บ้านหนอนสอนอะไร?

editortouch.jpg

บ้านหนอนสอนอะไร? 

ผมย่างปลายนิ้วเข้ามาในบ้านหลังนี้กลางเดือนธันวาฯปีกลาย

กว่าจะกล้าหาญชาญชัย  แหย่ย่างเข้ามา  ก็ใช้เวลา  ด้อม ๆ  มอง ๆ  จด ๆ  จ้อง ๆ เสียเป็นนาน  ผมกวาดสายตาอ่านไปทั่วบ้าน ตั้งแต่หน้า Main Page จนทุกบทสัมภาษณ์   

มาหยุดอยู่หน้าที่มีการเคลื่อนไหว  

‘Main Page’ เป็นความเรียงรสกลมกล่อม  ให้แง่คิด  เหมือนได้นั่งคุยกับคนที่อยู่ในมุมเดียวกันบนผืนโลก  ต่อมากลายเป็นรอยเท้าเล็ก ๆ ของเรา หนังสือที่วางหัวเตียงของใครหลายคน  ท่านเจ้าของบ้านลงบทความใหม่ทุกวันเสาร์  

คุยกับวินทร์ ทำให้ได้เรียนรู้มุมมอง  วิธีคิด  หลักการทำงานของท่านเจ้าของบ้านผู้เป็นนักเขียนใหญ่ของประเทศ   แล้วผมก็ได้พบ หนอนสนทนา  แรกๆไม่ได้สนใจ  ด้วยคิดว่าเป็นบอร์ดสาธารณะทั่วไป  พอแล้วสำหรับผม  พอแล้วสำหรับวิวาทะบนพื้นที่สาธารณะที่ไม่รู้ใครเป็นใคร  ไม่เคยคิดหวนกลับไปแตะต้องอีก  

ผมจึงวนเวียนอยู่หน้า คุยกับวินทร์  อ่านทุกคำถาม-ตอบ  นึกอยากจะเขียนมาคุยบ้าง  แต่ไม่กล้า  จนครั้งหนึ่ง  ความเรียงหน้า Main Page บทเรียนจากความเชื่องช้า สร้างแรงสะท้อนให้ผมพยายามเขียนออกมา  ผมเขียนหนึ่งวัน  เกลาหนึ่งวัน  เรียบเรียงใหม่อีกหนึ่งวัน  ได้ความเรียงสั้นๆไม่กี่บรรทัด        

มือสั่นคลิกส่งมา…จากนั้นรอคอยคำตอบ 

ได้คำตอบสั้น ๆ  แต่ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำนั้น  ชักนำนิ้วของผมให้วนเวียนอยู่บนแป้นพิมพ์ต่อไป  ผมรออ่าน Main Page จากนั้นสำรวจข้างในว่ามีอะไรผุดขึ้นมาบ้าง  บางครั้งเป็นฟองอากาศ  บางครั้งคล้ายบั้งไฟพญานาค  พอโผล่พ้นน้ำผมรีบคว้ามันไว้  พยายามแปรรูปให้เป็นตัวอักษรอย่างลำบากยากเย็น  คลิกส่ง  แล้วรอคอยคำตอบ  ไม่ต้องคอยนาน  วันเดียวก็ได้คำตอบจากนักเขียนใหญ่   

หลังอ่าน คุยกับวินทร์ อดไม่ได้ที่จะเข้าห้อง หนอนสนทนา ดูสิว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน  ผมปฏิบัติเช่นนี้อยู่พักใหญ่  จนรู้สึกเหมือนรู้จักคนเหล่านั้น  พุ่มฮัก พานเสีอ,  Goodman,   กีรติ,   ผีเสื้อสมุด,  วนิดา(นามปากกา), cocaine,  จี-รา,  ไอซ์,  _Little pig_,  อานันท์,  คิทชา,  saranya_nok.worm,  ทรงทอม   อ่านนานๆเข้าจึงเริ่มรับรู้ว่า  นี่ไม่ใช่บอร์ดสาธารณะอย่างที่ผมคุ้นเคย  มีถ้อยคำรุนแรง  ชวนทะเลาะโผล่เข้ามาบ้างบางครั้ง  แต่พวกเขาไม่ต่อล้อ  ต่อเถียง  กลับกัน  พวกเขาตอบด้วยท่าทีสุภาพ  ผมเริ่มเปลี่ยนความคิด  ความรู้สึกอยากเข้าไปอยู่ร่วมในสังคมของพวกเขา  ค่อย ๆ งอกเงย  คล้ายถั่วงอกที่ยืดลำต้นออกมาจากเมล็ดถั่วเขียวยามค่ำคืน  ผมไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้นเมื่อไร  ผมค่อยๆยื่นก้านถั่วงอกผอมแห้งเข้าไปในสังคมของพวกเขาช้า ๆ  ลงความคิดเห็นสั้น ๆ เพราะไม่กล้า  กลัวจะปล่อยไก่ออกมาวิ่งเพ่นพ่าน   

คำทักทายจากพวกเขาทำให้ผมไม่โดดเดี่ยว  ทั้งยังเพิ่มความกล้า  ขยับนิ้ว  เรียงร้อยเรื่องราวที่ไม่ประสีประสา  เพียงอยากบอกว่า ขอเขียนด้วยคน จนไออุ่นมิตรภาพเข้ามาโอบล้อม  นิ้วของผมหายไป  ไปวิ่งเล่นจิ้มตัวอักษรอยู่ที่บ้านหนอน  ขณะร่างกายส่วนอื่นอยู่ในชนบทห่างไกล  โดยไม่เคยมีใครสอนใคร  การทำให้ดูคือคำแนะนำ   ผมค่อยๆเรียนรู้จากพวกเขา  การจัดรูปหน้า  ระมัดระวังคำผิด  การแก้ไขคำผิดของตัวเอง  การใช้พื้นที่ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด  การพูดคุยโต้ตอบที่สุภาพ  ระมัดระวัง  ไม่ก้าวร้าว  ท้าทาย   

ต่อมาจึงได้คิดว่า… พวกเขาคงเป็นผลความตั้งใจของท่านเจ้าของบ้าน  ท่านเปิดพื้นที่แห่งนี้ขึ้น  โดยใช้ชื่อท่านเอง  ไม่กำหนดกฎเกณฑ์เหมือนบอร์ดสาธารณะทั่วไป  เพื่อให้ดูแลตัวเอง  ดูแลกันเอง  ท่านเขียนลงหน้า Main Page เป็นกิจวัตร  ต่อเนื่องยาวนานมิได้ขาด  ขณะงานเขียนประจำ  งานรับเชิญยังคงดำเนินไป  เพื่อบอกให้รู้ถึงวินัยนักเขียน  ท่านสละเวลาตอบทุกคำถาม  ทุกวัน  เพื่อให้เราได้เรียนรู้  เก็บไปคิดใคร่ครวญ  ท่านตอบทุกประเภทคนถาม  เพื่อบอกให้เรารู้ถึงการติดต่อสื่อสารกับสาธารณะ  ท่านแก้ไขคำผิดให้ อย่างไม่เบื่อหน่าย  ท่านชี้แนะ  ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต  และงานเขียน  

ทั้งหลายเหล่านี้คงมีผลให้เหล่าหนอนนัก(หัด)เขียนแห่งบ้านหนอน  สร้างสังคมชนิดหนึ่งขึ้น  เป็นสังคมที่เรียนรู้จากกันและกัน  พัฒนาทักษะงานเขียน  เจริญวุฒิภาวะไปด้วยกัน  และนั่น  คงเป็นความตั้งใจของท่านเจ้าของบ้าน  ที่อยากเห็น  สังคมวทัญญู อยู่ร่วมกัน  พูดคุย  ปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดีงาม 

บ้านหนอนสอนอะไร? 

บ้านหนอนคงไม่ได้สอนอะไร! จะเรียนรู้ได้แค่ไหน?  เพียงใด?  ล้วนขึ้นกับวุฒิภาวะของเราขณะนั้น ๆ ที่จะครุ่นคิด ใคร่ครวญ  มองคนรอบข้าง  แล้วนำสิ่งดี มาปรับใช้  เคยมีคำถามถึงท่านเจ้าของบ้านขอฝากตัวเป็นนักเรียน ท่านตอบว่า… โรงเรียนหนอนวิทยาแห่งนี้เรียนง่ายครับ  ไม่มีหลักสูตร  ไม่มีตำรา  ไม่มีแป๊ะเจี๊ยะ ไม่มีการกวดวิชา  ไม่มีเกรด  ไม่มีปริญญาบัตร  ห้องเรียนที่นี่เป็นเพียงกระจกเงาบานหนึ่งให้นักเรียนส่องดูตัวเอง  และครุ่นคิดเอาเองว่าตนเองรู้อะไรบ้าง     

บอกอแบกบาล.

ขอบคุณ เครื่องพิมพ์ดีดจากพี่ท่านอานันท์ กองบอกอ ได้นำมาใช้แปลงสัญญาณคลื่นไฟฟ้า เป็นตัวอักษรผ่านตา นับเป็นของกำนัลสูงค่ายิ่งแล้ว  

ย่างก้าว..ที่เราเดินไปด้วยกัน

Advertisements

3 Responses to บ้านหนอนสอนอะไร?

  1. nena พูดว่า:

    สอนอะไรไม่รู้ แต่วันนี้ ง่วงนอนแล้วจ้า ว่างๆ จะเข้ามาใหม่เน้อ

    ยิ้มให้ (^ ^) ค่ะ …….ชะแว้บ!

  2. โจนาธาน พูดว่า:

    ผมว่า บ้านนี้สอนให้ตนเองรับใช้ความคิดของตนเอง

    โดยการเขียน

    โจ.

    โบกโบย..บิยโบก

  3. โจนาธาน พูดว่า:

    ผมว่า บ้านนี้ สอนให้ตนเองรับใช้ความคิดของตนเอง..โดยการเขียน

    โจ.

    โบกโบย..บิยโบก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: