เรื่องสั้น : กุหลาบวาเลนไทน์

เขียนโดย…กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ
ตีพิมพ์ครั้งแรก : กุลสตรี ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ริมถนนพัฒนาการยามหัวค่ำของคืนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมาหนาตากว่าทุกวัน ดลชนกเห็นชายหนุ่ม-หญิงสาวหลายคู่กำดอกกุหลาบไว้ในมือเดินผ่านหน้าร้านของเธอไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงจันทร์ที่ทอแสงสว่างโดดเด่นอยู่กลางฟ้ามืด ดั่งช่วยเติมเต็มบรรยากาศโรแมนติกให้กับทุกคู่รัก

เพียงปีละหนึ่งวันเท่านั้น ที่ร้านขายดอกไม้ข้าง ๆ ร้านเบเกอรี่ของดลชนกขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะตั้งราคาดอกกุหลาบก้านยาวสีแดงสดสูงสักเพียงไหนกลับขายหมดภายในพริบตา ขณะที่ร้านเบเกอรี่ของดลชนกกลับมีลูกค้านับคนได้ ไม่มีใครนิยมมอบเค้กต่อกันดังเช่นเทศกาลอื่น ๆ วันนี้หญิงสาวจึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ เพื่อให้เพื่อนร่วมหุ้นสองคนกับลูกมือวัยสิบแปดไปฉลองวาเลนไทน์กับคนรัก ดลชนกปิดล็อคด้านในของบานประตูกระจกใสหน้าร้าน ก่อนเดินกลับเข้ามานั่งหลังเคาน์เตอร์ คิดบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน และลิสต์รายการสินค้าที่ต้องซื้อในวันพรุ่งนี้อยู่ตามลำพังอย่างเงียบเหงา

ในขณะที่วันวาเลนไทน์มีความหมายกับคู่รักทั่วโลก แต่สำหรับหญิงสาวร่างท้วมเจ้าของร้านเบเกอรี่อย่างดลชนกกลับรู้สึกซึมเศร้ามากกว่าปีติสุขอย่างเช่นทุกวัน เพราะวันวาเลนไทน์ไม่เคยมีความหมายกับชีวิตเธอ หญิงสาวไม่เคยมีคนรัก เธอไม่รู้จักความรัก วัยสาวของเธอผลิบานอยู่ภายใต้ร่างท้วมที่หนักร่วมหนึ่งร้อยกิโลกรัมมาตลอดจวบจนอายุย่างเข้า ๒๖ ดลชนกไม่เคยเป็นที่สนใจของเพื่อนต่างเพศ และหญิงสาวคงไม่รู้สึกอะไร หากเพื่อนของเธอไม่ทยอยมีคนรักกันไปทีละคนสองคน

ใช่ว่าดลชนกไม่อยากมีรูปร่างดีเหมือนคนอื่น แต่เธอยอมรับว่าตัวเองรักสบายจนเคยชิน การออกกำลังกายจึงดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับเธอ ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนหญิงหลายคนของดลชนกใช้วิธีลดไขมันส่วนเกินทางลัดด้วยการกินยาลดความอ้วน ทั้งที่พวกเธอเหล่านั้นหนักไม่ถึงครึ่งหนึ่งของดลชนก เพราะมันเห็นผลในระยะเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ รวดเร็วกว่าการหมั่นออกกำลังกายทุกวันเสียอีก แม้ว่าคนที่กินยาชนิดนี้จะได้รับผลข้างเคียงมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ความอยากมีรูปร่างดีของผู้หญิงยุคใหม่ทำให้เกิดค่านิยมที่ผิด ๆ คลินิกลดความอ้วนจึงผุดขึ้นในทุกตรอกซอกซอยราวเห็ดได้ฝน

ดลชนกเคยดูรายการโทรทัศน์ประเภทวาไรตี้โชว์อยู่สองสามรายการ ที่นำสาวรุ่นซึ่งอยู่ในช่วงวัย ๑๘-๒๕ ปี ผู้ที่เคยกินยาลดความอ้วนในระยะยาวแล้วได้ผลกระทบร้ายแรงมาสัมภาษณ์เพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่ผู้ชม ข้อมูลที่ได้รับรู้จากคำบอกเล่าของเธอ ๆ เหล่านั้น ทำให้ดลชนกถึงกับต้องเอามือทาบอก เพราะมันไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะตัวของผู้ที่กินยาลดความอ้วนเท่านั้น แต่มันส่งผลไปถึงคนในครอบครัว ทุกคนที่มาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ผลของการกินยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปีเปลี่ยนแปลงนิสัยใจคอของพวกเธอให้กลายเป็นคนฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย และก้าวร้าว จนทำให้เกิดปากเสียงกับคนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่บุพการีของตัวเอง ที่หนักไปกว่านั้นคือเกิดอาการหูแว่ว ประสาทหลอน พูดคนเดียว และร้ายแรงไปจนถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ดลชนกไม่เคยคิดลดน้ำหนักด้วยการกินยาลดความอ้วน เธออยากเป็นผู้หญิงตัวกลมอารมณ์ดีมากกว่านางยักษ์หุ่นสวยที่ไม่มีใครเข้าหน้าติด แม้ความอ้วนจะมีผลทำให้เธอเจ็บแปลบหัวใจอยู่บ้าง แต่ยังไงเสีย เธอคงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ชายหนุ่มสักคนมาสนใจ

ใช่ว่าดลชนกเพิ่งอ้วนเมื่อวานนี้ แต่เธอมีรูปร่างอ้วนท้วนสูงใหญ่มาตั้งแต่วัยเด็ก น้องชายทั้งสองของเธอก็เช่นกัน สาเหตุหนึ่งน่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่เด็กหนุ่มไม่มีไขมันสะสมมากมายเท่ากับเธอ เพราะมันถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อ ตั้งแต่พวกเขาเข้าเป็นสมาชิกชมรมกีฬาของสถาบัน

การเป็นลูกสาวคนโตก็น่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดลชนกไม่สามารถลดความอ้วนได้สักที เพราะแม่มีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินของทุกคนในบ้าน หญิงสาวถูกสอนให้รู้จักเข้าครัวทำอาหาร เธอเป็นลูกมือของแม่มาตั้งแต่ชั้นประถม ขณะที่เธอทำแกงเขียวหวานให้คนในครอบครัวทานได้แล้ว แต่เด็กรุ่นเดียวกันกับเธอยังทอดไข่ไม่เป็น

ด้วยพื้นฐานของการชอบทำอาหารมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เลยมีผลให้ดลชนกเลือกเรียนสาขาวิชาเกี่ยวกับการทำอาหารมาตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย เวลาว่างของเธอหมดไปกับการศึกษาตำราอาหารมากกว่ากิจกรรมอื่น หญิงสาวมักคิดค้นเมนูแปลกใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมาทำให้คนในครอบครัวรับประทานอยู่เสมอ เธออยากให้พวกเขาได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดี ดลชนกไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายกับหน้าที่ในครัว เพราะการสรรหาสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่เธอรักมันเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของเธอ

เสียงกริ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นดึงสายตาของดลชนกพ้นจากสมุดบัญชีร้านไปทางต้นเสียง ดวงไฟที่เปิดสว่างส่งผลให้เธอเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน เธอส่งยิ้มให้กับเขา ก่อนกุลีกุจอลุกไปไขกุญแจประตู พร้อมกล่าวเชื้อเชิญ

“สวัสดีค่ะคุณยศ เชิญนั่งก่อนค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้จะรับอะไรดีคะ” หญิงสาวเดินนำลูกค้าขาประจำเข้ามายังโซฟารับแขกที่จัดวางอย่างมีสไตล์ตรงข้ามกับตู้แช่เบเกอรี่

“นี่คุณดลปิดร้านแล้วหรือครับ?” ชายหนุ่มวัยสามสิบเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นห้องด้านหลังปิดไฟมืดสนิท

“ใช่ค่ะ พอดีวันนี้ลูกค้าไม่ค่อยมี สาว ๆ เลยหนีไปฉลองวาเลนไทน์กันหมดน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับเดินไปรินน้ำจากตู้เย็นมาต้อนรับเขาพร้อมส่งยิ้มเปิดเผย

“แล้วคุณดลไม่ไปฉลองที่ไหนหรือครับ?” ยศกรพลั้งปากถามหญิงสาวออกไปโดยไม่ได้คิดอะไร สีหน้ายิ้มรื่นเมื่อครู่ของดลชนกเปลี่ยนเป็นสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มรู้สึกผิดที่เอ่ยถามเรื่องที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ขณะที่ดลชนกกำลังคิดหาคำตอบ ยศกรกลับเปลี่ยนเรื่องจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว

“ถ้าคุณดลไม่รีบไปไหน ผมมีเรื่องรบกวนหน่อยได้ไหมครับ?”

เมื่อเห็นหญิงสาวขมวดคิ้ว ยศกรจึงบอกจุดประสงค์ของเขาที่มาเยี่ยมเยือนร้านของเธอในวันนี้ทันที

“ผมเพิ่งกลับจากไซต์งานที่ชลบุรีครับ มาถึงบางนาก็ปาเข้าไปเกือบทุ่มแล้ว ผมแวะหาซื้อดอกกุหลาบที่ร้านขายดอกไม้ละแวกนั้น กะว่าจะเอาไปให้แฟน แต่ร้านไหน ๆ ก็ขายหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือให้ผมสักดอก ครั้นจะให้ผมขับรถไปซื้อถึงปากคลองตลาดก็คงไม่ไหว วันนี้ผมเหนื่อยมากเลยครับคุณดล คุมงานกลางแดดตลอดทั้งวัน จริง ๆ แล้วผมมีนัดดินเนอร์กับแฟนด้วยนะครับเนี่ย แต่งานก็มีปัญหาจนทำให้ยืดเยื้อมาถึงเย็น พอผมโทร.บอกเธอว่ากลับมาไม่ทัน เธองอนผมใหญ่เลย ถ้าวันนี้ผมไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปให้เธอ ผมต้องแย่แน่ ๆ ผมเลยคิดถึงเค้กร้านคุณดลขึ้นมา คุณดลพอจะแต่งหน้าเค้กเป็นรูปดอกกุหลาบสีแดงให้ผมได้ไหมครับ?”

ดลชนกแอบอมยิ้ม นึกขันในสีหน้ากับท่าทีที่ร้อนรนของเขา ยศกรเป็นลูกค้าชั้นดีของเธอมานานนับปี เขาอุดหนุนสินค้าในร้านทุกเทศกาล หญิงสาวรู้จากปากของชายหนุ่มว่าเขามีอาชีพเป็นวิศวกร แฟนของเขาเป็นสาวเดคคอเรท บ้านของเขาอยู่ถัดจากร้านของเธอไปเพียงสองซอย ส่วนบ้านแฟนของเขาก็ห่างจากนั้นไปไม่ไกลนัก เพียงแต่อยู่คนละฟากฝั่งถนน คนทั้งสองเคยมาปรากฏกายพร้อมกันอยู่หลายครั้ง แฟนสาวของยศกรจัดว่าเป็นสาวยุคใหม่ที่มีรูปร่างหน้าตาดี โกรกผมสีแดงมะฮอกกานี แต่งตัวโฉบเฉี่ยวทันสมัย แม้ท่าทีของหล่อนจะดูหยิ่ง ๆ เหมือนคนเอาแต่ใจ แต่ความมีเสน่ห์ในตัวหล่อนก็สามารถทำให้ทุกคนหันมองจนเหลียวหลัง

“ได้สิคะคุณยศ แต่มันต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงนะคะ คุณยศจะรอไหวมั้ย?” ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ก่อนตอบเธอว่า

“สบายมากครับ ตอนนี้ก็…อีกสิบนาทีสองทุ่ม เผื่อเวลาไปเลยชั่วโมงครึ่ง ยังไงผมถึงบ้านแฟนคงไม่เกินสี่ทุ่ม จัดการได้เลยครับ เค้กรสอะไรก็ได้นะครับ เพียงแต่ขอหน้าเป็นดอกกุหลาบสีแดงก็พอ”

“ได้ค่ะ คุณยศนั่งอ่านหนังสือรอสักครู่นะคะ”

“เดี๋ยวผมนั่งทำงานรอก็ได้ครับ” เขาพูดพร้อมชูกระเป๋าโน้ตบุ๊คในมือ

หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง ก่อนหันหลังกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์แคชเชียร์เข้าไปยังห้องด้านใน เปิดสวิตช์ไฟริมประตู พร้อมกดโทรศัพท์บอกกับมารดาสั้น ๆ ว่ามีลูกค้ามาสั่งเค้ก คงกลับดึกสักหน่อย จากนั้นหญิงสาวก็สวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผมและถุงมือ

ดลชนกจัดแจงกับไข่ไก่ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน นำครีมชีส น้ำตาลทรายกับไข่แดงใส่ภาชนะแล้วตีเข้าด้วยกัน จากนั้นเธอนำแป้งเค้กและกลิ่นวานิลลามาผสมกับนมข้นจืด แล้วตีรวมกับไข่ขาวกับน้ำตาลทรายในภาชนะอีกอันหนึ่งจนขึ้นฟู แล้วนำมาเทรวมกับครีมชีสที่ผสมเอาไว้แล้ว ขณะที่กำลังคนส่วนผสมของแป้งเค้กกับครีมชีสให้เข้ากันอยู่นั้น ยศกรก็ส่งเสียงแทรกผ่านความเงียบเข้ามา

“คุณดลทานมื้อเย็นหรือยังครับ?”

“ยังเลยค่ะ ถ้าคุณยศหิว เชิญไปรับประทานก่อนได้นะคะ เพราะกว่าเค้กจะเสร็จก็อีกพักใหญ่เลยค่ะ”

“งั้น…รบกวนคุณดลมาล็อคประตูให้ผมด้วยครับ”

หญิงสาวเช็ดมือ เดินตามหลังเขาออกมาทางหน้าร้านอย่างว่าง่าย

“ถ้าคุณยศมาถึงก็กดกริ่งเรียกแล้วกันนะคะ ดลจะได้มาเปิดประตูให้ ทานให้อร่อยนะคะ”

ยศกรยิ้มรับ ไม่ถึง ๒๐ นาที ชายหนุ่มก็กลับมาพร้อมถุงอาหารในมือ เขากดกริ่งในขณะที่ดลชนกนำเค้กเข้าเตาอบเสร็จพอดี

“คุณดลทานมื้อค่ำเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ ผมซื้ออาหารญี่ปุ่นร้านฝั่งตรงข้ามมา” เขาชูถุงในมือขึ้นสูง เหมือนชายหนุ่มจะเดาท่าทีของเธอออก เขาจึงขอร้องแกมบังคับอย่างไม่รอให้เธอปฏิเสธ

“ถือซะว่าอาหารมื้อแทนการขอบคุณที่คุณดลช่วยผมวันนี้แล้วกันนะครับ ถ้าคุณดลไม่ทาน แสดงว่าคุณดลไม่รับคำขอบคุณจากผม”

ดลชนกพูดไม่ออก อีกประมาณ ๓๐ นาทีกว่าจะนำเค้กออกจากเตาอบได้ เธอจึงถอดถุงมือออกอย่างจำนน แล้วนำจานชามมาวางลงบนโต๊ะรับประทานอาหารที่ตั้งอยู่ชิดกับผนังห้องด้านใน หลังจากเทอาหารใส่ภาชนะเรียบร้อย เธอรินนำดื่มให้แก่เขาและตัวเอง ก่อนร่วมทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป มันเป็นคืนวาเลนไทน์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตของดลชนก ที่ต้องมานั่งทานอาหารกับชายหนุ่มวิศวกรผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อม คนรักของสาวเดคคอเรท

ดลชนกรู้สึกขันขื่น เมื่อคิดถึงเรื่องของตัวเอง หากเธอเป็นคนรักของยศกร เธอคงไม่เรียกร้องอะไรในคืนนี้ แค่มีคนรักอยู่เคียงข้าง นั่นก็เพียงพอสำหรับเธอแล้ว แต่ที่ผ่านมามันไม่มี พอนึกมาถึงตรงนี้หญิงสาวเผลอถอนหายใจออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ถอนใจทำไมล่ะครับ อาหารไม่อร่อยหรือครับ?”

“เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ อาหารอร่อยมาก ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อนี้”

หลังทานอาหารเสร็จ ดลชนกเชิญยศกรให้กลับไปนั่งรอด้านนอก หญิงสาวเก็บจานชามไปล้างคว่ำเรียบร้อย เช็ดมือจนแห้งพร้อมสวมถุงมือใหม่อีกครั้ง แล้วหันมานำแม่พิมพ์ที่บรรจุเนื้อเค้กออกจากเตา เป่าพัดลมเบา ๆ ให้คลายความร้อน ก่อนปาดครีมลงพื้นจนทั่วแล้วแต่งหน้าเค้กตามที่ชายหนุ่มสั่ง ไม่นานนักเค้กวานิลลาก็ถูกดลชนกตกแต่งโฉมหน้าด้วยลวดลายดอกกุหลาบสีแดงสดวางเรียงกันเป็นรูปหัวใจ เสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงเดินไปยังปากประตู ส่งเสียงถามชายหนุ่มว่าจะให้เธอเขียนหน้าเค้กว่าอย่างไร

“เอาเป็น…LOVE YOU FOREVER สั้น ๆ ง่าย ๆ แล้วกันครับ” ยศกรตอบพร้อมกับปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คแล้วเก็บมันลงกระเป๋าอย่างรู้เวลา

ไม่นานนักดลชนกก็เดินออกมาพร้อมกล่องใส่เค้กที่คาดทับด้วยริบบิ้นสีชมพูสด เธอวางมันลงบนโต๊ะข้าง ๆ กับกระเป๋าโน้ตบุ๊คของชายหนุ่ม ทันทีที่สายตาของยศกรมองผ่านแผ่นพลาสติกใสด้านบนเข้าไปเห็นหน้าเค้กข้างในเขาถึงกับทำตาโตก่อนคลี่ยิ้ม

“โอ้โห สวยมากเลยครับคุณดล แฟนผมต้องชอบมันแน่ ๆ ขอบคุณมากครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อย เพราะมันเป็นหน้าที่ของดลอยู่แล้ว หวังว่าคงถูกใจแฟนคุณยศนะคะ”

“แน่นอนครับ คิดสตางค์เลยก็ได้ครับ ผมรบกวนเวลาของคุณดลมามากแล้ว”

ดลชนกคิดราคาเค้กวาเลนไทน์ของยศกรเท่ากับราคาเค้กหนัก 2 ปอนด์ทั่วไป แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอม เขาให้แบงก์ห้าร้อยกับเธอ ก่อนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แล้วผลุนผลันออกจากร้านไปโดยไม่รอเงินทอน

ดลชนกกลับมาถึงบ้านในเวลาสี่ทุ่มเศษ ชั้นล่างยังเปิดไฟสว่าง มารดาของเธอเป็นผู้เดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ ปกติแล้วช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนในบ้านต่างแยกย้ายไปพักผ่อนยังห้องของตน พ่อกับแม่ผู้มีชีวิตเพิ่งผ่านพ้นวัยเกษียณมักนั่งทำสมาธิในห้องพระก่อนเข้านอน แต่คงเป็นเพราะความห่วงใยในตัวเธอ แม่จึงปล่อยให้พ่อนั่งสมาธิตามลำพัง

“เหนื่อยมั้ยลูก ทานอะไรมาหรือยัง เดี๋ยวแม่จะไปอุ่นกับข้าวให้นะจ๊ะ” แม่ของหญิงสาวเอ่ยถามขณะเดินนำหน้าเธอเข้าบ้าน

“ดลทานมาแล้วค่ะแม่ คุณยศเขาซื้ออาหารมาเผื่อน่ะค่ะ” เธอตอบพร้อมทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องรับแขก โดยมีมารดาเดินตามมานั่งข้าง ๆ

“อ้อ…คุณยศนี่เองที่มาช่วยลูกสาวของแม่ปิดร้านซะดึก”

แม่ของดลชนกเคยเจอกับชายหนุ่มเพียงครั้งเดียวตอนช่วงปีใหม่ แต่กลับจำเขาได้แม่นยำ เพราะเขาเป็นลูกค้าคนเดียวที่เข้ามายกมือไหว้เธอถึงในห้องทำเบเกอรี่

“เอ…แล้วทำไมเขาถึงมาสั่งเค้กกะทันหันอย่างนี้ล่ะลูก”

เขาเพิ่งกลับมาจากทำงานที่ชลบุรีตอนหัวค่ำนี่เองค่ะ แล้วหาซื้อดอกกุหลาบให้แฟนไม่ได้ เขากลัวแฟนโกรธ เลยให้ดลช่วยทำเค้กหน้าดอกกุหลาบแทนน่ะค่ะ”

“แล้วทำไมแฟนเขาต้องโกรธด้วยล่ะลูก วันนี้วันเกิดแฟนเขาหรือ?”

“โธ่แม่ขา แม่นี่เชยจัง วันนี้วันวาเลนไทน์ไงคะแม่ คุณยศเขาก็อยากเอาใจแฟนบ้างสิคะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีใครวิ่งหาดอกกุหลาบมาให้ดลอย่างนี้บ้าง…เฮ้อ” เสียงถอนหายใจกับใบหน้าเจือเศร้าของลูกสาว ทำให้ผู้เป็นมารดารู้สึกว่าดลชนกมีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่ในใจจนต้องเอ่ยปากถาม

“ลูกรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์เหมือนคนอื่นเขาอย่างนั้นหรือลูก?” ดลชนกไม่คิดว่ามารดาจะถามออกมาตรง ๆ เช่นนี้ เพราะปกติแล้วเธอไม่เคยแสดงความกังวลในเรื่องใด ๆ ให้แม่ได้รับรู้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตา หรือการไร้ซึ่งคนรัก

“ดลยอมรับนะคะแม่ ว่าพอถึงวันวาเลนไทน์ทีไร มันทำให้ดลรู้สึกหดหู่ บางทีดลก็อยากได้ดอกกุหลาบสักดอกเหมือนกัน” หญิงสาวไม่อยากโป้ปด เธอจึงพูดออกไปตามความรู้สึก

“แสดงว่าลูกไม่เคยมองเห็นดอกกุหลาบในบ้านของเรา”

ดลชนกนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโน้มตัวไปโอบกอดเอวหนาของมารดาเอาไว้หลวม ๆ หญิงสาวซบใบหน้าลงกับอกของบุพการี เธอไม่น่าแสดงความคิดที่ตื้นเขินเช่นนั้นออกไปเลย คำพูดของแม่ทำให้เธอเพิ่งมองเห็นสัจธรรมที่แท้ ดอกกุหลาบในบ้านของเธอแย้มกลีบผลิบานทุกวัน ความรักของทุกคนแบ่งปันสู่กันอยู่ตลอดเวลา โดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นวันนี้หรือวันไหน

“ลูกเห็นดอกกุหลาบในบ้านของเราแล้วใช่ไหมจ๊ะ?” มารดาถามพร้อมกับลูบศีรษะของเธอไปมาอย่างเอ็นดู

“ค่ะแม่” ดลชนกตอบเบา ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของมารดา

“แม่เชื่อว่าคนเราต่างเกิดมาเพื่อรอคอยใครคนหนึ่งซึ่งเป็นเนื้อคู่ ลูกไม่เห็นหรือว่าอวัยวะส่วนใหญ่ของร่างกายคนเราน่ะมีเป็นคู่ แต่หัวใจกลับมีดวงเดียว พระเจ้าประทานมาให้เราเพียงเท่านั้น ส่วนอีกดวงหนึ่ง…โชคชะตาจะเป็นผู้นำพาเราไปพบกับมันเอง ดูอย่างแม่สิ อายุตั้ง ๓๐ เชียวนะกว่าจะได้เจอกับพ่อของลูก สี่ปีต่อมาถึงได้แต่งงาน แม่ไม่อยากให้ลูกกังวลหรือคิดว่ามันเป็นปมด้อยนะจ๊ะ”

ดลชนกกอดมารดาแน่นขึ้น รู้สึกซาบซึ้งกับความรัก ความเอื้ออาทรที่แม่มีให้เสมอมา หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้รับดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์อีกต่อไปแล้ว

|| || || ||

kaawss.jpg

ภาพจาก her-unpredictable.blogspot.com/

About these ads

3 ตอบกลับที่ เรื่องสั้น : กุหลาบวาเลนไทน์

  1. ความรักที่ช่างมีหลายรูปแบบเสียจริงๆ

  2. ฮานอย ฮาไล พูดว่า:

    ดีจัง ปลื้มเลย

  3. tk พูดว่า:

    รัก ก็ คือรักจะให้อะไรก็รัก ไม่ให้ก็รัก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: