้าที่  กิ่งสักกองพูนสูงขึ้นมาก  พี่ชายบอกให้ทั้งสองคนช่วยกันลำเลียงกิ่งสักมาไว้บนรถอีแต๋นเพื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้าน- – 

กิ่งสักกองสุดท้ายถูกโยนลงบนท้ายกระบะรถอีแต๋น  หลังจากนั้นพี่ชายสั่งให้ทั้งสองคนช่วยกันจุดไฟเผาใบสักแห้งกรอบใต้ต้นสัก  เปลวไฟลุกโชนลามเลียกินเนื้อใบสักแห้งไปเรื่อยๆ  ฝูงนกแซงแซวบินว่อนอยู่เหนือขึ้นไป  ต่างบินฉวัดเฉวียนไล่จิกกินแมลงตัวน้อยที่บินหนีเปลวไฟขึ้นสู่เบื้องบน  คนงานทั้งสองยืนสงบนิ่ง  เฝ้าระวังไม่ให้เปลวไฟลามออกไปนอกอาณาบริเวณที่กำหนด  ใบสักถูกเปลวไฟผลาญเผาจนเหลือเพียงเศษขี้เถ้าสีเทาดำทาบทาไปทั่วบริเวณป่าสัก  ไฟมอดสงบลงไปแล้วทิ้งไว้เพียงควันที่โชยเรี่ยผิวดินไปตามแรงลม  

ทั้งคู่เดินกลับบ้านพักไปตามเส้นทางของตนเอง  เส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ  เส้นทางที่ไม่มีเหลือแม้มิตรภาพ  หากไฟสงครามยังไม่มีวันมอดดับ  •

kaawss.jpg

Advertisements

2 Responses to การเผชิญหน้ากันระหว่างเทือกเขาถนนธงชัยกับทะเลอันดามัน

  1. เม พูดว่า:

    อยากเห็นประเทศกะเหรี่ยงอยู่บนพื้นที่โลกอ่ะ

  2. kaawrowkaw พูดว่า:

    คุณเมคงหมายถึงปรากฏอยู่ในแผนที่โลกกระมัง

    อันว่า ประเทศกระเหรี่ยง หรือ รัฐอิสระตามแนวคิดของพม่า ก็มีอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว

    ด้วยมิตรฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: